"ชีวิต" "ขวดเหล้า" "ควาย" เรื่องเล่าคนบนดิน

ในชนบทแห่งหนึ่งแม้จะอยู่ห่างไกลความเจริญ แต่ล้วนเต็มไปด้วยธรรมชาติท้องทุ่งนาที่งดงาม
ณ ที่แห่งนั้นมีครอบครัวหนึ่งตั้งใจตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ทั้ง พ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ณ บ้านไม้ยกพื้นสูงที่ตั้งใจปลูกขึ้นอย่าง http://winne.ws/n18759

509 ผู้เข้าชม
share

ชีวิต ขวดเหล้า ควาย เรื่องเล่าคนบนดิน

ในชนบทแห่งหนึ่งแม้จะอยู่ห่างไกลความเจริญ แต่ล้วนเต็มไปด้วยธรรมชาติท้องทุ่งนาที่งดงาม

ณ ที่แห่งนั้นมีครอบครัวหนึ่งตั้งใจตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ทั้ง พ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ ณ บ้านไม้ยกพื้นสูงหลังหนึ่ง ที่ตั้งใจปลูกขึ้นอย่างมีความสุข พวกเขาประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ตามบรรพบุรุษ

หากมองยังท้องทุ่งนาก็เต็มไปด้วยข้าวเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ โชยมา เมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ต่างคนก็รู้หน้าที่ ภรรยาทำกับข้าว หิ้วปิ่นโต ส่วนสามี ก็จูงควายไปไถนา เป็นอย่างนี้ทุกวัน ส่วนลูกชายคนเดียวเอง เมื่อเวลากลับมาจากโรงเรียนก็ช่วยจูงควายไปกินหญ้าและช่วยงานบ้านทุกอย่างที่พอจะช่วยได้ ทุกวันที่ผ่านไปจึงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น

และแล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันแม่ที่เคยแข็งแรง ก็เกิดอาการเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย จนกระทั่งจับงานหนักไม่ได้ พ่อเห็นอาการไม่ค่อยดีจึงไปพบหมอหลังจากตรวจอาการอย่างละเอียด พบว่า แม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 4 รอเพียงวันตาย แม้สามีจะดูแลภรรยาเป็นอย่างดีแต่สุดท้ายสามเดือนต่อมา เธอก็จากไป อย่างไม่มีวันกลับ

หลังที่ภรรยาเสียชีวิตอย่างกะทันหันฝั่งสามีใจแทบสลายและรับสภาพความเสียใจนั้นไม่ได้ เมื่อนั่งคนเดียวอยู่ที่บ้านภาพเก่าๆ ของภรรยามันวิ่งอยู่ในหัว วนไปวนมา จนไม่อยากทำอะไรหนักเข้าก็เข้าไปพึ่งเหล้าเพื่อให้ลืมภาพเก่าๆ และช่วยเป็นยานอนหลับเพื่อให้ลืมเรื่องภาพที่ผ่านมา

เมื่อทุกข์หนักก็ดื่มหนักขึ้นทุกวันจนไม่มีเรี่ยวแรงทำมาหากิน เอาแต่จมอยู่กับความทุกข์ สุดท้ายเมื่อเงินหมด ก็จำต้องขายที่นาเพื่อซื้อเหล้าและส่งลูกเรียน เวลาแห่งความโศกเศร้ายังแล่นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อเงินที่เก็บไว้หมดอีกครั้งก็ต้องเอาที่บ้านไปจำนองและแม้สุดท้ายก็หมดไปกับขวดเหล้านับร้อยที่กองเป็นพะเนินอยู่หน้าบ้านสุดท้ายเมื่อหมดทางเลือกจึงจำต้องขายควายที่ตนรักเพื่อหาเงินซื้อเหล้าเพื่อให้ตนคลายความทุกข์

