เผย!จ.ม.จากใจแม่ถึงลูกสาวที่อยู่วัดพระธรรมกาย ตอน หลวงพ่อฝากอะไรไว้ ตั้งแต่ ปี 2542

เริ่มเรื่องใหญ่ ๆ สำหรับวันนี้กันบ้าง แม่เห็นข่าว พระนักพัฒนามรณภาพขณะเดินทางไปรับพระเพื่อมามอบให้ชาวเขาที่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ..และขณะที่แม่กำลังใจสบายวันนี้ สิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาในใจทำให้รู้สึกว่าอยากให้แม่ต้องเขียนจดหมาย http://winne.ws/n16307

2.9 พัน ผู้เข้าชม
share

โครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง

โครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง แหล่งภาพจาก www2.kalyanamitra.org

สวัสดีค่ะลูกรักลูกเลิฟ..ของแม่...

       แม่อยู่ว่าง ๆ ก็เลยเขียนจดหมายมาหาลูกบ่อยหน่อยนะคะ ถึงปัจจุบันเขาจะมีไลน์ มีเฟสบุ๊ค หรืออะไร ๆ กันแล้ว แต่แม่ก็ชอบที่จะเขียน เพราะมันเป็นการได้บริหารกล้ามเนื้อมือ ใช้สายตา และความคิดที่ต่อเนื่องดีค่ะ และมันเป็นการส่วนตัวดีด้วย ขอลูกอย่าเพิ่งเบื่ออ่านนะคะ

วันนี้แม่มีเรื่องสำคัญมากมาเล่าให้ฟังอีก 2-3 เรื่องจ้ะ

       แม่นั่งสมาธิตามคำแนะนำของหลวงพ่อมานานพอสมควร ประมาณราว ๆ 20 กว่าปี ตามที่ลูกเห็นนั่นแหละ แม่จะชอบนั่งสมาธิตอนเช้า พอรู้สึกตัวตื่นก็รวบขาขัดสมาธิเลย และก็ทำการบ้านที่หลวงพ่อเคยสอน ให้เราแผ่เมตตาให้ตัวเองและสรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งก่อนนอน ก็นั่งรวมใจและสำรวจการกระทำของตัวเองทั้งวันที่ผ่านมาทั้งวันอีกครั้ง และก็แผ่เมตตาอีกรอบ ก็ทำตามที่หลวงพ่อคุณยายสอนนั่นแหละจ้า แล้วลูกยังทำอยู่หรือเปล่าคะ เพราะตอนที่อยู่ด้วยกัน แม่ก็เห็นลูกทำอยู่ทุกวัน...

       แม่อยากให้ลูกให้ความสำคัญกับคำสอนของหลวงพ่อคุณยายมาก ๆ นะคะ เพราะแม้ท่านไม่อยู่กับเรา แต่เราก็น้อมนำธรรมะจากท่านที่นำคำสอนจากพระพุทธเจ้ามาย่อยให้เราได้ปฏิบัติที่ง่ายขึ้น นำมาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ทุกวันจ้ะ ซึ่งจะทำให้เราเหมือนอยู่ใกล้ท่านตลอดเวลาเลยจ้าเพราะธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมใช่ไหมคะ

       เริ่มเรื่องใหญ่ ๆ สำหรับวันนี้กันบ้าง แม่เห็นข่าว พระนักพัฒนามรณภาพขณะเดินทางไปรับพระเพื่อมามอบให้ชาวเขาที่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ..และขณะที่แม่กำลังใจสบายวันนี้ สิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาในใจทำให้รู้สึกว่าอยากให้แม่ต้องเขียนจดหมายมาเล่าให้ลูกฟังค่ะ

