"นักฆ่าบนตึกDSI"!!! โดยฉลามเขียว

เหตุและพฤติการณ์ที่นายธวัชชัย อนุกูล ตาย คือ สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตายโดยระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ http://winne.ws/n17746

765 ผู้เข้าชม
share
http://news.trueid.net/detail/86817

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า  เหตุและพฤติการณ์การตายเป็นอย่างไร ได้ความจาก นายชยพล หวานชะเอม, พ.ต.ท.ไพโรจน์ เล้ารัตนานุรักษ์ และนายสมมาส นาควงษ์  พยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ตายมาโดยตลอด จนเวลาประมาณ 01.00 น. พบผู้ตายนั่งหมดสติอยู่ในห้องควบคุม มีถุงเท้ารัดบริเวณคอ และบานพับประตู จึงดำเนินการช่วยเหลือ และมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะมารับตัวทำการกู้ชีพ

แต่เมื่อพิจารณาสภาพศพผู้ตายตามเอกสาร  มีสภาพเป็นรอยแดงผ่านลูกกระเดือก ซึ่งได้ความจาก พ.ต.อ.นพ.อนุราช จิตศิล ผู้ตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุว่า ร่องรอยดังกล่าวจะพบในกรณีที่ผู้ตายถูกผู้อื่นกระทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ผูกคอตายนั้น จะพบรอยแดงบริเวณเหนือลูกกระเดือกรัดใต้คางพาดผ่านไปทางหลังใบหูทั้งสองข้าง

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 ดีเอสไอ  ร่วมกันจับกุม  “นายธวัชชัย ผู้ตาย” ตามหมายจับของศาลอาญาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และนำตัวไปควบคุมยังห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ห้องควบคุมชั้น 6 อาคารดีเอสไอ

โดยในคืนแรกของการควบคุม ผู้ตายมีอาการหมดสติ มีถุงเท้ารัดอยู่ที่คอผูกติดกับบานพับประตูในห้องควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานที่ควบคุมอ้างว่าผู้ตายใช้ผูกคอ จึงทำการช่วยเหลือกู้ชีพเบื้องต้น และได้แจ้งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ  ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย

โดยพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่นิติเวช เจ้าพนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่า

สาเหตุการตายเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง 
ตับแตกจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก 
ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ


นอกจากนี้ นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้ตรวจชันสูตรพลิกศพ ได้เบิกความประกอบผลการตรวจพิสูจน์ พบบาดแผลช้ำบริเวณท้อง 3 แห่ง โดยบาดแผลดังกล่าวเกิดก่อนเวลาที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย และเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก โดยมีแรงกระทำมากพอสมควร โดยเฉพาะบาดแผลบริเวณกลางท้อง จนทำให้เกิดรอยช้ำที่ขั้วลำไส้ ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ตายมีอาการเจ็บจุกเป็นอย่างมาก 

และพบว่า กล่องกระดูกเสียงหักทั้งสองข้าง ซึ่งเกิดจากการกดรัดบริเวณคอด้านหน้าตำแหน่งลูกกระเดือก

และยัง พบบาดแผลกดรัดบริเวณคอด้านหน้าขนาดกว้าง 0.5 เซนติเมตร  มีบาดแผลเฉียงขึ้นไปทางด้านหลัง น่าจะเกิดจาก มีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย 
ซึ่งถุงเท้าของกลางไม่น่าสามารถทำให้เกิดรอยรัดดังกล่าวได้

และจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้น ซึ่งโดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่พบผู้ตาย มีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหัก  นั้น จากการตรวจศพทำให้ทราบว่า เกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย  และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย

ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมาก และมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี ซึ่งอาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกัน การเลือกออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้ และตับที่แตกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่ง  จากการตรวจสอบกล้องจุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรงสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้

