ทำไม ? พระภิกษุหนุ่ม สามเณรน้อย จึงจะบวชอยู่ได้นาน....

ถ้าในสมัยใดแล ข้าพเจ้ามีกายอันรักษาแล้ว มีวาจาอันรักษาแล้ว มีจิตอันรักษาแล้ว มีสติอันตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์ทั้งหลายอันสำรวมแล้วเข้าไปสู่ฝ่ายใน
ในสมัยนั้น ความปรารถนาทั้งหลายก็จะไม่ครอบงำข้าพเจ้า http://winne.ws/n14941

415 ผู้เข้าชม
share

ทำไม ? 

พระภิกษุหนุ่ม สามเณรน้อย จึงจะบวชอยู่ได้นาน....

พระเถระโปรดพระเจ้าอุเทน...

ครั้งนั้นแล พระเจ้าอุเทนได้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้ตรัสถามท่านพระบิณโฑลภารทวาชะว่า...

ท่านภารทวาชะผู้เจริญเหตุปัจจัยอะไรหนอแล เป็นเครื่องให้ภิกษุทั้งหลาย ผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน...

ท่านพระเถระทูลตอบว่า...

 ขอถวายพระพร พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ตรัสไว้ดังนี้ว่า..

 ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมาตั้งจิตว่า..

 หญิงทั้งหลายที่มีอายุคราวมารดา เป็นเสมือนมารดาของตน 

ตั้งจิตว่า หญิงที่มีอายุคราวพี่สาวน้องสาว เป็นเสมือนพี่สาวน้องสาว ของตน 

ตั้งจิตว่า หญิงที่มีอายุคราวธิดา เป็นเสมือนธิดาของตน ขอถวายพระพร

ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ภิกษุผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน...

พระเจ้าอุเทนกล่าวว่า...

 ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ธรรมชาติของจิตนั้นบางคราวก็โลเล บางครั้งนั้น ความปรารถนาลามกนั้น อาจเกิดขึ้นในเหล่าสตรีปูนมารดาก็มี 

ปูนพี่สาวน้องสาวก็มี 

ปูนธิดาก็มี  มีธรรมข้ออื่นไหมหนอ ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ภิกษุเหล่านี้ผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน..

ท่านพระเถระทูลตอบว่า....

 ขอถวายพระพร พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดังนี้ว่า....

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมาพิจารณากายนี้แหละ เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงมา อันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ เต็มด้วยของไม่สะอาดมีประการต่างๆ ว่า มีอยู่ในกายนี้ คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูกม้าม หัวใจ ตับ พังผืดไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือดเหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ น้ำมูตร ดังนี้ ขอถวายพระพร

แม้ข้อนี้ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ภิกษุเหล่านี้ผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน

พระเจ้าอุเทนกล่าวว่า...

 ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้มีกายอันอบรมแล้ว เป็นผู้มีศีลอันอบรมแล้ว เป็นผู้มีจิตอันอบรมแล้ว เป็นผู้มีปัญญาอันอบรมแล้ว การอบรมกายเป็นต้นนั้น ไม่เป็นกิจที่ภิกษุเหล่านั้นทำได้โดยยาก

ส่วนภิกษุเหล่าใด...

เป็นผู้มีกายยังไม่ได้อบรมแล้ว

เป็นผู้มีศีลยังไม่ได้อบรมแล้ว

เป็นผู้มีจิตยังไม่ได้อบรมแล้ว

เป็นผู้มีปัญญายังไม่ได้อบรมแล้ว 

การอบรมกายเป็นต้นนั้นเป็นกิจที่ภิกษุเหล่านั้นทำได้โดยยาก

ท่านภารทวาชะผู้เจริญ บางคราวเมื่อบุคคลตั้งใจอยู่ว่า...

 เราจักทำไว้ในใจโดยความเป็นของไม่งาม แต่อารมณ์ย่อมมาโดยความเป็นของงามก็มี มีไหมหนอแล....

  ท่านพระเถระทูลตอบว่า...

 ขอถวายพระพร พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดังนี้ว่า....

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมาเถิด เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลายอยู่เถิด 

เธอทั้งหลายเห็นรูปด้วยตาแล้ว จงอย่าเป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต อย่าเป็นผู้ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ จงปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์  ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว เป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ จงรักษาจักขุนทรีย์ จงถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์

เธอทั้งหลายฟังเสียงด้วยหูแล้ว  สูดกลิ่นด้วยจมูกแล้ว  ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว

อย่าได้เป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต

อย่าได้เป็นผู้ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ

จงปฏิบัติเพื่อความสำรวมมนินทรีย์ที่เมื่อไม่สำรวมแล้วเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ จงรักษามนินทรีย์ จงถึงความสำรวมในมนินทรีย์

ขอถวายพระพร แม้ข้อนี้ ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ภิกษุเหล่านี้ผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน...

พระเจ้าอุเทนตรัสว่า น่าอัศจรรย์ ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ไม่เคยมีแล้ว ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ตามกำหนดธรรมปริยายนี้ อันพระผู้มีพระภาคผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว

ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่า....

 ข้อนี้แล เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ภิกษุเหล่านี้ผู้ยังเป็นหนุ่ม ยังไม่หมดความปรารถนาในกามทั้งหลาย สามารถประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จนตลอดชีวิต และปฏิบัติอยู่ได้นาน

ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่า.... ถ้าในสมัยใดแม้ข้าพเจ้าเอง มีกายมิได้รักษาแล้ว มีวาจามิได้รักษาแล้ว มีจิตมิได้รักษาแล้ว มีสติมิได้ตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์ทั้งหลายมิได้สำรวมแล้ว เข้าไปสู่ฝ่ายใน   ในสมัยนั้น ความปรารถนาทั้งหลายก็จะครอบงำข้าพเจ้ายิ่งนัก

ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่า....

 ถ้าในสมัยใดแล ข้าพเจ้ามีกายอันรักษาแล้ว มีวาจาอันรักษาแล้ว มีจิตอันรักษาแล้ว มีสติอันตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์ทั้งหลายอันสำรวมแล้วเข้าไปสู่ฝ่ายใน

 ในสมัยนั้น ความปรารถนาทั้งหลายก็จะไม่ครอบงำข้าพเจ้า

ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ภาษิตของท่านแจ่มแจ้งนักท่านประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืดด้วยหวังว่า... ผู้มีจักษุจะเห็นรูปได้ ฉะนั้น

ท่านภารทวาชะผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถึงพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่า..

เป็นที่พึ่ง 

ขอท่านจงจำข้าพเจ้าว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเถิด....


ขอบคุณภาพและข้อมูลจากhttps://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10212548337405043&id=1281720771

ภาพดี ๆ 072

แชร์