       แม่เองกำลังเช็ดห้องน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จค่ะ ความคิดก็ไล่เลื่อนตามที่เรากำลังเช็ดฝาห้องน้ำ ว่า "เอ บางครั้งคนเราจะลืมอะไรกันหรือเปล่า ว่า ของฝาก กับของเราเองนั้นไม่เหมือนกัน" แล้วดูอย่างพระนักพัฒนา อายุ 70 ปี ยอมสละชีวิตปฏิบัติหน้าที่เพื่อคนอื่นได้ 

      แม่กำลังย้อนกลับไปนึกถึงครู ที่ต้องดูแลนักเรียนจำนวนมาก ๆ ในแต่ละวัน แม่ก็คิดเปรียบเทียบกับหลวงพ่อ ที่วัดพระธรรมกายว่า แล้วท่านต้องรับผิดชอบชีวิตผู้คนหลายพันคน รับผิดชอบทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งยามสุขสบายและยามเจ็บไข้ได้ป่วยเลย ตลอด 24 ชั่วโมง ...

       แม่คิดว่า หลวงพ่อและคุณยายฯ ทำได้อย่างไร ทำไมต้องเอาตัวท่าน ชีวิตท่าน มาผูกและพันกับบุคคลต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขอะไรเลย แต่มาอยู่กับท่าน เพราะอย่างเรา ๆ เห็นไหมคะ บางคนแค่ตัวเองคนเดียวก็ยังเอาตัวเอง ไม่ค่อยจะรอดเลย แต่หลวงพ่อ คุณยายฯ ...ไม่ใช่

      แม่ก็ได้คำตอบว่า "การที่เราต้องรับผิดชอบ ของของเราเอง กับรับผิดชอบของที่เขาฝากนั้นมันมีน้ำหนักที่ต่างกันนะคะ"

โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง

โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง แหล่งภาพจาก กัลยาณมิตร

      ลูกลองคิดตามดูนะ ครูที่ต้องรับผิดชอบเด็กนักเรียน กับรับผิดชอบตัวลูกของครูเอง ความทุ่มเทที่ต้องให้ที่โรงเรียนนั้นสำคัญมาก เพราะที่โรงเรียนมีลูกใครบ้างเยอะแยะเลยที่เขามาฝากไว้ให้ดูแล ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา นั่นหมายความว่า ผลกระทบจะเกิดในวงกว้างมากกว่า รับผิดชอบลูกของครูเพียงคนเดียว ใช่ไหมคะ

       วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่วัดพระธรรมกาย มีบุคลากร จำนวนหลายพันชีวิตที่ต้องมาเกี่ยวข้อง และอยู่ในความรับผิดชอบของผู้นำที่วัด และที่สำคัญ บุคลากรเหล่านั้น ก็มีความตั้งใจทุ่มเทเพื่องานส่วนรวมคืองานพระศาสนา ลูกว่า หลวงพ่อคุณยายฯ หรือผู้นำในวัดต้องทุ่มเทรับผิดชอบมากแค่ไหน จริงไหมคะ ยิ่งเวลามีงานบุญใหญ่ ลูกศิษย์จากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานอีกจำนวนมากก็ต้องรับผิดชอบ ..

       แม่เห็นว่า ไม่ว่ากิจการใด ๆ ที่ใหญ่ ๆ มักต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมากเสมอ เช่น โรงพยาบาลใหญ่ ๆ โรงเรียนใหญ่ ๆ บริษัทห้างร้านใหญ่ ๆ แม้แต่บ้านหลังใหญ่ ๆ ก็ต้องมีคนดูแลมากกว่าบ้านหลังเล็ก ๆ จริงไหมคะ แล้ววัดใหญ่ ๆ ล่ะ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนมาก ๆ ด้วยเช่นกัน 

       สิ่งที่แปลกและแตกต่างของวัดที่ใหญ่กับสถานที่ใหญ่อื่น ๆ ก็คือ วัดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยศรัทธาญาติโยม ยิ่งใหญ่ก็ต้องมีปัจจัยค่าใช้จ่ายมาก และก็ต้องมาจากญาติโยมเช่นกัน ญาติโยมจะศรัทธามากก็ต้องขึ้นกับความพึงพอใจในวัดและผู้นำในวัด ใช่ไหมคะ

