'วิษณุ' ยันปมย้าย 'ผอ.พศ. ไม่ซ้ำรอย 'ถวิล เปลี่ยนศรี'

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ปฏิเสธตอบกรณี 'พ.ต.ท.พงศ์พร' ไม่ยินยอมย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ซ้ำรอย 'ถวิล เปลี่ยนศรี' ระบุคนละกรณีกัน http://winne.ws/n18667

321 ผู้เข้าชม
share
https://www.thairath.co.th/content/872068

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กระบุกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธแห่งชาติ หรือ ผอ.พศ. ทำหนังสือแย้งคำสั่งถูกโอนย้ายให้มาเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะซ้ำรอยนายถวิล เปลี่ยนศรีที่ถูกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โอนย้ายจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าไม่ซ้ำรอยนายถวิล เปลี่ยนศรี เพราะคนละกรณีกัน ส่วนจะขัดกับคำสั่งมาตรา 44 ที่โยกย้ายให้ พ.ต.ท.พงศ์พร มาดำรงตำแหน่งผอ.พศ.นั้น ยืนยันไม่ขัด เพราะคำสั่งดังกล่าวสั่งให้มาดำรงตำแหน่งนี้ และเข้าสู่ระบบตามปกติ ซึ่งแล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาอย่างไร แต่ก็อยู่บนพื้นฐานความชัดเจน เป็นธรรมและกฎระเบียบต่างๆ 


ขณะเดียวกันไม่ขอพูดถึงการเรียก พ.ต.ท.พงศ์พรมาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา พร้อมทั้งไม่ขอตอบด้วยว่าพ.ต.ท.พงศ์พร เข้ามาตำแหน่งนี้แล้วจะได้ปฏิบัติงานในด้านการปฏิรูปพุทธศาสนาหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้พูดคุยกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการส่วนตัวในเรื่องนี้ พร้อมขอโทษที่ไม่สามารถตอบเรื่องนี้เพราะกำลังพยายามคลี่คลาย จึงยังไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น และเหตุใดจึงอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชน เพราะทุกอย่างเมื่อมีปัญหาอะไรก็เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติราชการตามปกติ และเมื่อชัดเจนแล้ว จะมีการชี้แจงให้ทราบ

ส่วนกรณีที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมภารกิจสำหรับผู้ตรวจราชการคนใหม่ลงพื้นที่เป็นผู้ตรวจราชการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวิษณุ กล่าวว่า ผู้ตรวจราชการมีตั้งหลายคน จึงต้องแบ่งงานกันทำในพื้นที่ต่างๆเป็นการชั่วคราว และไม่ใช่แบ่งงานเป็นการถาวร เพราะอย่างไรก็ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งจริง เพราะนายพงศ์พรยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ดังนั้น จึงเป็นการมอบหมายงานบางอย่างเพื่อสิทธิประโยชน์ของเจ้าตัวเอง แต่ถ้ามาดำรงตำแหน่งนี้แล้วมานั่งตบยุงเฉยๆ ก็จะเข้ากรณีเดียวกับ นายถวิล เปลี่ยนศรี

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่าจะเดินหน้าตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัดต่อไป ซึ่งการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของตำรวจเป็นหลัก แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้ให้ข้อมูลและประสานงาน ไม่ใช่ใครจะเป็นพระเอกหรือเจ้าของเรื่องเพียงฝ่ายเดียว หากมีปัญหาอะไรขึ้นมาทุกอย่างยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติ และส่วนตัวไม่ทราบว่า พ.ต.ท.พงศ์พร ให้ข้อมูลกับ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. มากไปหรือไม่


ขอบคุณข้อมูลจาก https://news.voicetv.co.th/thailand/522235.html

แชร์