ความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง...เมื่อรู้ว่าต้องเป็นแม่...คุณศศินา วิมุตตานนท์

เมื่อรู้ว่ามีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในตัวของเรา ก็ทำให้ยิ่งสวดมนต์นั่งสมาธิมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้บุญคุ้มครองลูกในท้อง เมื่อถึงเวลาใกล้คลอด เราทุกคนพร้อมใจสวดมนต์รับการมาเกิดของลูกชาย ทั้งกล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัย คำนมัสการพระพุทธเจ้า ถวายพรพระ ฯ http://winne.ws/n17860

455 ผู้เข้าชม
share

แม้ว่าจะแต่งงานตั้งแต่อายุ 23-ปี แต่ก็ต้องใช้เวลารอคอยการมาเกิดของบุตรชายผู้น่ารัก ด.ช.พอเพียง วิมุตตานนท์ นานถึง 7-ปี กว่าที่จะยอมมาเกิดและนำพาให้ลูกและครอบครัวมาวัดได้มาร่วมสะสมบุญกับหลวงพ่อและหมู่คณะ จนถึงปัจจุบัน นับว่าลูกชายคนนี้เป็นผู้มีบุญโดยแท้ และลูกก็คาดหวังว่าเขาจะได้สั่งสมบุญต่อเนื่องต่อไป กระทั่งได้บวชเป็นพระแท้ด้วยตัวของเขาเอง ให้เป็นบุญใหญ่สำหรับตัวเขาและครอบครัวของเรา ในวันข้างหน้า

เมื่อประมาณ 7-ปีที่แล้ว ดิฉันกับสามี คือ คุณสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ได้ไปปรึกษาคุณหมอ เรื่องการมีบุตรยาก เพราะแต่งงานกันมา 7-ปีแล้ว ก็ยังไม่มีลูกสักที คุณหมอจึงแนะนำหลายวิธี โดยให้ทำขั้นตอนจากง่ายๆก่อน คือ ให้ทานยา เพื่อให้ไข่ตกตรงวันที่กำหนด จะได้ฉีดเชื้อที่เก็บไว้แล้ว ตรงวันที่เหมาะสม ครั้งแรกผ่านไป แต่ไม่สำเร็จ ทั้งๆที่ลูกระมัดระวังตัวเองอย่างดีมาก พอลองทำครั้งที่สอง ก็มีอุปสรรค แต่แล้วการรอคอยการมาเกิดของลูกน้อยก็มาถึง 

เมื่อรู้ว่ามีอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในตัวของเรา ก็ทำให้ยิ่งสวดมนต์นั่งสมาธิ(Meditation)มากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้บุญคุ้มครองลูกในท้อง

 สำหรับอาการแพ้ท้อง ก็พอรับมือได้ เพราะเป็นแม่ประเภท ญ.ผู้หญิง อดทน เป็นคนอึดมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เราทั้งครอบครัวเฝ้าดูพัฒนาการของลูกชายในครรภ์อย่างใกล้ชิดทุกเดือน เรียกว่าเจอกันผ่านหน้าจออัลตร้าซาวด์ตลอด ถึงแม้ท้องจะใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ  ยังคงไปทำงานได้ตามปกติ ยังคงแข็งแรง แคล่วคล่องว่องไวเหมือนเคย แล้ววันที่จะได้เห็นทั้งภาพทั้งเสียงและสัมผัสกันแบบตัวเป็นๆก็มาถึง

วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2546_เมื่อถึงเวลาใกล้คลอด นอนอยู่บนเตียงในห้องคลอด มีสามีให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง มีคุณตาคุณยาย คุณลุงคุณป้า พร้อมหน้ากันในห้องคลอด เราทุกคนพร้อมใจสวดมนต์รับการมาเกิดของลูกชาย ทั้งกล่าวคำนมัสการพระรัตนตรัย คำนมัสการพระพุทธเจ้า ถวายพรพระ คาถาชินบัญชร กรณียเมตตสูตร คำสวดแผ่เมตตา

 เมื่อสิ้นเสียงสวดมนต์ คุณหมอและทีมพยาบาลก็ให้ลูกได้เริ่มภารกิจสำคัญ พยาบาลนับ “หนึ่ง สอง สาม...อืบบ์”_เบ่งค่ะ แต่ช่วงล่างของลูกไม่รู้สึกเลย เพราะถูกบล็อกหลังตั้งแต่ตอนแรกๆที่มดลูกบีบตัว ตอนนั้นปวดมากจนทนไม่ไหว ท้องบีบๆคลายๆเป็นระยะ แต่ละครั้งแทบแย่ เจ็บมากค่ะ หมอก็เลยบล็อกหลังให้ ดังนั้นตอนที่บอกให้เบ่งแต่ละที ลูกก็เลยไม่แน่ใจว่าได้ออกแรงเบ่งไปหรือยัง คุณหมอต้องใช้คีมหนีบศีรษะช่วยให้ลูกชายคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมนำน้องพอเพียงมาสู่อ้อมอกของลูก ลูกมองใบหน้าของลูกชายที่ตัวยังแดงๆอยู่ เพื่อจะจดจำภาพในวินาทีแรกที่เราได้พบกันให้ขึ้นใจ

        มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากค่ะ ที่เขาเกิดมากจากร่างกายของเรา และในวินาทีนั้นลูกก็ตั้งใจเลยว่า จะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

        แต่ไม่คิดว่าภารกิจการให้นมลูกในวันและสัปดาห์ต่อๆมา จะเจ็บปวดยิ่งกว่าการคลอดลูกเสียอีก ทั้งๆที่เจ็บมากแต่ก็ต้องอดทน เพื่อให้ลูกได้ดื่มน้ำนมจากอกแม่ เป็นเลือดบริสุทธิ์ที่กลั่นออกมาให้ลูกน้อยได้ดื่มกินทุกวันๆ แต่ลูกก็ผ่านความเจ็บปวดมาได้ด้วยกำลังใจอย่างดีจากพ่อป้อมของลูกพอเพียง ที่จะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆตลอดเวลาค่ะ

        ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก สำหรับครอบครัวเราแล้ว คือ การได้เห็นลูกมีความสุข ได้เรียนรู้เหมาะสมตามพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย และได้ทำบุญสม่ำเสมออย่างต่อเนื่องทุกวัน ดังนั้นการนำลูกเข้าวัด ฟังธรรม  ปฏิบัติธรรม และจัดกิจกรรมทำบุญที่บ้าน หรือที่บริษัทดรีมทีมฯ อย่างสม่ำเสมอ ก็เพื่อให้เราทุกคนและเพื่อให้ลูกชายตัวน้อยได้อยู่ในบุญ และหวังว่าวันข้างหน้าลูกชายจะได้มีโอกาสบวชเป็นพระแท้ เพื่อศึกษาพระธรรมคำสอนด้วยตนเอง ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ลูกผู้เป็นแม่ก็คงจะยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจและปลื้มใจอย่างที่สุดค่ะ



ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก https://www.dmc.tv/pages/latest_update/20100707_1SPE1_RIGHT.html

แชร์