ซื้อของด้วยเงินผ่อนดีไหม ?

เวลานี้เราไม่ค่อยคำนึงถึงความจำเป็นกัน เราซื้อผ่อนกันทั่วเมืองไทย บรรยากาศเมืองไทยเลยกลายเป็นบรรยากาศลูกหนี้ เราเป็นลูกหนี้กันทั้งระดับรัฐบาลและระดับเอกชน http://winne.ws/n20972

175 ผู้เข้าชม
share

ซื้อของเงินผ่อน

ถาม : เป็นการสมควรหรือไม่ที่จะซื้อของด้วยเงินผ่อน ?

หลวงพ่อตอบ : ความสุขอีกอย่างหนึ่งของคน อยู่ที่การไม่มีหนี้ ถ้ามีหนี้เมื่อไร พอเจอหน้าเจ้าหนี้เท่านั้นแหละ เดินหน้าเหี่ยวเลย กลัวถูกทวงหนี้แม้ที่สุดนอนก็ไม่ค่อยจะหลับเหมือนหนี้มันมาค้ำตา 

       การซื้อของเงินผ่อนจึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่อาจจะมีข้อยกเว้นบ้าง

      ในกรณีที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต เช่น ไม่มีบ้านจะอยู่ การเคหะฯ เขามีบ้านให้ซื้อเงินผ่อน เขามีหลักการดี และเป็นองค์การของรัฐบาล เชื่อว่าไม่โกงเรา แล้วเราก็มีความสามารถพอที่จะผ่อนได้ ก็ผ่อนไป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวชาตินี้ไม่มีที่อยู่ 

       แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าไปผ่อนบ้านที่ใหญ่โตเกินเหตุก็ไม่สมควร ควรให้พอสมกับฐานะและรายได้ของตน

          ของใช้อย่างอื่นๆก็เหมือนกัน โซฟาชุดรับแขกในบ้านของเราไม่มี เพราะเรามันจนก็ใช้เสื่อไปก่อน ใครมาบ้านฉันก็ให้รู้ว่าฉันใช้เสื่อ

       ถ้าอยากนั่งโซฟาดีๆ ช่วยซื้อมาฝากด้วย ยินดีรับ...อย่างนี้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ต้องนอนผวา อย่าไปหน้าใหญ่นัก

       อย่าเพาะต้นหนี้ให้ดอกเบี้ยบานท่วมต้นโดยไม่จำเป็นจริงๆ

       โดยธรรมชาติสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตมี ๔ อย่างด้วยกัน คือ 

       ๑. ข้าวปลาอาหาร ถ้าไม่กินก็ตาย ไม่มีแรงทำงานทำให้เจ็บไข้ไม่สบาย ใครจะซื้อผ่อนข้าวกินก็ไม่ว่า

       ๒.  เสื้อผ้า ใครจะซื้อผ่อนเสื้อผ้าต้องคิดดูก่อนนะ ถ้าในกรณีเราเข้างานใหม่ๆ งานนี้เขากำหนดให้มีเครื่องแบบ เราไม่มีเงินพอ ต้องซื้อผ่อน ก็ยังพอสมเหตุผล แต่ถ้าชุดใส่เที่ยวแล้วก็ อย่ามาพูด

      ๓.  ยารักษาโรค เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่มีค่ายาค่าหมอจำเป็นต้องรักษาชีวิตต้องกู้หนี้ยืมสินก็ต้องยอม

       ๔.  บ้านเรือน ต้องมีไว้คุ้มแดดลมฝน ถือว่าจำเป็น แต่ถึงกระนั้นก็ให้พออยู่ อย่าให้หรูหราเกินตัว

        เวลานี้เราไม่ค่อยคำนึงถึงความจำเป็นกัน เราซื้อผ่อนกันทั่วเมืองไทย บรรยากาศเมืองไทยเลยกลายเป็นบรรยากาศลูกหนี้ เราเป็นลูกหนี้กันทั้งระดับรัฐบาลและระดับเอกชน 

       คนไทยก็ติดหนี้กันเอง แล่เนื้อเถือหนังกันเอง ยังไม่พอ ยังเป็นหนี้ต่างประเทศอีกไปซื้อผ่อนของฟุ่มเฟือยเขามาใช้

       เมื่อก่อนใครมาเมืองไทยเขาเรียกเมืองไทยว่าเป็นเมืองยิ้ม "สยามเมืองยิ้ม " เดี๋ยวนี้ก็คล้ายๆยิ้มแต่ไม่เรียกยิ้ม เขาเรียกว่า แสยะ

      เพราะหน้ามันเหี่ยวๆ หนี้มันท่วมหัวเลยต้องหน้าชื่นอกตรม ยิ้มแหยๆ


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

lifE & Soul

แชร์