น้องธันย์ สุขที่คิดบวก เงินเดือนเธอหลักล้าน!!

เมื่อพูดถึงอาชีพหนึ่งที่ ที่ชื่อว่า “ผู้สำรวจความสุข” คนจำนวนมากย่อมต้องฉงนสงสัย ส่วนค่าตอบแทนสำหรับอาชีพนี้ มากถึงเดือนละ 1 ล้านบาท อาชีพที่ถือว่าดีที่สุดนี้ ตกเป็นของสาวน้อยคนหนึ่ง เธอคนนี้มีชื่อว่า ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์(น้องธันย์) http://winne.ws/n19578

8.7 พัน ผู้เข้าชม
share

น้องธันย์ สุขที่คิดบวก เงินเดือนเธอหลักล้าน!!

การคิดบวกไม่ใช่การมองโลกสวยไปหมดทุกอย่าง แต่มันคือ การที่เราอยู่กับความเป็นจริงได้และใช้ชีวิตเป็น >>ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์

หากจะกล่าวถึงจำนวนอาชีพในโลกนี้ยากจะนับได้เพราะมีหลากหลายมากมาย ส่วนอาชีพที่เป็นความใฝ่ฝันของหลายๆ คนคงไม่พ้นแพทย์ พยาบาล วิศวกร แต่เมื่อพูดถึงอาชีพหนึ่งที่ ที่ชื่อว่า “ผู้สำรวจความสุข” คนจำนวนมากย่อมต้องฉงนสงสัยและเกิดคำถามต่อว่า “มันคืออาชีพอะไร”  “ในโลกนี้ มีอาชีพนี้ด้วยเหรอ” และที่น่าตะลึงมากกว่านั้นรู้ไหมว่า ค่าตอบแทนสำหรับอาชีพนี้ มากถึงเดือนละ 1 ล้านบาท

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอาชีพที่ถือว่าดีที่สุดนี้ ตกเป็นของสาวน้อยผู้โชคดีคนหนึ่ง ผู้ที่ต้องใส่ขาเทียมและไม่มีแม้ใบปริญญา เธอคนนี้มีชื่อว่า ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือน้องธันย์สาวน้อยผู้คิดบวก เรามาทำความรู้จักเธอพร้อมกันครับ

น้องธันย์ได้รับตำแหน่ง “ผู้สำรวจความสุขคนไข้” ของโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล WORLD MEDICAL HOSPITAL (WMC) ภาพ : Workpoint TV

ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน (2554) หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ได้มีการแชร์ข่าวหนึ่งที่สร้างความตระหนกแก่คนทั้งประเทศสิงคโปร์และแม้เมืองไทยเอง เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆ ได้เกิดเด็กหญิงคนหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังยืนรอรถไฟฟ้า ณ สถานีแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ เธอมั่นใจว่าเธอยืนอยู่หลังเส้นเหลืองแน่นอน แต่สิ่งไม่คาดฝันก็พลันบังเกิดขึ้น ในขณะที่รถไฟกำลังเคลื่อนเข้าสู่สถานี อยู่ๆ ก็เหมือนมีแรงดันออกมา เพียงเสี้ยววินาที เธอได้ผลัดตกลงไปบนรางรถไฟและถูกรถไฟทับจนขาขาดทั้งสองข้าง ในขณะที่หลายคนกำลังตกใจแต่เธอนั้นได้สวมหัวใจที่เข้มแข็ง มีสติ ไม่ร้องไห้ ไม่เสียใจ อดทนประคองขาที่ไร้วิญญาณออกมาจากตัวรถไฟ ก่อนที่เธอถูกหามไปโรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัด!!