และจากบาดแผลฟกช้ำบริเวณคอและที่กระดูกกล่องเสียงที่หักนั้น ซึ่งโดยทั่วไปการผูกคอส่วนใหญ่ไม่สามารถเกิดรอยบริเวณกลางลูกกระเดือกได้ แต่การที่พบผู้ตาย มีกระดูกซี่โครงด้านขวาและด้านซ้ายหัก  นั้น จากการตรวจศพทำให้ทราบว่า เกิดก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย  และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นและเข้ากับการปั๊มหัวใจในการกู้ชีพผู้ตาย

ส่วนที่พบว่ามีตับฉีกขาดมาก และมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,000 ซีซี ซึ่งอาการทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่สมดุลกัน การเลือกออกดังกล่าวทำให้ผู้ตายเกิดอาการช็อกหมดสติได้ และตับที่แตกอย่างรุนแรงก่อให้เกิดความเจ็บปวดมาก ซึ่ง  จากการตรวจสอบกล้องจุลทรรศน์แสดงว่าอาการตับแตกเกิดขึ้นก่อนเวลา 01.00 น. และการที่ตับแตกแบบรุนแรงสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่มีแรงกระทำอย่างอื่นต่อไปได้

พยานผู้ตรวจพิสูจน์ดังกล่าวเป็นพยานคนกลาง ไม่มีส่วนได้เสียในคดี และเบิกความตามหลักวิชาการ จึงมีน้ำหนักรับฟังประกอบกันแล้วสันนิษฐาน  และมีคำสั่งว่า 

สาเหตุการตายเกิดจากของแข็งไม่มีคมกระแทก ตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

เมื่อจากการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ จึงอาศัยเหตุผลดังคำวินิจฉัยมีคำสั่งว่า ผู้ตายคือนายธวัชชัย อนุกูล ตายที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2559 เวลา 04.43 น. เหตุและพฤติการณ์ที่ตาย คือ สืบเนื่องมาจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกตับแตก เลือดออกในช่องท้อง ร่วมกันกับการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอทำให้ตาย โดยยังไม่ทราบว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ โดยระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่

กระผม นายฉลามเขียว ก็ขอให้ท่านผู้อ่านชาวไทยอ่านคำสั่งศาล  ผลการไต่สวนสาเหตุการตายของ “นายธวัชชัย อนุกูล”  ซ้ำๆหลายๆรอบนะครับ  ตัวผมอ่านหลายรอบมาก และตัวผมรอนานมากกว่าจะกล้าพาดหัวตั้งชื่อเรื่องว่า “นักฆ่าบนตึก DSI” สาเหตุที่ผมไม่กล้าก่อนหน้านี้เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ของ DSI ฟ้องหมิ่นประมาท  ไปหาว่าการฆ่าเกิดขึ้นบนตึกของท่าน  แต่บัดนี้เมื่อมีคำสั่งของศาลออกมาเช่นนี้ก็เป็นที่ยุติแล้ว  มีคนอื่นทำให้ตาย  ผมก็ถือว่า เป็นการฆ่า

รอยแดงบนคอตรงกระเดือกเป็นเส้นเล็กๆมาก ขนาดแค่ 0.05  เซนติเมตร

ผมก็เชื่อว่า คนไทยหลายๆคนเคยดูหนังแอ็คชั่น ที่นักฆ่าจะถือลวดเส้นเล็กๆ  แทบมองไม่เห็น  ย่องเข้าไปด้านหลังเหยื่อ  แล้วตวัดลวดรัดคอหอยตรงลูกกระเดือก  ออกแรงรัดแป๊บนึง เหยื่อก็ชัดกระตุกและตาย  รัดคอจากด้านหลังด้วยลวดหรือเส้นเอ็นขนาดเล็ก  เหยื่อตายไวมาก

ผมจึงถือว่าคำสั่งศาลตรงที่ระบุว่า..มีวัตถุรัดคอผู้ตายในระยะเวลาเพียงเล็กน้อย...  เป็นสาระสำคัญ  ก็คือ  รัดคอแป๊บเดียวก็ตาย    

