หลายคนยังไม่รู้ผู้สถาปนาการทอดผ้าป่าคือ"หมอชีวกโกมารภัทจ์"ผู้ถวายการรักษาพระพุทธองค์

หมอชีวกโกมารภัจจ์ได้เห็นถึงความยากลำบาก ของพระภิกษุสงฆ์ในการแสวงหาผ้าจีวรท่านจึงได้กราบทูลขอพร จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า “ขอให้พระภิกษุสามารถรับคฤหบดีจีวรได้” คือ รับผ้าจีวรที่มีผู้ถวายได้ http://winne.ws/n14947

2.6 พัน ผู้เข้าชม
share

ประวัติการทอดผ้าป่า

    ประวัติความเป็นมาของการทำบุญทอดผ้าป่า  ” หมอชีวกโกมารภัจจ์ ที่ได้ถวายการรักษาอาการต่างๆ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น อาการห้อพระโลหิต เป็นต้น ท่านก็ได้เห็นถึงความยากลำบากของพระภิกษุสงฆ์ 

ที่ต้องไปแสวงหาผ้าที่พวกชาวบ้านได้ทิ้งไว้ตามกองขยะ กองหยากเยื่อ หรือนำเอาผ้าที่ห่อศพมาทำความสะอาด แล้วตัดเย็บย้อม เพื่อทำเป็นสบงจีวร เนื่องจากไม่สามารถรับผ้า ที่ชาวบ้านนำมาถวายโดยตรงได้

      เมื่อหมอชีวกโกมารภัจจ์ได้เห็นถึงความยากลำบาก ของพระภิกษุสงฆ์เช่นนั้น ท่านจึงได้กราบทูลขอพร จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า “ขอให้พระภิกษุสามารถรับคฤหบดีจีวรได้”  คือ รับผ้าจีวรที่มีผู้ถวายได้ นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงมีพระบรมพุทธานุญาต ให้ใช้ได้ทั้ง 2 แบบคือ พระภิกษุจะไปหาผ้าบังสุกุลมาทำเป็นจีวรก็ได้ หรือจะรับผ้าจีวรที่คฤหบดีถวายโดยตรงก็ได้

     ในขณะเดียวกันนั้นเอง หมอชีวกโกมารภัจจ์

ซึ่งป่วยเป็นโรค น้อมถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งหลังจากถวายเสร็จแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนา และกล่าวอนุโมทนาคาถาแก่หมอชีวกโกมารภัจจ์ เมื่อพระองค์ได้ตรัสพระธรรมเทศนา เมื่อจบลงหมอชีวกโกมารภัจจ์ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันในทันที

     จากเรื่องราวที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า หมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นผู้สถาปนาการทอดผ้าป่าคนแรก ของฝ่ายชายเลยทีเดียว

ซึ่งบุญจากการถวายผ้าครั้งแรกของหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นบุญใหญ่ที่แรงแบบสุดๆ 

หรือจะเรียกว่าเป็น“ซุปเปอร์ไจแอ้นบิ๊กบุญ” ก็ได้ เพราะเป็นบุญที่ทำให้หมอชีวกโกมารภัจจ์มีบุญบารมี เพิ่มจนเต็มเปี่ยมมาก พอจนสามารถบรรลุธรรม เป็นพระโสดาบันได้เป็นอัศจรรย์

    ดังนั้น ก็ต้องตระหนักและนึกถึงบุญ ที่เรากำลังจะได้ทำในอนาคตอันใกล้นี้คือ นึกให้ปลื้มแบบสุดๆ กันตั้งแต่ก่อนทำ และถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ต้องนึกให้ปลื้มกันตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะทุกคนกำลังจะเป็นบุคคลที่พิเศษสุด ที่ได้มีโอกาสทำบุญสุดพิเศษจริงๆ ซึ่งบุญที่ว่านั้น ก็คือ บุญจากการ “ทอดผ้าป่า” ซุปเปอร์ไจแอ้นบิ๊กบุญนั่นเอง

    ภายหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุ สามารถรับคฤหบดีจีวรได้แล้ว คฤหบดีทั้งหลาย จึงได้น้อมนำผ้าจีวรมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ นับแต่นั้นเป็นต้นมาดังนั้น การนำผ้าต่างๆไปทอด ซึ่งไม่ได้หมายถึงการทอดกล้วยแขก หรือทอดไข่เจียวในกระทะ

    แต่หมายถึงการนำผ้าไปวางไว้ในป่า จากนั้นจึงค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนมาเป็นการนำผ้าที่มีลักษณะที่ดีกว่า ประณีตกว่า ซึ่งในปัจจุบันก็คือ นำผ้าสำเร็จรูปที่เป็นสังฆาฏิ, จีวร หรือสบง ผืนใดผืนหนึ่งหรือทั้ง 3 ผืน หรือที่เรียกว่า “ไตรจีวร” นั่นเอง

    จากเรื่องราวความเป็นมาของการทำบุญทอดผ้าป่านั้น   พวกเราก็คงจะเห็นได้ว่า การทำบุญทอดผ้าป่า ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายๆ เลย

      ดังนั้น การที่พวกเรากำลังจะได้ทำบุญทอดผ้าป่า ซึ่งเป็นซุปเปอร์ไจแอ้นบิ๊กบุญนั้น นับว่าเป็นโอกาสที่พิเศษสุดๆ สำหรับบุคคลที่พิเศษจริงๆ 

ซึ่งก็แน่นอนว่าอานิสงส์แห่งการทำบุญทอดผ้าป่า จะต้องมีอานิสงส์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะผ้าที่ทอดก็ไม่ธรรมดา บุญที่เกิดขึ้นก็ ไม่ธรรมดา   อีกทั้งผู้ที่มาทอดก็ไม่ธรรมดาอีกด้วย


ขอบคุณภพและเนื้อหาจาก

 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1909970862550846&substory_index=0&id=1479066422307961

แชร์