ภาพ : วัยรุ่น - Mthai

เด็กหญิงณิชชารีย์สาวน้อยวัย 14 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากจังหวัดตรัง ขณะนั้นเธอได้ไปเรียนซัมเมอร์คอร์สภาษาอังกฤษ ที่สิงคโปร์  กล่าวกับเหตุการณ์นี้ว่า 

"มันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะพลัดตกลงบนรางรถไฟ"

“ตอนนั้นหนูรู้สึกเจ็บและชามาก แต่เราต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน ถ้ามัวร้องไห้ฟูม ฟาย ก็จะร้องขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบข่าวก็ ร้องไห้ทั้งคู่ โดยเฉพาะแม่นี่ช็อกไปเลยหนูก็พยายามให้กำลังใจแม่มาตลอด”  

ทุกห้วงช่วงเวลาที่ผ่านมาจากความทุกข์ทางกายที่เธอได้รับจากเพียงใด แต่ไม่สามารถกลบความเป็นตัวตนของเธอได้เธอยังเป็นผู้น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็น มิตร รักการเข้าหาผู้ใหญ่ รวมถึงการมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิตอยู่อย่างสม่ำเสมอ 

แม้หลายคนอาจมองว่ามันคือฝันร้ายสำหรับเธอ แต่เธอกลับมองว่าถ้าไม่เกิด เหตุการณ์แบบนี้ ก็จะขาดโอกาสทำในบางสิ่ง พอเกิดอุบัติเหตุมันได้ก่อโอกาส  เธอได้ทำหลายสิ่งที่เธอไม่เคยได้ทำและได้เปลี่ยนสไตล์ชีวิตฉีกไปทำในสิ่งที่แตกต่าง  

“ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ ชีวิตหนูไม่ได้แย่ลง หนูยังไปเที่ยวกับเพื่อนได้ ยังมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ ยังไปเดินเล่นสยามกับเพื่อนๆได้ตามปกติ แต่อาจมีอุปสรรคบางอย่างขวางกั้นอยู่ เช่น การเดินทาง แต่ก็รู้สึกโชคดีที่คนรอบข้างพร้อมที่จะเข้าใจเธอ และพร้อมจะช่วยเหลือ”

แม้ระหว่างทางนั้นจะมีความเจ็บปวดในทุกๆย่างก้าวจากการใส่ขาเทียมก็ตามที แต่เธอก็คิดว่านี้คือการได้รับชีวิตใหม่ การได้ออกกำลังกายได้เจอสังคม เจอกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ ได้ออกไปวิ่งเหมือนคนอื่นนี้คือความสุข

และถ้าถามน้องธันย์ว่า“ ชีวิตแบบอย่างที่เป็นทุกวันนี้ได้ชดเชยกับสิ่งที่เธอได้สูญเสียไปหรือไม่” น้องธันย์ ตอบอย่างมั่นใจว่า

ภาพ : singaporego.com

“แม้ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจชดเชยกันไม่ได้ เพราะขาของเราอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดเราเคยใช้ชีวิตปกติ แต่เมื่อปัจจุบัน เมื่อชีวิตมันต่างไปจากเดิมแล้ว จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำอย่างไรให้ชีวิตเราลงตัวมากที่สุด จริงอยู่มันอาจแทนที่ไม่ได้ แต่เราเองทำให้มันทดแทนกันได้ การใส่ขาเทียมเป็นการเปิดโอกาสตัวเอง ในสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าเราทำไม่ได้ แต่เราได้พลิกกลับมาทำได้

ทำให้ปัจจุบันน้องธันย์ในวัย 20 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็น “สาวน้อยคิดบวก” ผลักดันให้เธอก้าวเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊ค “สุขที่คิดบวก”  ล่าสุดเธอสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน และได้รับตำแหน่ง “ผู้สำรวจความสุขคนไข้”ของโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล WORLD MEDICAL HOSPITAL (WMC) ที่มีค่าจ้างเดือนละ 1 ล้านบาท” สัญญาว่าจ้างเป็นเวลา 6 เดือน

“การคิดบวกของหนูนั้น ไม่ใช่การมองโลกสวยไปหมดทุกอย่าง แต่มันคือการที่เราอยู่กับความเป็นจริงได้ และใช้ชีวิตเป็น”..ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ (น้องธันย์)

เรียบเรียงBy นายริตะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือTWENTY- FOUR SEVEN CITY MAGAZINE

ภาพ : คมชัดลึก

แชร์