รมว.เกษตรและสหกรณ์ เร่งมาตรการช่วยชาวสวนแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการผู้ว่า กยท. เจรจากับ 2 ประเทศผู้ผลิตยาง เพื่อสร้างตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค ลดปัญหาการส่งออก และแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ http://winne.ws/n16402

148 ผู้เข้าชม
share

                ยื่นหนังสือถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเสนอการแก้ไขปัญหาราคายางพาราอย่างยั่งยืน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. เปิดตลาดยางพาราเพิ่มขึ้นในต่างประเทศ /2.รัฐบาลร่วมมือกับพ่อค้าหรือโรงงาน ส่งออกยางพาราในทิศทางเดียวกัน 3.ให้ข้อมูลเกษตรกรที่เป็นข้อเท็จจริงในระบบตลาดยางพาราโลก 4.สรรหาบุคลากรที่มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับยางพารามาบริหารงานในองค์กรยาง และต้องปฏิรูปองค์กรยางทั้งระบบ 5.ส่งเสริมแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น /6. นำผลงานวิจัยมาใช้ให้เป็นรูปธรรม และ 7. นำนโยบายประเทศไทย 4.0 มาใช้แก้ปัญหาทั้งระบบ

              หากรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวโดยเฉพาะการเปิดตลาดเพิ่มเติมในต่างประเทศ เชื่อเกษตรกรจะยอมรับให้ราคายางพาราเป็นไปกลไกตลาด และหากเกิดปัญหาราคาตกต่ำก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวอีก โดยขณะนี้ราคาน้ำยางสดอยู่ที่ 48 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยังคงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

              พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าได้สั่งการให้ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เดินทางไปเจรจาหารือกับประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียในวันเสาร์นี้ (17มิ.ย.) เพื่อกำหนดปริมาณการผลิต การขาย และการส่งออกร่วมกัน รวมทั้งหาแนวทางการสร้างตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และจะต้องเป็นตลาดที่มีการส่งมอบยางจริง ซื้อขายจริง เพราะปัจจุบันเป็นการซื้อขายยางล่วงหน้า ซึ่งทำให้เกิดการสร้างกระแสปั่นราคาได้ และส่งผลราคายางจริงในตลาดผันผวน ทั้งนี้ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

              ขณะที่พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า ประเทศจีน เวียดนามและลาว สามารถผลิตยางได้แล้ว ส่งผลให้ปริมาณยางในตลาดโลกเพิ่มขึ้น จะทำให้ยางมีราคาตกต่ำลงได้อีก ดังนั้น รัฐบาลได้มีนโยบายลดการผลิตยางพาราในประเทศปีละ 4 แสนไร่ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผลผลิตยางพารามากถึง 4 ล้านตัน แต่มีการใช้ในประเทศเพียง 5 - 6 แสนตัน ที่เหลือส่งออกเป็นวัตถุดิบ โดยจะเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางเพื่อนำไปแปรรูปยางพาราให้ได้มาตรฐาน มีเป้าหมาย 22,000 รายทั่วประเทศ และผลักดันสถาบันเกษตรกรจำนวน 32 กลุ่มทั่วประเทศให้ผลิตยางได้มาตรการ GMP และ GAP เพื่อให้ขายยางได้ราคาสูงขึ้น


ขอขอบคุณภาพจาก https://www.google.co.th

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก http://news.voicetv.co.th

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://news.voicetv.co.th/business/498829.html

แชร์