ฝึกเด็กอย่างไร???โตไปไม่โกง

ฝึกเรื่องนิสัย กับ เรื่องรักบุญกลัวบาป กฎแห่งกรรม 2 อย่างนี้เสริมส่ง กันแล้ว ให้มั่นใจเลยว่าเด็กคนนั้นโตขึ้น จะเป็นคนดีไม่ไปโกงของของใคร ไม่ไปลักของใครแน่นอน แต่ว่าจะทำอย่างนี้ได้ในเชิงปฏิบัติแล้ว คุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่ ต้องมีเวลาให้กับเด็ก http://winne.ws/n15613

519 ผู้เข้าชม
share

ฝึกเด็กอย่างไรโตไปไม่โกง เราคงต้องการให้ลูกหลานเราเองเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และให้คนในสังคมมีคนสุจริตเยอะๆ แต่จะได้อย่างนั้นต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็กๆ เพราะว่าสิ่งที่ปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ จะอยู่ลึก ถ้าหากตอนเด็กไม่ได้อบรมเพียงพอ มาสอนตอนโตมันซึมเข้าไปลึกๆ มันยาก มันได้แค่ผิวๆ จะเอากฎหมายไปขู่ก็คุมได้แค่ว่ากลัวจะถูกลงโทษ พอโอกาสเปิดให้เมื่อไหร่ ก็พร้อมจะทำทันที

วิธีการปลูกฝังโตไปไม่โกงมีด้วยกัน 2 ข้อ

 การปลูกฝังคุณธรรมให้เคารพในกรรมสิทธิ์ของคนอื่น(โตไปไม่โกง)

  1.ฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็ก นิสัยที่แยกแยะออกว่านี่กรรมสิทธิ์ของฉันนี่กรรมสิทธิ์ของคนอื่น ต้องแยกตรงนี้ให้ออกตรงนี้แหละคือเครื่องแยกจำแนกคนออกจากสัตว์ สัตว์ไม่รู้จักกรรมสิทธิ์ของคนอื่น เช่น เวลาหิวก็ไปล่าสัตว์ พอล่าเหยื่อมาได้ สัตว์ตัวอื่นก็พร้อมจะมาแย่งชิง สิงโตล่าเหยื่อได้ ไฮยีน่าก็พร้อมจะมาแย่งเหยื่อจากสิงโต ตัวที่แข็งแกร่งกว่าก็จะแย่งชิงไปอีกทอดหนึ่ง อยู่ที่พละกำลังใครจะเหนือกว่าแค่นั้นเอง มันไม่รู้จักว่านั่นเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ใกล้ตัวเราที่สุดเช่น สุนัขที่เราเลี้ยง ให้ข้าวตัวละจาน เดี๋ยวก็แย่งกัน กัดกัน ทำไมมันไม่กินจานใครจานมัน เพราะนั่นคือสัตว์ มีสุนัขบางตัวที่ไม่แย่งกัน แสดงว่าใกล้จะพ้นกรรมแล้ว จะกลับมาเป็นคนแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะแย่งกัน แต่คนไม่ทำเวลาเห็นกับข้าวเพื่อนน่าทานแล้วเอาไปแย่งเลย

เพราะคนเราต่างจากสัตว์ อันไหนของเราอันไหนของคนอื่น ต้องปลูกฝังเรื่องนี้ให้อยู่ลึกๆ ตั้งแต่ยังเด็กให้แยกจนกระทั่งจะขวบสองขวบก็เริ่มสอนได้แล้ว ถ้าเป็นของคนอื่นเราเอามาไม่ได้ ถ้าลูกไปหยิบมาก็บอกลูกว่าหยิบไม่ได้ ต้องไปคืนเขา 