       แม่อธิบายเสียยืดยาว ลูกคงเข้าใจระดับหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับลูกอย่างไรบ้าง

       แม่คิดแล้วว่า ทั้งพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ของลูก แม้แต่พระและสามเณร ก็ล้วนมีคุณค่าสำคัญทุกรูปทุกคน โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่พ่อแม่ยอมฝากลูกสาวไว้ กับวัดพระธรรมกาย ผู้นำก็ต้องรับผิดชอบ ..ดังนั้นแม่จึงอยากให้ลูกดูแลน้อง ๆ เหมือนเป็นพี่คนโตแทนหลวงพ่อคุณยายฯ นั่นเองค่ะ

คุณยายฯ เริ่มสร้างวัด หลวงพ่อนั่งฉันที่กองฟาง

คุณยายฯ เริ่มสร้างวัด หลวงพ่อนั่งฉันที่กองฟาง แหล่งภาพจาก SarakNews

       เรื่องที่สองคือ ต้องคิดเสมอว่า คนย่อมมีค่าและสำคัญ...กว่างาน เพราะถ้าคิดถึงตอนคุณยายสร้างวัดใหม่ ๆ คุณยายบอกว่า "มีพระดีแค่ 11 รูป เหมือนมีสมบัติเป็น 1000 ล้าน ยายจึงมั่นใจว่าสร้างวัดได้สำเร็จแน่นอน"

       ดังนั้น สิ่งที่ฝากนั้น เป็นของมีค่า คือชีวิตของน้อง ๆ เพื่อน ๆ และพี่ ๆ และหมู่คณะที่ทุ่มเทใจสร้างวัดกันมาเป็นตัวอย่าง ขณะเดียวกัน 

       สิ่งที่เป็นของฝากที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อีกประการหนึ่งคือ พระพุทธศาสนา (วิชชาธรรมกายวิชชาของพระพุทธเจ้า) ที่หลวงปู่ได้ทุ่มชีวิตและค้นพบกลับคืนมา หลังจากสูญหายไปกว่า 500 ปีหลังพุทธกาล ให้กับชาวพุทธทุกคนบนโลกใบนี้

       ลูกอ่านมาถึงตรงนี้ พอสรุปได้หรือยังคะ ว่ามีอะไรบ้างที่ต้องรับผิดชอบเป็นพิเศษ ซึ่งมี 2 อย่างแล้ว ในวันนี้ คือ ชีวิตของน้อง ๆ ที่ลูกจะต้องทำตัวเป็นผู้แทนของหลวงพ่อคุณยายดูแล และพระพุทธศาสนา ไงล่ะคะ

       แล้วจะทำอย่างไร ดูเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ถ้ามองภาพรวม จริง ๆ แล้วไม่ยากหรอกค่ะ ค่อย ๆ ทำตามที่หลวงพ่อ หลวงปู่ คุณยายฯ เคยสอนเอาไว้ นั่นก็คือ ถ้ารับผิดชอบน้อง ๆ ก็ด้วยการทำตัวอย่างที่ดีให้น้อง ๆ เห็นและเลียนแบบได้ เหมือนอย่างหลวงพ่อคุณยาย เป็นต้นแบบให้เราค่ะ ในทุกกิจกรรมประจำวันเลยทีเดียว

      และความรับผิดชอบพระพุทธศาสนา ที่ลูกพึงทำได้ก็คือ ช่วยกันดูแลวัดพระธรรมกายและวัดต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ให้สะอาด สดใส สว่างไสว คงสภาพความศักดิ์สิทธิ์ของวัดเอาไว้นั่นเอง ลูกคงพอนึกออกนะคะ ซึ่งแม่ก็เห็นลูก ทำกันอยู่ประจำ ตามโครงการต่าง ๆ ของวัดที่เกิดขึ้น อยู่แล้วใช่ไหมคะ