และในคำสั่งนี้  ทีมกู้ชีพ รวมทั้งหมอ ร.พ.มงกุฎวัฒนะ  ที่เกือบพากันซวยที่ตอนแรกมีใครก็ไม่รู้พยายามชี้นำว่า  ตับแตกเพราะปั๊มหัวใจ  ซึ่งผลจากการไต่สวนตามกระบวนการยุติธรรมระบุชัดว่า ตับแตกก่อนตี 1  ซึ่งทีมกู้ชีพมาถึงข้องขังบนชั้น 6 ตึก DSI เมื่อเวลา 01.25 น.  ก็หมายความว่า  ตับแตก กับการรัดคอเกิดขึ้นก่อนทีมกู้ชีพมาถึง และเกิดบนตึก DSI  นั่นแหละ  เพราะนับแต่ถูกจับธวัชชัยไม่ได้ออกไปไหนเลย

คดีพลิกอย่างแผ่นดินถล่มฟ้าทลายครั้งนี้ขอยกให้เป็นความดีของ “ณรงค์ชัย อนุกูล”  น้องชายของผู้ตาย  ซึ่งผมยกยอดับเบิลให้เลยนะครับ    ณรงค์ชัยพึ่งกระบวนการยุติธรรม  ตั้งแต่ร้องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอไต่สวน  และศาลก็เปิดไต่สวน จนมีคำสั่งออกมาเมื่อ 4 ส.ค.2560  ทำให้การตายของธวัชชัย อดีตข้าราชการประจำกรมที่ดิน สำนักงานอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา  เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559 ชัดเจนว่า  คนอื่นทำให้ตาย  และเป็นการลงมือบนตึก DSI แน่นอนแล้ว ... ตับแตกก่อนตี 1

เพราะผมรู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศและ  เพราะผมรู้จากที่ท่านบอก พล.อ.ประยุทธ์ อ่านเองทุกเรื่องราวที่มีคนเขียนอยู่ในโซเชียลออนไลน์ทุกรูปแบบ  ผมจึงดีใจมากโดยเชื่อว่าข้อเขียนของผมนี้ท่านพล.อ.ประยุทธ์จะได้อ่านด้วยตัวเอง

คดี “บังฟัต” ถูกจับพร้อมทีมฆ่า โดยตำรวจกล่าวหาว่าฆ่าล้างครัว “ผู้ใหญ่วรยุทธ หลังสัง” แห่งหมู่ 1  ต.บ้านกลาง อ.ท้ายเหลือง จ.กระบี่  ตายหมู่ 8 คน  เป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรงสะท้านกฎหมาย สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสนใจ และใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารของท่าน สั่งให้ทหาร ร.15 พัน 1 ไปจับพวกมันมา 9 คน  กักตัวไว้ในค่าย 7 วันตามอำนาจ คสช.แล้วส่งต่อให้ตำรวจ  ผู้คนทั้งแผ่นดินไทยสรรเสริญเยินยอพล.อ.ประยุทธ์ และให้คะแนน  อย่างนี้สิมันถึงจะเรียกว่าในสถานการณ์รัฐประหาร  

ซึ่งหากให้ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติ จะต้องหาหลักฐานให้พร้อมจึงยื่นขอหมายจับ  ก็ไม่รู้จะนานแค่ไหน เพราะมันคดีอิทธิพล   ที่ผู้คนท้องถิ่นหวาดกลัว จึงยากมาก แม้การฆ่าหมู่รายนี้ทีมฆาตกรจะทิ้งหลักฐานไว้อย่างเรี่ยราดก็ตาม  แต่เพราะประเทศไทยมี พล.อ.ประยุทธ์  ก็ชั้วะ  วันนี้เอาตัวมาขังไว้ในเรือนจำได้ครบคนแล้ว

วันนี้  ฉลามเขียว จึงขอเขียนหนังเน้นๆให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์อ่าน  ดังนี้ครับ


อ่านเพิ่มเติมที่http://www.voicetv.co.th/blog/513286.html

แชร์