โรคร้ายแรงที่สุด! ในปีค.ศ.2020 ไม่ใช่มะเร็ง หรือเอดส์ แต่กลายเป็น โรคเครียด

โรคร้ายแรงที่สุด ในปีค.ศ.2020 ไม่ใช่มะเร็ง หรือเอดส์ แต่กลายเป็น โรคเครียด เพราะวิถีชีวิต เปลี่ยนไป ฝรั่งพยายามค้นคว้า ยาเพื่อแก้ไข แต่พบว่า “ยา” รักษาโรคเครียดได้ แค่ชั่วคราว เพราะความเครียด เกิดจากวิถีชีวิต ที่เราสร้างขึ้น.. http://winne.ws/n16424

371 ผู้เข้าชม
share

โรคร้ายแรงที่สุด ในปีค.ศ.2020 ไม่ใช่มะเร็ง หรือเอดส์ แต่กลายเป็น โรคเครียด เพราะวิถีชีวิต เปลี่ยนไป ฝรั่งพยายามค้นคว้า ยาเพื่อแก้ไข แต่พบว่า “ยา” รักษาโรคเครียดได้ แค่ชั่วคราว เพราะความเครียด เกิดจากวิถีชีวิต ที่เราสร้างขึ้น..ไปๆ มาๆ ฝรั่งที่ศึกษาพุทธศาสนา ก็เลยทดลองใช้วิธี “การเจริญสติ (mindfulness)” จนตอนนี้ ทางการแพทย์ พัฒนาขึ้นเรียกว่า “MBCT” หรือ “MindfulnessbasedCognitiveTherapy” คือการบำบัดจิต บนพื้นฐานของ การเจริญสติ หรือการบำบัดจิต แก้ไขเรื่องความเครียด

 วงการแพทย์ ใช้การเจริญสติ เป็นพื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหา ทุกอย่าง พอทดลองด้วย การเจริญสติ ปรากฏว่า สามารถแก้ไขโรคต่างๆ หายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งโรคจิต โรคเครียด โรคมะเร็ง สารพัดโรคหายหมด ด้วยเหตุนี้ เขาจึงศึกษาลึกลงไปว่า ทำไมแค่การนั่งสมาธิ ถึงสามารถแก้ไข ในสิ่งที่ “ยา” แก้ไขไม่ได้ พบว่า “change your mind, change your brain” คือ ฝึกจิตแล้ว เปลี่ยนสมองได้ ด้วยเหตุนี้ ทางวิทยาศาสตร์ พยายามศึกษาคำว่า “จิต(mind)” ฝรั่งไม่มีคำว่า mind มีแต่ soul (อัตตา/ตัวตน) แต่พุทธศาสนา เชื่อว่าไม่มีตัวตน แต่มีจิต(mind) ที่สามารถบังคับตัวตน ให้เป็นไปในสิ่งที่ เราต้องการได้ 

ฝรั่งที่ศึกษาพุทธศาสนา ก็เลยทดลองใช้วิธี “การเจริญสติ (mindfulness)”

 ฝรั่งที่ศึกษาพุทธศาสนา ก็เลยทดลองใช้วิธี “การเจริญสติ (mindfulness)”

จิตเป็นสิ่งใหม่ สำหรับฝรั่ง แต่ของเราพูดถึงจิต มากว่า 2,500 ปีแล้ว เรารู้ว่าตัวตน(soul) ดำเนินตามจิต พอฝรั่งมาเจอจิต คือการรับรู้ ทางพุทธศาสนา นั่นคือ ใช้อายตนะ ไปกระทบกับสิ่งข้างนอก แล้วเราทำปฏิกิริยา กับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ถ้าเรามีความรู้ ความเข้าใจหรือมีตัว “ปัญญา” มาก ปฏิกิริยาต่อสิ่งนั้น ก็ออกมาในทางฉลาด แต่ถ้าเราปัญญาน้อย เราก็จะกลายเป็นเหยื่อ กับสิ่งที่มากระทบ นี่คือสิ่งที่พุทธศาสนา สอนมานานแล้ว

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก

http://www.matichon.co.th/news/414838

ขอบคุณที่มาจากกลุ่มไลน์

ภาพจาก

www.google.co.th

แชร์