สุดยอด!"ย่านาง"ราชินีแห่งสมุนไพร รักษาได้สารพัดโรค

“ย่านาง”ที่ขึ้นตามริมรั้วใช้บำบัดรักษาโรคต่างๆมาแต่โบราณ จนได้ฉายา"ราชินีแห่งสมุนไพร”ปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายในแพทย์ทางเลือก เป็นไม้เถาเลื้อย มีชื่อภาษาอังกฤษ Bamboo grass ภาคเหนือเรียก จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาย่านาง http://winne.ws/n15590

1.5 พัน ผู้เข้าชม
share
แหล่งภาพจาก สุขภาพ - Haijai.com

"ย่านาง"ราชินีแห่งสมุนไพร รักษาได้สารพัดโรค

           “ย่านาง”ที่ขึ้นตามริมรั้วใช้บำบัดรักษาโรคต่างๆมาแต่โบราณ จนได้ฉายา"ราชินีแห่งสมุนไพร”ปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายในแพทย์ทางเลือก เป็นไม้เถาเลื้อย มีชื่อภาษาอังกฤษ Bamboo grass ภาคเหนือเรียก จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว และภาคใต้เรียก ยาดนาง ต้น เป็นเถาเลื้อยได้ไกล 2-3 เมตร รากมีขนาดใหญ่

          ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ รูปไข่ ปลายเรียว ใบยาว 5-10 ซม. 

          ดอก สีเหลือง ออกตามซอกใบเป็นช่อยาว ช่อหนึ่งๆมี 3-5 ดอก

          ผล กลมรีเล็ก สีเขียว เมื่อแกเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ

          ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ชอบความชื้น แสงแดดเต็มวัน

          สรรพคุณทางยา : ราก - แก้ไข้ เช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้ทับระดู และอาการเบื่อเมา

          -รากเป็นหนึ่งในส่วนประกอบตำรับยา 5 ราก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาสมุนไพร รักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขณะเริ่มแรกได้ โดยนำรากแห้งต้มกับน้ำครั้งละ 1 กำมือ แล้วดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง

          ใบ - เป็นส่วนที่ถูกนำมาใช้รักษาโรคมากที่สุด เพราะมีฤทธิ์เย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ในตำราสมุนไพรจัดให้ย่านางเป็นยาอายุวัฒนะ มีประโยชน์ดังนี้ : 

          ป้องกันและบำบัดโรคหัวใจ,ป้องกันและลดการเกิดโรคมะเร็ง,ภูมิแพ้ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ,แก้เกร็ง ชัก ตะคริว,เหงือกอักเสบเรื้อรัง,โรคเบาหวาน โดยลดน้ำตาลในเลือด,ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย,ลดปวดตามกล้ามเนื้อ

          ป้องกันเกิดโรคริดสีดวงทวาร,ตับอักเสบ,ไทรอยด์เป็นพิษ,เกาต์,ความดันโลหิตสูง และสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ จะทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
เถา - ช่วยลดความร้อนและแก้พิษตานซาง และยังมีข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า สามารถช่วยต้านมาลาเรีย และยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ได้

          คุณค่าทางโภชนาการ: ใบย่านาง 100 กรัม มีคุณค่าดังนี้ พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่,เส้นใย 7.9 กรัม,แคลเซียม 155 มิลลิกรัม,ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม,เหล็ก 7.0 มิลลิกรัม,วิตามินเอ 30625 มิลลิกรัม, วิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม,วิตามินบีสอง 0.36 มิลลิกรัม,ไนอาซิน 1.4มิลลิกรัม,วิตามินซี 141 มิลลิกรัม,โปรตีน 15.5%,ฟอสฟอรัส 0.24%,โพแทสเซียม 1.29%,แคลเซียม 1.42% และแทนนิน 0.21%

           ประโยชน์ด้านอื่น ๆ : ชะลอการเกิดผมหงอก ทำให้ผมดำและนุ่มชุ่มชื้น และนำมาทำอาหาร โดยเฉพาะเมนูที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ เพราะน้ำใบย่านางช่วยต้านพิษกรดยูริกที่มีในหน่อไม้ได้ 

           วิธีทำน้ำใบย่านาง : ส่วนประกอบ ใบย่านาง 10-20 ใบ (ตามความเข้มข้นที่ต้องการ)/ใบเตย 3 ใบ/บัวบก 1 กำมือ/หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น/ใบอ่อนเบญจรงค์ 1 กำมือ/ใบเสลดพังพอน 1 กำมือ/ว่านกาบหอย 5 ใบ

         -นำใบสมุนไพรต่างๆตัดเป็นชิ้นเล็ก นำไปโขลกหรือปั่นด้วยเครื่องปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำ (ปั่น 30 วินาที) เสร็จแล้วนำมากรองผ่านผ้าขาวบางหรือกระชอนอีกที

          คำแนะนำ : บางคนที่รู้สึกว่ากินยาก เหม็นเขียว ให้นำน้ำย่านางไปต้มให้เดือดแล้วนำมาดื่ม หรือจะผสมกับน้ำสมุนไพรชนิดอื่นๆก็ได้ เช่น ขิง ตะไคร้ ขมิ้น น้ำมะพร้าว น้ำมะนาว น้ำตาล หรือแม้แต่น้ำเฮลล์บลูบอยก็ได้

         -ควรดื่มน้ำย่านางสดๆก่อนอาหารหรือตอนท่องว่าง ครึ่งแก้ว 3 ครั้งต่อวัน
-ควรดื่มแต่พอดี หากรู้สึกแพ้ ผะอืดผะอม ลดความเข้มข้นของสมุนไพรลง

         -ควรดื่มทันทีที่ทำเสร็จ เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกินไปจะเกิดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว แต่นำมาแช่ตู้เย็นได้และควรดื่มภายใน 3 วัน

ที่มา :https://medthai.com 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: http://www.komchadluek.net/news/agricultural/277100

แหล่งภาพจาก medthai.com

แหล่งภาพจาก www.pinterest.com

แชร์