       ซึ่งเรื่องของยวัดพระธรรมกายนี้ คงไม่พ้นเรื่องที่คุณยายได้วางกฎระเบียบเอาไว้นั่นเองค่ะ ไม่ทำวัดเป็นบ้านส่วนตัว (หมายถึงทำอะไรตามสบายแบบที่บ้าน..ในที่วัดหมายถึงเริ่มยึดติด) ไม่ขายของไม่ทำธุรกิจในวัด ไม่ทำสกปรกเลอะเทอะในวัด และช่วยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย อันนี้เท่าที่แม่มองเห็นนะคะ ส่วนอื่น ๆ จะยังไม่ลงรายละเอียดค่ะ

       แม่คิดว่าแค่เริ่มเอ่ยมา ลูกแม่ก็คงพอเข้าใจแล้ว เพราะลูกและทุกคนมีบุญเก่าสอนตัวเองได้กันอยู่แล้วที่สำคัญ ลูกก็ได้ปฏิบัติกันอยู่แล้ว

ฉบับนี้ดูจะยาวมากไปหน่อย แต่แม่คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะหลวงปู่ได้ฝากวิชชาธรรมกาย ไว้กับคุณยาย และคุณยายก็ได้ถ่ายทอดให้กับหลวงพ่อ จนมาถึงลูกศิษย์หลานศิษย์ของท่านทุกคน 

หลวงพ่อป่วยในปี 2542 และฝากวัดพระธรรมกาย ไว้กับลูกศิษย์ อย่าทิ้งวัดกันนะ

หลวงพ่อป่วยในปี 2542 และฝากวัดพระธรรมกาย ไว้กับลูกศิษย์ อย่าทิ้งวัดกันนะ

       ดังที่..เมื่อปี 2542 หลวงพ่อโดนคดีมาก่อนอย่างหนักหนาสาหัสเหมือนกัน ขนาดพูดไม่ได้ นั่งรถเข็น และหลวงพ่อเคยรำพึงผ่านไมค์ว่า "ถ้าหลวงพ่อเป็นอะไรไป หลวงพ่อฝากวัดไว้กับลูก ๆ ด้วยนะ และยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกอย่าทิ้งวัดนะ หลวงพ่อฝากด้วย เพราะเราร่วมสร้างกันมา" ซึ่งคนในสมัยนั้นยังจำกันได้ดี

      ถึงวันนี้ หลวงพ่อไม่อยู่แล้ว คงฝากไว้แต่เพียงคำสอนที่ประทับใจไว้ ลูกต้องรับผิดชอบดูแลของฝากนี้ให้ดีนะคะ

       สถาบันพระพุทธศาสนา ในประเทศไทย และทั่วโลก ทุกแห่งทุกนิกายล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ มุ่งให้ประเทศชาติและโลกเกิดสันติสุข ด้วยการนำธรรมะแห่งองค์พระพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติกับทุกชีวิต มิได้จำกัดความเชื่อ เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ นี่แหละหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน ใช่ไหมคะ 

       คุณแม่ก็ขอฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ในใจของลูกแม่ ให้ติดแน่นและมั่นคงบนเส้นทางการสร้างบารมีดุจสวมหัวใจพระโพธิสัตว์ ในกาลก่อนนะคะ 

                         อย่าลืม "ของฝากต้องทุ่มเทดูแลมากกว่าของ ของเราเอง"

       พร้อมทั้งแม่ขอฝากอนุโมทนากับทุกคนในหมู่คณะของลูกและเจ้าภาพและผู้นำบุญทุกคนด้วยค่ะ

รักคิดถึงและเชื่อว่าลูกทำได้ดีเสมอ

สะเดาหวาน

11 มิถุนายน 2560 เวลา 12.25 น.

แชร์