ใหม่ๆ เด็กอาจจะงงๆ หน่อย เดี๋ยวก็จะค่อยๆซึ มซับจนกระทั่งว่ารู้ภายในใจว่า ของๆเรากับของๆเขา ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง แม้จะเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ก็ไปก้าวล่วงของคนอื่นไม่ได้ ทำจนกระทั่งเป็นนิสัย เมื่อไหร่ที่เด็กไปเอาของๆคนอื่นมา ไปโรงเรียนมามีดินสอกลับมาเยอะกว่าเดิม แสดงว่าไม่ใช่ของตัวเอง ต้องให้ไปคืน จะทำเป็นเล่นไม่ได้ ย้ำๆ ปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั่งโตขึ้นมา ถ้าได้อย่างนี้แล้วเด็กก็จะเริ่มแยกแยะออกว่าของเรา ของเขา จนกระทั่งทำเป็นนิสัย พอเป็นนิสัยแล้วโอกาสจะไปก้าวล่วงของคนอื่นเขาจะน้อย เพราะทำไปแล้วมันจะฝืนใจตัวเอง รู้สึกทำไปแล้วไม่สบายใจ นี่คืออานุภาพของนิสัย

  2.สอนกฎแห่งกรรม บุญ บาป เล่า นิทาน  กฎแห่งกรรมให้ฟัง อาจจะเป็นชาดก หรือกฎแห่งกรรม มีหนังสือหรือเรื่องราวต่างๆ ว่าคนทำอย่างนี้แล้ว ไปเกิดผลจากการกระทำอย่างไรบ้าง ทำดีก็ได้ผลดี ทำไม่ดีก็ได้ผลโทษเยอะแยะมากมาย ทำให้มีความทุกข์

 อย่าไปนึกว่านิทานมีผลแค่ไหน ซึ่งมีผลมากๆเลย ยิ่งเล่าตอนเด็กๆ มันจะซึมซับไปในใจ ฝังลึกและฝังแน่น จนกระทั่งว่าแม้ไม่มีใครเห็นก็ไม่กล้าจะทำเรื่องในทางที่ไม่ดี เพราะว่าจะทำให้รู้ว่าจะนำผลร้ายมาให้ตัวเองในอนาคต ข้ามภพข้ามชาติเลยทีเดียว 

จะไม่ทำ นี่คือการเอาหิริโอตัปปะไปคุมไว้ในใจอีกชั้นหนึ่ง 

ได้ ไม่ใช่หลักการรู้หมดดีทุกอย่าง แต่ว่าเราไม่มีเวลาให้ลูก เลยไม่มีโอกาสฝึกนิสัยให้กับลูกเท่าที่ควร เด็กไปทำอะไรไม่ดีมาเราก็ไม่รู้ ปล่อยให้เขาทำหลายๆ ครั้งจนชินแล้ว พอชินแล้วเราจับไม่ออกเขาไม่มีพิรุธเราแนบเนียน คนทำผิดใหม่ๆ จะมีพิรุธ ไม่ค่อยกล้าสบตา ท่าทางสีหน้าจะแปลกๆ ถ้าพ่อแม่ให้เวลาแก่ลูกจะจับสังเกตตรงนี้ได้ แล้วดูอีกสักนิดก็จะพบว่าเพราะอะไร แล้วค่อยๆปรับค่อยๆแก้แต่ต้นมือก็จะสำเร็จ แต่ถ้าเกิดไม่มีเวลาให้กับลูก ปล่อยให้ลูกทำไปเรื่อยเปื่อย เรื่องผิดๆ จนกระทั่งชิน สังเกตก็ดูไม่ออกซะแล้ว เพราะฉะนั้นอย่างน้อยหาเวลาทานข้าวกับลูก มีเวลาพูดคุย แนะนำ เล่าเรื่องราวต่างๆ ในโลกปัจจุบันบ้าง เรื่องนิทานศีลธรรมบ้าง ให้ลูกฟัง อย่าไปคิดว่าเชย ไม่เชยเลยทันสมัยตลอดกาล แล้วจะเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างลูกของเรา ให้เป็นคนดี ให้เป็นคนมีความสุขความสำเร็จในชีวิต

แชร์