“ข้าวเทพเจ้า” บทเรียนความสำเร็จจากชาวนาญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่นถ้าจะถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเมืองโตเกียว แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบปีก่อน กับคำถามเดียวกัน เมื่อพูดถึง “เมืองมิโกฮาระ”ยิ่งไม่มีใครรู้จักกันใหญ่ แต่ปัจจุบันเมืองแห่งท้องทุ่งนาสีเขียวแห่งนี้กลายเป็น http://winne.ws/n19532

386 ผู้เข้าชม
share

“ข้าวเทพเจ้า” บทเรียนความสำเร็จจากชาวนาญี่ปุ่น

การช่วยเหลือผู้อื่นในที่สุดสิ่งดีๆ ก็จะกลับมาหาตนเอง>>มัตสึโมโต้ มาซะฟูมิ

ในประเทศญี่ปุ่นถ้าจะถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและแหล่งช๊อปปิ้งขนาดใหญ่คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเมืองโตเกียว แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบปีก่อนกับคำถามเดียวกัน เมื่อพูดถึง “เมืองมิโกฮาระ” กลับยิ่งไม่มีใครรู้จักไปใหญ่ แต่ปัจจุบันเมืองแห่งท้องทุ่งนาสีเขียวแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้ผลิตข้าวที่ชื่อว่า “ข้าวเทวดา” ที่ขนาดพระสันตะปาปาทรงได้ยอมรับและเสวยข้าวนี้และใครจะรู้ไหมว่า เบื้องหลังของความสำเร็จเกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มจากคนเพียงคนเดียวที่ชื่อว่า คุณมัตสึโมโต้ มาซะฟูมิ

คุณมัตสึโมโต้ มาซะฟูมิ

หลายปีก่อนด้วยความที่คุณมัตสึโมโต้ ที่เป็นข้าราชการคนหนึ่ง ไม่สามารถทนเห็นเมืองมิโกฮาระที่ในยามนั้นมีแต่ความแห้งแล้ง และเต็มไปด้วยความวังเวงเพราะคนหนุ่มสาวย้ายไปอยู่ในเมืองใหญ่กันหมด จึงพยายามเข้ามาพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนและพยายามสร้างจุดดึงดูดให้คนหนุ่มสาวมาตั้งรกรากเพื่อมาช่วยกันพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น

คุณมัตสึโมโต้เริ่มต้นด้วยการป่าวประกาศว่า ถ้าเกษตรกรคนไหนต้องการเป็น เจ้าของแปลงข้าวก็ให้ร่วมเงิน 30,000 เยน ซึ่งเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วทุกคนจะได้ข้าวกลับไป 40 กิโลกรัม ขณะนั้นมีคนสนใจมากกว่า 100 ราย นอกจากนั้น ยังมีโครงการโฮมสเตย์คือให้คนหนุ่มสาวต่างเมืองมาทดลองอยู่ที่เมืองนี้ และให้ลองมาอยู่กับผู้สูงอายุ อยู่กันเหมือนลูกหลาน เมื่อพวกเค้ากลับไป ก็จะไปเล่าให้คนอื่นฟัง ซึ่งเกิดผลดีคือ ทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปโดยไม่ยาก 

ท้องทุ่งนาเขียวขจี “เมืองมิโกฮาระ”

และที่สำคัญเมืองมิโกฮาระนั้นมีความหมายว่าพระเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายสำคัญจึงได้ริเริ่มเขียนจดหมายถึงพระสันตะปาปาเพื่อให้พระองค์ได้ลองเสวยข้าวดู แม้จะต้องส่งจดหมายซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งแต่ไม่ท้อถอย จนสุดท้ายข้าวที่เค้าปลูกก็ได้รับเลือกเป็นข้าวสำหรับพระสันตะปาปาถือเป็นความสำเร็จอย่างอัศจรรย์ จากผู้ไม่สิ้นความพยายาม จากนั้นข้าวในเมืองนี้จึงเรียกว่า “ข้าวเทพเจ้า”

สำหรับโจทย์สำคัญสำหรับข้าวเทพเจ้าคือการรักษาคุณภาพให้ดีอย่างคงที่ซึ่งได้ใช้เทคโนโลยีจากการถ่ายผ่านดาวเทียมว่าแปลงไหน ของเกษตรกรคนใดมีคุณภาพดีที่สุด และที่สำคัญแผนการตลาดที่สุดเจ๋งคือ เมื่อมีพ่อค้าโทรมาถามในอำเภอว่าข้าวเทพเจ้าเหลืออีกหรือไม่ กลยุทธ์คือตอบว่าไม่มีแต่ให้ไปถามที่ห้างสรรพสินค้า เมื่อพ่อค้าโทรไปถามที่ห้างมากขึ้นทำให้ห้างต้องมาซื้อข้าวเทวดาเพื่อนำขึ้นไปจำหน่าย เป็นเทคนิคที่ใช้แล้วได้ผล

ปัจจุบันชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาเมืองมิโกฮาระดีขึ้นมากจากเมื่อก่อนข้าวขายให้สหกรณ์กิโลกรัมละ 200 เยน แต่ปัจจุบันขายกิโลกรัมละ 700 เยน แต่ไม่ใช่ข้าวจะขายดี เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่า พืช ผักต่างๆในเมืองนี้ก็ขายดีไปด้วย โดยข้าวที่ใช้เวลาในการปลูก 1 ปีใช้เวลาขายเพียง 4 เดือนก็หมด จากเมืองที่เงียบเหงากลายเป็นเมืองที่คึกคัก โดยใน 1 ปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาดูงานกว่า 7 หมื่น ถึงหนึ่งแสนคน

คุณมัตสึโมโต้ มาซะฟูมิ คือต้นแบบแห่งความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามมุ่งหน้าฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ บวกกับการวางแผนที่ดี ทำอย่างมีวินัย รวมถึงความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของชุมชม ที่เคารพกฎระเบียบ เคารพซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่ว่าไม่สำเร็จ สิ่งนั้นก็จะสำเร็จได้ง่ายดาย

เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

เรียบเรียง By นายริตะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากรายการดูให้รู้ ตอน ข้าวเทพเจ้า ความพยายามของคนสู้

https://www.youtube.com/watch?time_continue=1605&v=qoUdVgDpZhk

แชร์