"หลวงพ่อคะ สวดมนต์ในใจ กับ สวดมนต์แบบออกเสียงดัง อานิสงส์เท่ากันไหมคะ.?"

พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม สวดมนต์ระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล สวดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล http://winne.ws/n15653

2.1 หมื่น ผู้เข้าชม
share

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แหล่งภาพจาก ผู้จัดการ

อานุภาพการสวดมนต์ เสียงดัง สวดในใจ และเสียงสาธุการ

         สมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่น..พักอยู่บนดอยปะหร่อง (เชียงใหม่) กับพระอาจารย์มนู ตอนเช้าเที่ยวบิณฑบาต พอให้พรเสร็จ ท่านได้สอนให้ชาวบ้านกล่าวสาธุพร้อมกันด้วยเสียงสูง ท่าน (พระอาจารย์มั่น) เล่าเป็นเชิงตลกว่า มือทั้งสองข้างของเขาชูขึ้นข้างบนเหมือนบั้งไฟจะขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่างั้น

วันหนึ่ง ท่านนั่งพักในส่วนที่ทำเป็นที่พักกลางวัน มีเทพพวกหนึ่งมาจากเขาจิตรกูฏ มาถามท่านว่า

         "เสียงสาธุ สาธุนั้น สาธุอะไร สะเทือนสะท้านทุกวัน พวกเทพทั้งหลายได้ฟัง มีความสุขไปตาม ๆ กัน"

         ท่านมาพิจารณาว่า เสียงอะไร ที่ไหน จึงระลึกได้ว่า เสียงสาธุการของชาวบ้านตอนถวายทานนั่นเอง

         พอรับทราบแล้วพวกเทพก็กล่าวว่า "เขาก็สาธุการด้วย" แล้วทำประทักษิณเวียนขวาลากลับไป ส่วนมากพวกเทพเขาจะทำอย่างนั้น

ท่านพระอาจารย์มั่น เลยมาพิจารณาต่อได้ความว่า

พุทธมนต์นั้นใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรของพระสงฆ์เช้า เย็น หรือชาวพุทธทุกคน

สวดมนต์ระลึกในใจ  มีอานุภาพแผ่ไปได้หมื่นจักรวาล

สวดออกเสียงพอฟังได้  มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนจักรวาล

สวดมนต์เช้าเย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้แสนโกฏิจักรวาล

สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้อนันตจักรวาล

แม้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสามภพ และที่สุดอเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อแว่วเสียงพุทธมนต์ผ่านลงไปถึงชั่วขณะชั่วครู่หนึ่ง ดีกว่า หาความสุขไม่ได้เลยตลอดกาล

นี้คืออานิสงส์ของพระพุทธมนต์ ท่านพระอาจารย์มั่นว่าอย่างนี้

จากหนังสือ "รำลึกวันวาน" หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ : http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-mun/lp-mun-hist-06-01.htm

แหล่งภาพจาก Liekr

"หลวงพ่อคะ สวดมนต์แบบในใจ กับ สวดมนต์แบบออกเสียง อานิสงส์เท่ากันไหมคะ.?"

         หลวงพ่อ : "ไม่เท่าหรอก เพราะมันเหนื่อยไม่เท่ากัน… อานิสงส์ ถ้าแปลตามความหมายแปลว่า ผลที่พึงจะได้รับ ลีลาการสวดมนต์ในใจก็ไม่แน่ สุดแท้แต่คน บางคนนึกในใจ จิตเขาฟุ้งซ่านใช่ไหม..บางคนออกเสียงเหนื่อยเกินไป สวดในใจดีกว่า 

        ก็รวมความว่า สุดแล้วแต่ทำอย่างไหนจิตจะมีสมาธิดีกว่ากัน บางคนนึกในใจไม่ได้หรอก จิตฟุ้งซ่าน ต้องว่าออกเสียงดัง ๆ

        ถ้าอย่างหลวงพ่อออกเสียงดังไม่ดี นึกในใจดีกว่า ก็สุดแล้วแต่คน นี่ผลก็ต้องอยู่ที่ว่าคนใดจิตมีสมาธิดีกว่า และสวดมนต์ได้ดีกว่ากัน ต้องถือตามนั้นนะ

         การสวดมนต์มีอานิสงส์ใหญ่ สวดน้อยก็มีอานิสงส์ใหญ่ อานิสงส์ใหญ่จริง ๆ อยู่ที่เจตนา จิตมีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์จริง 

         และเวลาสวดมนต์ด้วยความเคารพจริง ถึงสวดน้อยก็มีอานิสงส์ใหญ่ ถ้าสวดมนต์ว่าเรื่อยเปื่อยไปไม่ได้ตั้งใจ ว่าส่งเดช อย่างนี้ว่ามาก ก็ยังมีอานิสงส์น้อย

         ทีนี้ถ้าจะถามว่าสวดมนต์กับภาวนา อย่างไหนจะมีอานิสงส์มากกว่า ถ้าสวดมนต์ก็อยู่แค่อุปจารสมาธิ ถ้าภาวนาสั้น ๆ จิตเป็นฌานได้ต่างกัน ทีนี้ถ้าคนภาวนาส่งเดชก็ไม่เป็นเรื่องเหมือนกัน แต่ภาวนาส่งเดชก็ดีกว่าไม่ภาวนาเลย ใช่ไหม.." (ที่มา: http://palungjit.org/threads/สวดมนต์แบบในใจ-กับ-แบบออกเสียง-โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ.349923/)

การทำกรรมมี ๓ ทาง คือ  มโนกรรม(ทางใจ) , วจีกรรม(ทางวาจา) , กายกรรม(ทางกาย)

การสวดมนต์  คือการทำกรรมทางวาจา  ที่เรียกว่า  วจีกรรม   จึงต้องมีการเปล่งเสียง  ออกอักขระทางวาจา

การสวดมนต์ในใจ  ไม่เรียกว่าการสวดมนต์  แต่เรียกว่า  การบริกรรมภาวนา

ก็หุบปากอยู่เงียบกริบ  แล้วจะเรียกว่า  "สวด" ได้ไงกัน ?

ดังนั้น  ในภาวะปกติ บุญของการสวดแบบบริกรรมย่อมน้อยกว่าการเปล่งเสียงแน่นอน   

ยกเว้น คุณบริกรรมบทสวดมนต์ไปเรื่อย ๆ  จนได้จิตรวมเป็นสมาธิขึ้นมา  แบบนั้นจึงจะได้บุญมากกว่าการสวดออกเสียง

อยู่ที่เจตนา ความตั้งใจในการสวด การนึกความคิดขณะสวดที่จะบูชาคุณพระรัตนตรัย

ควรเข้าใจความหมายด้วยจะดีที่สุด  ใจที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิยิ่งนิ่งยิ่งได้บุญมาก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://pantip.com/topic/34591307

แชร์