เจ้าชายวิลเลียมทรงสนทนาผ่านสื่อออนไลน์กับเลดี้กาก้า เพื่อรณรงค์พูดเปิดอกเรื่องสุขภาพจิต

เจ้าชายวิลเลียมทรงสนทนากับเลดี้กาก้า เพื่อรณรงค์ให้คนในสังคมพูดเรื่องสุขภาพจิตอย่างตรงไปตรงมาและป้องกันการประณามผู้มีอาการทางจิต http://winne.ws/n14963

333 ผู้เข้าชม
share

            เลดี้กาก้า นักร้องหญิงชื่อดังชาวอเมริกัน สนทนาผ่านสื่อออนไลน์กับเจ้าชายวิลเลียมของอังกฤษ เกี่ยวกับโครงการ Heads Together ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมทรงดำเนินการร่วมกับเจ้าหญิงเคท พระชายา รวมถึงพระอนุชาและพระสหาย เพื่อผลักดันให้ผู้คนตระหนักและหาทางแก้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในยุคสมัยปัจจุบัน 

              บทสนทนาของเลดี้กาก้าและเจ้าชายวิลเลียมได้รับการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ (18 เมษายน 2560) และมีผู้ใช้สื่อออนไลน์นำไปเผยแพร่ต่อเป็นจำนวนมาก โดยเป้าหมายในการสนทนาคือการสนับสนุนให้ผู้คนในแต่ละสังคมพูดถึงภาวะทางจิตของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องรู้สึกละอายใจว่ามีอาการป่วยทางจิต พร้อมย้ำว่าสุขภาพจิตต้องได้รับการบำบัดดูแลเช่นเดียวกับสุขภาพร่างกาย และคนในสังคมจะต้องไม่ด่วนตัดสินหรือมองว่าผู้มีอาการทางจิตเป็นผู้ผิดปกติหรือมีความด่างพร้อย

               เจ้าชายวิลเลียมทรงชื่นชมเลดี้กาก้าที่ก่อนหน้านี้เคยเขียนจดหมายเปิดผนึกบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งต้องรับมือกับภาวะเครียดหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ (PTSD) สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เธอเคยถูกข่มขืนในช่วงวัยรุ่น และเลดี้กาก้ายืนยันว่าการพูดคุยอย่างเปิดอกจะช่วยให้ผู้คนข้ามพ้นจากภาวะทางจิตได้

               ขณะที่เจ้าชายแฮรี่ พระอนุชาของเจ้าชายวิลเลียม เพิ่งทรงให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟของอังกฤษเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา โดยพระองค์ทรงยอมรับว่าการสวรรคตของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา เมื่อปี 1997 มีผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก และพระองค์ทรงปรึกษากับนักบำบัดถึงเรื่องดังกล่าวหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเกือบ 20 ปี

              ทั้งนี้ โครงการ Heads Together ได้เริ่มรณรงค์ด้วยการเผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับผู้เคยมีปัญหาทางจิต ทั้งยังมีการติดแฮชแท็ก #OKtosay ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตอย่างเปิดเผย และทำให้การพูดคุยในประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ โดยก่อนหน้านี้ เจ้าชายวิลเลียมทรงเคยรณรงค์เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางเพศมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยการขึ้นปกนิตยสารเกย์ Attitude เมื่อปีที่แล้ว สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก


ขอขอบคุณภาพจาก https://www.google.co.th

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก http://news.voicetv.co.th

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://news.voicetv.co.th/world/481938.html

แชร์