ประโยชน์มากมาย จากอาหารหลายสี

ทั้งนี้นะค่ะ เมื่อเราพูดถึงเรื่องของสีสันนั้น มักจะโฟกัสไปในส่วนของการนำมาใช้ในการแทนอารมณ์ในงานศิลปะ ส่งให้ผู้ชมดูภาพแล้วรู้สึกอย่างไร สีฟ้า เขียว ที่มักปรากฏในภาพวิวธรรมชาติ http://winne.ws/n19583

1.9 พัน ผู้เข้าชม
share

ทั้งนี้นะค่ะ เมื่อเราพูดถึงเรื่องของสีสันนั้น มักจะโฟกัสไปในส่วนของการนำมาใช้ในการแทนอารมณ์ในงานศิลปะ ส่งให้ผู้ชมดูภาพแล้วรู้สึกอย่างไร สีฟ้า เขียว ที่มักปรากฏในภาพวิวธรรมชาติ ก็จะทำให้คุณรู้สึกถึงความเย็น ความสงบ หรือสีแดง ส้ม เหลือง ที่จะทำให้รู้สึกถึงความร้อนแรง แต่เมื่อเรามองกลับมาในเรื่องของอาหารแล้ว สีสันของอาหารนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กันนะค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะบอกกล่าวกันว่าสีสันในอาหารนั้น จะบ่งบอกถึงอะไร และควรเลือกกินอย่างไร มาดูกันค่ะ 

เริ่มจากหัวข้อที่ว่าสีสันในอาหารบอกอะไร 

โดยในเรื่องของสีนั้น เราจะสามารถสังเกตเห็นสีที่เห็นผักและผลไม้นั้น แสดงให้เห็นถึงพฤกษเคมีธรรมชาติที่มีอยู่ในผักผลไม้ เช่น เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน ซิลิเนียม วิตามินอี โดยสารพวกนี้นั่นเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีประโยชน์ในการที่ยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์ ช่วยต่อต้านมะเร็ง เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค ไขมันต่ำ อุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ เช่น วิตามินซี โฟเลต ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และเส้นใยอาหาร ช่วยป้องกันโรคลดอาการท้องผูก 


1. สีแดง
 

ในส่วนของผักผลไม้ต่าง ๆ ที่มีสีแดง นั้น จะสื่อถึงว่า ผักผลไม้พวกนั้นจะมีโฟเลต ไลโคปีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และช่วยลดปริมาณไขมัน LDL ในเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด 

โดยอาหารที่มีสีแดงก็ได้แก่มะเขือเทศ พริกแดง แตงโม สตรอว์เบอร์รี มะเขือเทศ พริกแดง แตงโม กระเจี๊ยบแดง บีทรูท เชอร์รี เมล็ดทับทิม หอมแดง 


2. สีเหลือง-ส้ม
 

ต่อมาเมื่อเราพูดถึงเรื่องของอาหารสีเหลือง สีส้มนั้น ในส่วนของผักผลไม้สีส้มเหลืองจะอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก บำรุงกระดูก ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงการเกิดหลอดเลือดสมองตีบตัน และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

อาหารที่มีสีส้ม สีเหลืองก็ได้แก่แครอท ขนุน ลูกพลับ สับปะรด มะนาว มะยม มะม่วงสุก มะละกอสุก ทุเรียน ขมิ้นชัน เสาวรส ฟักทอง ส้มเขียวหวาน ลูกพีช แอปริคอต ข้าวโพด พริกเหลือง 

3. สีขาว 

เมื่อเรากล่าวถึงอาหารหรือผักผลไม้ที่มีสีขาวนั้น จะเด่นในเรื่องของการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีใยอาหารสูง แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น กำมะถันที่ได้รับจากกระเทียมและหอมหัวใหญ่จะช่วยบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรง ส่วนวิตามินซีจากหัวไชเท้า และผลไม้ต่าง ๆ ในธัญพืชที่ส่วนใหญ่มีสีขาว จะอุดมไปด้วยโปรตีน และเส้นใยอาหาร 

อาหารที่มีสีขาวก็ได้แก่ไชเท้า กระเทียม ผักกาดขาว หอมหัวใหญ่ กล้วย สาลี่ พุทรา ลางสาด ลองกอง เงาะ ลิ้นจี่ ลูกเดือย ขิง ข่า งาขาว เนื้อแอปเปิล เนื้อฝรั่ง หน่อไม้ แห้ว ละมุด 


4. สีเขียว
 

หาไม่ยากนะค่ะ ในส่วนของอาหารที่มีสีนี้ โดยส่วนมากแล้วผักผลไม้ส่วนใหญ่ที่นิยมบริโภคมักจะมีสีเขียวต่าง ๆ เช่น สีเขียวเข้ม เขียวอ่อน เขียวปนเหลือง และเขียวขาว ซึ่งมีสารอาหารสำคัญ เช่น คลอโรฟิลล์ โพแทสเซียม เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกาย ช่วยในการมองเห็นให้มีประสิทธิภาพที่ดี และมีใยอาหารสูง 

เมื่อพูดถึงอาหารหรือผักผลไม้สีเขียวก็ได้แก่ชะอม ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม แตงกวาทั้งเปลือก ถั่วแขก ถั่วลันเตา ผักกาดเขียว บวบ ถั่วฝักยาว หน่อไม้ฝรั่ง ใบชะพลู ใบทองหลาง ใบย่านาง สะตอ ขึ้นฉ่าย กุยช่าย ตั้งโอ๋ 


5. สีม่วง
 

และปิดท้ายด้วย อาหารที่มีสีน้ำเงินและสีม่วง จะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยมีสารประกอบของแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยขยายเส้นเลือดลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน ชะลอความเสื่อมของดวงตา บำรุงสมอง 

และนี่คืออาหารที่มีสีม่วง ได้แก่กะหล่ำปลีม่วง มันสีม่วง องุ่นแดง ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดงอื่น ๆ ลูกหว้า ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกด ข้าวแดง ข้าวนิล ข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงและถั่วดำ มะเขือม่วง หอมแดง หอมหัวใหญ่สีม่วง ราสป์เบอร์รี บลูเบอร์รี ลูกหม่อน (มัลเบอร์รี) ดอกอัญชัน เผือก ดอกกระเจี๊ยบ 

และที่สำคัญไปมากกว่านั้นนะค่ะ คุณควรกินอาหารให้หลากหลายสี ไม่ไปหนักที่สีใดเกินไป เพื่อความสมดุลของสารอาหารที่จะได้รับนะคะ ว่าแล้วอย่าลืมดูจานอาหารของคุณด้วยว่าวันนี้กินอาหารไปครบทุกสีหรือยัง

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก: health.kapook.com/view62160.html , http://www.todayhealth.org

แชร์