เคล็ดลับเลือกทุเรียนอร่อย และ ประโยชน์จากทุเรียน

วิธีเลือกทุเรียนให้ได้ทุเรียนที่พอดีทาน ไม่อ่อนไป ไม่แก่เกินไป และสรรพคุณของทุเรียน http://winne.ws/n14712

1.2 พัน ผู้เข้าชม
share
bangkokbiznews.com

วิธีสังเกตทุเรียน

1. ขั้วทุเรียนยาว ไม่ติดกับปลิง(ถ้าติดกับปลิงหรือสั้นๆอาจจะเป็นทุเรียนที่อ่อนทายาเร่งสุก เป็นอัตรายต่อสุขภาพ)

2. ชั้วผลสากเป็นเม็ดทรายเหนี่ยวแล้วแข็งเป็นสปริง

3. ปลิงบวมพองเห็นรอยต่อชัดเจน

4. ดมกลิ่นแล้วหอมไม่เหม็นเขียว

5. สีเปลือกเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีเขียวปนน้ำตาล

6. ปลายหนามแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้มบีบเข้าหากันแลล้วจะแข็งเป็นสปริง

7. ดีดหรือใช้ไม้เคาะเบาๆที่พูทุเรียนแก่(ดี) จะมีเสียงโปร่งๆกลวงๆ แต่ทุเรียนอ่อน(ไม่ดี)จะเสียงตันๆทึบๆ

8. ร่องพู(แนวตรงกลางพู)จะเป็นรอยแยกสำน้ำตาลชัดเจน

 

รู้จักวิธีเลือกทุเรียนกันแล้วมาดูกันว่ากินทุเรียนยังไงไม่ให้ร้อนใน

– ดื่มน้ำเปล่ามากๆบางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน

– รับประทานผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น

– รับประทานผลไม้ที่มีน้ำเยอะประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรดมะนาวให้มากขึ้น

– รับประทานมังคุดที่มีฤทธิ์เย็นตามหลังการรับประทานทุเรียน

– ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่างๆที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาวน้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

ที่มา: Kapook.com

ราชาแห่งผลไม้ที่หลายคนโปรดปราน มีทั้งโทษและประโยชน์ แต่หากไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทุเรียนอาจให้ผลร้ายมากกว่าผลดี

“หนูชอบหมอนทอง เพราะว่ามันอร่อยและหาง่าย หลง-หลิน ลับแลจากเมืองอุตรดิตถ์ก็ชอบนะ แต่คิดว่ามันหวานไปนิด ถ้าจะให้อร่อยจริงๆ ถูกใจจริงๆ ก็ต้องเป็นพันธุ์ก้านยาว ลูกละเป็นหมื่นแต่อร่อยมาก” พิมพ์เลิศ ใบหยก กล่าว ขณะที่หญิงแอร์ หรือ ม.ร.ว. จันทรลัดดา ยุคล เผยว่าเธอชอบทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ไม่สุกมากเนื้อแข็งกำลังดี เพราะกลิ่นไม่แรง แถมไม่หวานมาก ถึงแม้จะรู้ว่าแป้งเยอะ แต่ก็รับประทานแต่พอประมาณ ผิดกับสาว วิภาวี คอมันตร์ เธอไม่ชอบราชาผลไม้อย่างทุเรียนเพราะกลิ่นแรงเกินไป อีกอย่างเป็นผลไม้ที่หวานมากไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

มิ้งค์ ณัฏฐิ์ประภา ชุนหวรรณ ชอบทุเรียนพันธุ์ก้านยาว เพราะหวานหอม แต่ทานไม่บ่อย เพราะกลัวอ้วน จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เน้นทานทุเรียนทอด เพราะไม่มีกลิ่น อีกอย่างไม่ชอบทานทุเรียนสุกเพราะหวานมากและกลิ่นแรง นักกินทุเรียนบ้างชอบพันธุ์กบชายน้ำ บางคนชอบหลิน-หลงลับแล ที่หวานและมันกว่าพวงมณีเมืองจันท์ที่หวานอย่างเดียว นี่คือนานาทัศนะของเหล่าบรรดาผู้ที่ชื่นชอบทุเรียน

ทั้งนี้ในบรรดาทุเรียนทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่า “หมอนทอง” นั้นหาง่ายราคาไม่แพง รสชาติดีถูกใจคนส่วนใหญ่ จนกลายเป็นทุเรียนยอดนิยมอันดับ 1 ไปแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนพันธุ์ไหนก็ให้ทั้งผลร้ายและผลดีทั้งนั้น

กินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน

ผลไม้มีหนามรสอร่อยออกผลไม่กี่เดือน อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมโรคร้ายอาจแวะมาขอเป็นเพื่อนหากเราไม่ทันระวังตัว อ.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และที่ปรึกษาสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย เผยว่า กระแสข่าวลดน้ำหนักด้วยการกินทุเรียนวงการแพทย์ออกมายืนยันแล้วว่าไม่จริง

“ที่บอกว่าตื่นเช้ากินทุเรียนแทนข้าวจะช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นวิธีที่ผิด ลองคิดดูว่าพอหมดหน้าทุเรียนแล้วเราจะทำยังไง ตอนนั้นน้ำหนักอาจจะลดได้จริง ต้องถามว่าเรามีปัญญากินทุเรียนได้ทุกวันตลอดปีหรือเปล่า ต้องระวังปัญหาที่จะตามมาก็คือโยโย่เอฟเฟค ผมว่ามันเป็นวิธีที่ผิดธรรมชาติ”

ที่ปรึกษากรมอนามัยอธิบายว่า กินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน น่าสนใจกว่าจะลดความอ้วนด้วยทุเรียน ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าผลไม้ในบ้านเราแบ่งเป็น 3 ประเภทก็คือ ประเภทที่หวานน้อย ประเภทที่หวานปานกลาง และประเภทที่หวานมาก ผลไม้ที่หวานน้อยเช่น ฝรั่ง ชมพู่ แก้วมังกร ส้มโอ รวมไปถึงผลไม้ฝรั่งอย่างแอปเปิ้ล

ส่วนผลไม้ที่หวานปานกลางก็มี สับประรด มะละกอ แตงโม กล้วยน้ำว้า สำหรับ มะม่วงสุก ลิ้นจี่ ลำไย และทุเรียน จัดอยู่ในประเภทผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงเนื่องจากให้ความหวานมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น

“โดยเฉพาะทุเรียนมีรสหวานจัดเข้มข้นน้ำตาลสูงกินแลวน้ำตาลล้นเกิน ร่างกายใช้ไม่หมดก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเก็บไว้ใต้ผิวหนังภายใน 30 นาที เสี่ยงกับหลอดเลือดตีบ ไขมันเกาะตับ ถุง อ้วนลงพุง ที่ว่าความหวานของผลไม้กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนั้นไม่จริงนะครับ ”

อ.สง่า ฝากข้อคิดเกี่ยวกับการกินทุเรียนอย่างไรให้สุขภาพดีไว้ 6 ข้อ ดังนี้ ข้อแรก ต้องตระหนักว่า ทุเรียนมีน้ำตาลสูง รับประทานมากทำให้อ้วน ข้อสอง ให้รับประทานทุเรียนเป็นอาหารว่าง หรือรับประทานระหว่างมื้อ ไม่ควรกินหลังอาหารมื้อหลัก เพราะจะทำให้เพิ่มพลังงานมากขึ้น ข้อที่สาม ตั้งสติไว้ให้ดีเวลาจะรับประทานคิดเสมอว่า ทุเรียน 1 พู ให้พลังงานเท่ากับข้าว 2-3 ทัพพี ก็คือ 200-250 กิโลแคลอรี่

ข้อที่สี่ หลังจากกินทุเรียนแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลสูง ข้อที่ห้า หลังกินทุเรียนให้ดื่มน้ำตาม เช่นที่คนโบราณบอกว่าให้เทน้ำใส่ร่องทุเรียนแล้วซดหลังจากกินทุเรียนแก้ร้อนในนั่นคือกุศโลบายของคนโบราณ ข้อสุดท้าย หลังจากรับประทานทุเรียนแล้วให้ออกกำลังกายเพื่อเป็นการใช้พลังงานออกไปให้หมด ป้องกันการสะสมของไขมัน ที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้าย