เรื่องราวทั้งหมดผ่านไปเร็วอย่างสายลมแต่มันผ่านไปอย่างเนิ่นช้ากับหัวใจที่แสนปวดร้าวของลูกชาย ที่ต้องทนเห็นพ่อตนเองเป็นโรคติดสุราและซึมเศร้าอย่างหนัก จนทำให้ลูกชายไม่มีกะจิตกะใจที่จะไปเรียนหนังสือ ต้องคอยพะว้าพะวังกับพ่ออยู่ทุกวัน

แล้วอีกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ไม่วายเกิดมาอีกครั้ง 

ขณะที่พ่อเมาค้างหลับอยู่บนบ้านไม้ ก็ได้ยินเสียงลูกชายตะโกนลั่นบ้าน คล้ายคนขาดสติ

“มึงๆ เข้าไป เข้าไปเซ่ ไม่เหรอ งั้นมึงต้องเจอนี้” 

เสียงลูกควายร้องอย่างเจ็บปวด

พ่อได้ยินดังนั้นกลับมีสติประคองร่างตนเอง ฝืนเดิน เอามือรูดราวบันไดลงมาด้านล่าง หันไปเห็นลูกชายตนเองลักษณะถือขวดเหล้า หน้าตาแดงกล่ำ ควบคุมตนเองไม่ได้ ในมือกำลังถือไม้เรียว ฟาดลงบนหลังลูกควาย

“มึงเข้าไปซิ เข้าไปในขวดเหล้าของกูให้ได้ซิ” มึงไม่เข้าเหรอ งั้นมึงโดน

เสร็จก็ฟาดไม้เรียวลงบนหลังลูกควายอย่างแรง

ลูกควายเจ็บ ร้องอย่างเจ็บปวด

เห็นลูกทำอย่างนั้นพ่อทนไม่ไหว ได้ตะโกน ไปว่า 

 “เองมันบ้าแล้วเหรอ ขวดเหล้ามันรูนิดเดียว ควายมันจะเข้าไปได้ไง”

ลูกรีบตอบ 

“ เข้าได้ซิพ่อ ทีที่นาเรามันก็เข้าไปแล้ว ที่บ้านเราก็เข้าไปแล้วไอ้ควายที่พ่อรักมันก็เข้าไปแล้ว แล้วทำไมลูกควายจะเข้าขวดเหล้าไม่ได้” 

.........ทุกอย่างหยุดนิ่ง........

……. คำตอบของลูกกลับทำให้พ่อได้สติวิ่งกลับไปบนบ้านร้องไห้โหอีกครั้ง….

เมื่อพ่อได้สติคิดได้พาร่างที่ขณะนี้ทั้งผอมแห้ง หมดเรี่ยวแรง มีแต่กลิ่นเหล้าครุ้งเต็มตัว ลงกลับลงมาขอโทษลูก

“ลูกพ่อขอโทษ พ่อจะตั้งใจเป็นคนใหม่และกลับมาเป็นที่พึ่งของลูกให้เร็วที่สุด…”

ใครจะรู้ว่าหลายคนในขณะนี้ยังจมอยู่กับอดีตที่ปวดร้าวโดยไม่ได้ใช้สติมองว่าปัจจุบันมันสำคัญที่สุด เพราะปัจจุบันก็คืออนาคตของเรา ลองพิจารณาว่าถ้าเราทุกข์ มันจะทำให้เราเสียอะไรบ้าง เสียทั้งสุขภาพ เสียทั้งเวลาเสียทั้งงาน หรือแม้แต่ชีวิต แต่ถ้าเรารู้จักปล่อยวางได้ ให้อภัยตนเองได้อยู่กับปัจจุบัน และสัญญาจะไม่ย้อนไปทำผิดซ้ำอีก สิ่งเหล่านี้จะช่วยประคับประคองชีวิตของทุกคนให้มีความสุข ผมนายริตะเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ เรามาเริ่มต้นใหม่กับสิ่งดีๆ กัน

“เราเกิดมาคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว สิ่งอื่นแท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ของเราอย่างยั่งยืน สักวันถ้าไม่จากเป็น ก็จากตาย จากตัวเรา” ให้พิจารณาอย่างนี้ ใจเราจะได้เป็นสุข

By นายริตะ

แชร์