ปากีสถานค้นพบพระนอนอายุ 1,700 ปี เก่าแก่ที่สุดในโลก !!

การค้นพบพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ใกล้สถูปภามาลา ในเขตหริปุระ แคว้นไคเบอร์ปักตุนควา มีความยาวราว 14 เมตร สร้างขึ้นเมื่อกว่า 1,700 ปีก่อน นับเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์เก่าแก่ที่สุดในโลก http://winne.ws/n20582

2.8 พัน ผู้เข้าชม
share

วันที่ 17 พ.ย. เว็บไซต์ข่าวดอว์นนิวส์ของปากีสถาน รายงานว่า สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แคว้นไคเบอร์ปักตุนควา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถาน แถลงถึงการค้นพบพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ใกล้สถูปภามาลา ในเขตหริปุระ แคว้นไคเบอร์ปักตุนควา  มีความยาวราว 14 เมตร สร้างขึ้นเมื่อกว่า 1,700 ปีก่อน นับเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์เก่าแก่ที่สุดในโลก

นายอับดุล ซามัด ผู้อำนวยการแผนกโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์จังหวัดภมาลา กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีอายุอยู่ในคริสตศตวรรษที่สาม 

นอกจากนี้ยังพบโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอีกกว่า 500 ชิ้น

การค้นพบนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันหลากหลายของประเทศ หลังมีการพบแหล่งโบราณสถานของพุทธศาสนาในจังหวัดภมาลาครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1929 หรือพ.ศ.2472 จากนั้นอีก 88 ปีจึงพบพระพุทธรูปดังกล่าว

นายอิมราน ข่าน ผู้นำฝ่ายค้านที่ร่วมการแถลงข่าวด้วยกล่าวเสริมว่า คำถามที่ตามมาคือเราจะอนุรักษ์โบราณสถานที่เป็นสมบัติของประเทศอย่างไร

ก่อนหน้านี้ มีกระแสวิจารณ์พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองการาจี แคว้นสินธ์ ของปากีสถานอีกแห่ง หลังถูกเปิดโปงว่าวางพระพุทธรูปที่สลักจากหินชีสต์สีดำ 3 องค์ คาดว่ามีอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี ไว้กับเศษขยะข้างๆ อาคาร แทนที่จะนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

นายโมฮัมหมัด ชาห์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ยอมรับว่านำพระพุทธรูปไปวางข้างนอกเอง เพราะไม่มีพื้นที่เพียงพอในการจัดแสดง อีกทั้งทำจากหินชีสต์ซึ่งมีความทนทานจึงไม่เสียหายอะไร

ด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่าพระพุทธรูปทั้งสามองค์เป็นหนึ่งในโบราณวัตถุเก่าแก่ 395 ชิ้นที่ตำรวจพบระหว่างปราบปรามแก๊งอาชญากรรมค้าโบราณวัตถุเมื่อปี 2555

ภูมิภาคของปากีสถานแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางอารยธรรมของพุทธศาสนาในยุคพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งราชวงศ์เมารยะ เมื่อ 2,300 ปีก่อน แต่ปัญหาด้านการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุของปากีสถานก็คือ การต่อต้านของมุสลิมสายกร้าว ทำให้รัฐบาลไม่กล้าที่จะเข้าไปสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกของวัฒนธรรมอื่น


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_637510

แชร์