พบภูเขาน้ำแข็งหนักขนาดล้านล้านตัน แยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกา

มันยังส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือด้วย เนื่องจากการแยกตัวของน้ำแข็งทำให้ไหลเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก 10 เซนติเมตร http://winne.ws/n17138

491 ผู้เข้าชม
share

ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ

       ทุกวันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ต่างใช้ชีวิตเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง สนใจแต่เรื่องตัวเอง แต่กลับไม่เคยให้ความสำคัญกับโลกเลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง…

       เราคงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่า ตอนนี้ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างมาก และล่าสุดนี้ก็ทำให้ภูเขาน้ำแข็งขนาดล้านล้านตัน แยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาแล้ว และมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆ

       ภูเขาน้ำแข็งนี้มีขนาดใหญ่เป็น 4 เท่าของกรุงลอนดอน ด้วยขนาด 5,800 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งที่รู้จักกันในชื่อ Larsen C

                                                                                                                                                                                                                               อุณหภูมิได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก

       ที่ผ่านมานักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Swansea University ได้เฝ้าสังเกตการแบ่งตัวของภูเขาน้ำแข็งเป็นเวลาหลายเดือน และคาดการณ์จากภาพดาวเทียม พวกเขาสามารถระบุได้ว่า ภูเขาน้ำแข็งอาจจะแยกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาในช่วงวันที่ 10 ถึง 12 กรกฎาคม 2017 นี้

       และแล้วก็เป็นตามการคาดการณ์ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า อุณหภูมิได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแอนตาร์กติกาฝั่งตะวันตก ทำให้ชั้นน้ำแข็งมีความเปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ

                                                                                                                                                                                                                                 วิกฤติการณ์และผลกระทบ

       ไม่ใช่แค่ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่เท่านั้น มันยังส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือด้วย เนื่องจากการแยกตัวของน้ำแข็งทำให้ไหลเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในโลกเพิ่มสูงขึ้นอีก 10 เซนติเมตร                                                                                                                                                                                                            

       แน่นอนว่าวิกฤติการณ์นี้ส่งผลต่อถิ่นที่อยู่ของสัตว์โลกบางชนิดด้วย เช่น เพนกวินจักรพรรดิ และอีกไม่นานมนุษย์ก็คงได้รับผลกระทบจากภัยนี้เช่นกัน

       นี่ไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องรอให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาจัดการ แต่มันเป็นหน้าที่ของทุกคนในการช่วยปกป้องโลกเพื่อให้กลับมาอยู่ใสภาพเดิม หรืออย่างน้อยๆ ก็ไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้

ที่มา          :          boredpanda

By             :          เหมียวขี้ส่อง    /      13/07/2560

                              เว็บ catdumb.com           /          Hightlight       /          เรื่องราวรอบโลก

แชร์