อ่างทอง!!..พบพระทองคำล้ำค่า มรดกทางวัฒนธรรม

พระพุทธรูป “พระพุทธมงคลชัย” เป็นพระปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร ซึ่งองค์เป็นสีเหลืองทอง วัดจุฬามณี ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง สันนิษฐานว่าสร้างสมัย พ.ศ. 2383 พร้อมกับตอนที่สร้างโบสถ์มหาอุตถ์ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าของวัด http://winne.ws/n18816

482 ผู้เข้าชม
share

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันนี้ (13 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดจุฬามณี ในพื้นที่ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งวัดดังกล่าวนั้นมีพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เก็บรักษาไว้ที่วัด โดยประดิษฐานองค์พระไว้ที่ศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นศาลายกสูง ด้านหน้ามีการปิดล็อกประตูอย่างดีถึง 2 ชั้น บริเวณด้านบนได้มีพระพุทธรูป “พระพุทธมงคลชัย” เป็นพระปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร ซึ่งองค์เป็นสีเหลืองทอง ตั้งประดิษฐานไว้ในตู้กระจกบนศาลา โดยมีประตูเหล็กล้อมรอบอีก 2 ชั้น  

 จากการสอบถามคุณลุงพิชิต มีลักษณะ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กรรมการวัดและเป็นคนเก่าแก่ของวัด กล่าวว่า ตนยืนยันว่าพระพุทธมงคลชัยองค์นี้เป็นพระทองคำจริง โดยพระพุทธมงคลชัยนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย มีหน้าตักกว้าง 93 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1 ตัน แต่เดิมพระพุทธรูปองค์นี้สมัยก่อนนั้นเป็นพระพุทธรูปที่ลงรักไว้เป็นสีดำ และประดิษฐานไว้ที่หอสวดมนต์เก่า ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่ค่อยได้มีใครสนใจ มีขี้นกอยู่เต็มไปหมด 

จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อได้มีกรรมการวัดคนหนึ่งได้เห็นพระพุทธรูปนั้นดูเลอะเทอะจึงไปปรึกษากับเจ้าอาวาสวัด ซึ่งตอนนั้นตรงกับเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 5 ว่าจะขอทำความสะอาดพระ ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้อนุญาต ปรากฏว่าระหว่างที่ทำความสะอาดองค์พระพุทธรูปอยู่นั้น รักที่ลงไว้ได้เกิดหลุดร่อนไปส่วนหนึ่ง จึงทำให้ได้เห็นเนื้อในองค์พระเป็นสีทองแต่ไม่เหลืองอร่าม เป็นสีทองที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สีทองดอกบวบ ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นทองจริง ๆ เข้าใจว่าเป็นทองเหลือง  จากนั้นได้มีตรวจสอบองค์พระพบว่าพระมีตำหนิเป็นรอยตามด จึงได้ให้ช่างบูรณะ โดยการนำเอาทอง 99% ไปหล่อและแทรกเทแทรกเข้าไปตามรอยตามด ปรากฎว่าทองนั้นกลับเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน จึงการนำองค์พระพุทธรูปไปในร้านแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ตรวจดู ซึ่งทางร้านยืนยันว่าเป็นพระทองคำจริง โดยมีเนื้อทองคำอยู่ที่ประมาณ 80-90% 

 สำหรับข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับพระพุทธรูปองคนี้นั้น สันนิษฐานกันว่าสร้างสมัย พ.ศ. 2383 พร้อมกับตอนที่สร้างโบสถ์มหาอุตถ์ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าสมัยก่อน และเมื่อได้รับการอนุญาตให้สร้างโบสถ์แล้วตามความเชื่อในโบสถ์ก็ต้องมีพระ พุทธรูปประจำไว้ภายใน ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันนำทองไม่ว่าจะเป็นสร้อยทอง แหวนทอง มาหล่อเป็นองค์พระ  จนได้เป็นพระทองคำขึ้น เมื่อเสร็จสิ้น ก็เกิดความหวาดระแวงเพราะเนื่องจากพระเป็นพระทองคำ จึงได้คิดกุศลโลบายขึ้นมา โดยการลงรักกับองค์พระ จนเป็นพระสีดำ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปเป็นพระพุทธรูปโบสถ์ และต่อๆ มาได้ถูกเคลื่อนย้ายจากโบสถ์ไปอยู่ที่หอสวดมนต์ จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปมีคนมาพบว่าเป็นพระทองคำดังกล่าว

 สำหรับวัดจุฬามณีแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาปีพ.ศ. 2310 โดยพระภิกษุรูปหนึ่งที่หนีภัยพม่ากลับมาได้ โดยในวัดถ้าใครผ่านไปผ่านมา จะสะดุดตากับเจดีย์เก่าแก่ที่มีความสูงถึง 38 เมตร ถือว่าเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในอ่างทองอีกด้วย ตั้งตระหง่านอยู่ภายในบริเวณวัด นับว่าพระพุทธรูปองค์นี้ ถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมูลค่าอย่างมาก


ที่มา: http://www.banmuang.co.th/news/region/90636

แชร์