“สิ่งที่ผมแนะนำไปส่วนใหญ่นักกินทุเรียนทั้งหลายทำไม่ได้หรอก บางคนตั้งใจกินแค่ 1 พู แต่มันอร่อยก็เลยห้ามใจไม่ได้ บางคนกินทุเรียนคนเดียวทั้งลูกก็มี ผมเองก็ชอบทานทุเรียน จะทานระหว่างมื้ออาหารตามที่พูดมาผมทำได้ เราต้องมีความยับยั้งชั่งใจ อย่าไปเห็นแก่ความอร่อย กินมากก็อ้วน อะไรก็ตามกินมากก็อ้วนทั้งนั้น ให้กินหลากหลายจะดีกว่า หากกินทุเรียนเยอะๆ แล้วมีความสุข แต่ต้องเจอทุกข์ในวันข้างหน้า เงินทองที่หามาได้ก็ต้องเอาไปรักษาตัวเองหมด ผมมีคติสอนใจอีกอย่างก็คือ อร่อยปาก ลำบากเท้า คือถ้าเรากินของอร่อยๆไปเยอะก็ต้องเดินออกกำลังกายให้เยอะนั่นเอง ”

ที่ปรึกษากรมอนามัยคนนี้เกษียณมาได้ 5 ปีแล้วไม่เคยเจ็บป่วย เนื่องจากเป็นนักโภชนาการรู้เรื่องการกินอาหารที่ถูกหลักอนามัย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารหลากหลาย รับประทานปลามากกว่าสัตว์อื่น ออกกำลังกายสับดาห์ละ 4-5 วัน วันละ 30-45 นาทีด้วยการวิ่งเหยาะๆ

“ อีกอย่างที่สำคัญคือเราต้องควบคุมอารมณ์เมื่อรู้ว่าโกรธ ก็สลัดความโกรธ ความกังวล ความเครียด หันไปออกกำลังกายดูหนังฟังเพลงอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมที่เราชอบ ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนนอนหลับให้ครบ 7 ชั่วโมง นอน 4 ทุ่ม ตื่นตี 5 ถ้าเรานอนเกิน 7-8 ชั่วโมงก็ไม่ดีเสี่ยงต่อการเป็นโรค อัลไซเมอร์ ”

ประโยชน์ของทุเรียน

สรรพคุณของทุเรียนตามตำราไทยก็คือ รากต้นทุเรียนมีรสฝาดแก้ไข้และโรคท้องร่วง ใบมีรสขม เฝื่อน ให้ฤทธิ์เย็นแก้ดีซ่าน ขับพยาธิ เปลือกมีรสฝาดเฝื่อน มีสรรพคุณสมานแผล แก้ฝี น้ำเหลืองเสีย เนื้อทุเรียนมีรสหวานให้ฤทธิ์ร้อน แก้จุกเสียดในท้อง บำรุงกำลัง แถมล่าสุดทางเภสัชวิทยายังบอกว่า เนื้อทุเรียนนั้นมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และลดไขมันในเลือด 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า

“ในทุเรียนมีสารกำมะถัน หรือเรียกว่าสารทรงกลิ่น เป็นสารที่ทรงคุณค่ามีชื่อเต็มๆว่า Organosulfur เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ บำรุงกระดูกและฟัน และมีเส้นใยอาหารที่ดี มีทั้งเส้นใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ มีไฟเบอร์ ช่วยล้างพิษในลำไส้ ช่วยในการระบาย กระตุ้นการขับถ่าย นี่คือข้อดีของการกินทุเรียนในตอนเช้าที่ไม่เกี่ยวกับลดน้ำหนัก แต่ก็ไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 1-2 พู ควรจะกินบ้างลืมบ้างอย่ากินทุกวัน ”

ทุเรียนยิ่งสุกงอมมากก็จะยิ่งมีน้ำตาลสูง ทุเรียนแต่ละพันธุ์มีความหวานและประโยชน์ที่ต่างกันให้สังเกตุที่สีของทุเรียน เช่น พันธุ์ชะนีไข่จะมีสีเข้มกว่าพันธุ์หมอนทอง ยิ่งมีสีเข้มเท่าไหร่ก็จะมีวิตามิน A มีเบต้าแคโรทีนมากตามความเข้มของสี

“บางคนชอบกินทุเรียนเนื้อห่ามๆ แป้งจะเยอะ ต้องระวังท้องอืด เพราะทุเรียนยังไม่สุกดี คนที่มีปัญหาสุขภาพเช่นเป็นโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน อาจมีปัญหาได้ พอทุเรียนสุก ก็จะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล พอทุเรียนสุกมากจนเป็นเนื้อปลาร้า จะไม่มีเส้นใยอาหารเหลืออยู่ มีน้ำตาลฟลุ๊คโตสที่เป็นผู้ร้ายมาแทนที่ ทางที่ดีถ้าเรากินทุเรียนไม่หมดเก็บไว้อย่างถูกวิธี เช่น แช่เย็นฟรีซไว้ ก็จะเป็นการช่วยถนอมอาหาร ล็อคสารอาหารดีๆ ไว้ได้ ”

ทุเรียนแปรรูปอื่นๆ เช่นทุเรียนห่ามหรือดิบที่อุดมไปด้วยแป้งที่ทานแล้วเสี่ยงต่อท้องอืด เมื่อนำมาทอดกลายเป็นทุเรียนทอดช่วยลดท้องอืดได้ ทว่าควรระวังเพราะรับประทานมากไปอาจทำให้เกิดไขมันสะสม ส่วนทุเรียนเชื่อม ทำให้เกิดปัญหากลายเป็นซุปเปอร์แคลอรี่ได้ การนำทุเรียนห่ามหรือทุเรียนอ่อนมาประกอบอาหาร เช่น แกงส้มทุเรียน แกงมัสมั่นไก่ใส่ทุเรียน จะทำให้สารอาหารบางอย่างถูกทำลายด้วยความร้อน เช่น วิตามิน B ที่ช่วยในเรื่องของระบบประสาท

“ข้าวเหนียวทุเรียนก็เช่นกัน หากรับประทานมากก็จะทำให้อ้วนเพราะไขมันดับเบิ้ล เวลารับประทานควรจะทานข้าวให้น้อยหน่อย ความจริงเมนูนี้เป็นภูมิปัญญาของคนไทยโบราณ เพราะกะทิในข้าวเหนียวทุเรียนจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามิน A ได้ดี ความฉลาดของธรรมชาติ อย่างที่บอกความเข้มของสีจะเป็นตัวบ่งบอกวิตามินและเบต้าแคโรทีนในผลไม้ ความมันในตัวของผลไม้ก็จะเป็นตัวช่วยในการดูดซึมวิตามินแร่ธาตุเหล่านั้น เช่น ความหวานมันของทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ก็จะแตกต่างกันไปเป็นต้น”

พูดถึงความฉลาดของธรรมชาติและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย เมื่อทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ออกผล ขณะเดียวกันก็มีราชินีของผลไม้อย่างมังคุดออกมาเคียงข้าง คนโบราณจึงบอกไว้ว่า ทานทุเรียนแล้ว ต้องทานมังคุดตามเพราะเป็นผลไม้ที่แก้กัน นอกจากนั้นผลไม้ในหน้าฝนอยางลางสาด มะไฟ ผลไม้ที่มีเนื้อเป็นวุ้นๆ ต่างมีเส้นใยอาหารแบบละลายน้ำ ช่วยล้างไขมัน สามารถล้างบาปความหวานของทุเรียนได้

อันตรายของทุเรียน

ข้อดีก็มี ข้อเสียก็ไม่น้อย แต่ถ้ากินไม่ถูกวิธีถึงขั้นอันตรายเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการต่างลงความเห็นว่า ทุเรียนไม่ควรรับประทานกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ วิสกี้ ไวน์ ฯลฯ เนื่องจากในทุเรียนมีกรดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ชนิดหนึ่งของกรดกำมะถัน) ทำให้เกิดความร้อน เมื่อเจอกับแอลกอฮอล์จะทำให้ความร้อนสูงมากร่างกายอาจจะทนไม่ได้ หัวใจทำงานหนัก อาจทำให้เสียชีวิตได้

ทุเรียนไม่ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น เค้ก ทองหยิบ ฝอยทอง สังขยา ทองหยอด และน้ำอัดลม ไม่ควรรับประทานควบคู่กับผลไม้ที่ให้ความหวานสูงอย่างเช่น ขนุน ลำไย มะม่วงสุก ฯลฯ

แม้ว่าจะมีแพทย์บางกลุ่มออกมายืนยันว่าทุเรียนมีฤทธิ์ลดไขมันในเส้นเลือดได้ แต่ทุเรียนก็เป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูงจึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน หัวใจ และความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือด แม้แต่คนปกติที่ไม่เป็นโรคเหล่านี้ก็ต้องควรระมัดระวังไม่ควรตามใจปาก รับประทานไม่อั้น อย่าลืมว่าการรับประทานทุเรียน 4-6 เม็ดเทียบเท่าการดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง รับประทานข้าว 4-5 ทัพพี ให้พลังงาน 400 กิโลแคลอรี่

ถึงตอนนี้ใครที่ยังลังเล คงได้คำตอบแล้วว่า...ทุเรียนทานได้ แต่ต้องไม่ประมาท

ที่มา : bangkokbiznews.com/news/detail/652259

แชร์