ผมกำลังจะตายครับ!!!เพราะเป็นมะเร็งปอด แต่ผมกลับอยู่ได้จนอายุ 100 ปี

มันเป็นเรื่องจริงของผู้ชายอเมริกันเชื้อสายกรีกคนหนึ่งชื่อสะตามาติส อพยพไปอยู่อเมริกา ทำอาชีพช่างทาสีอยู่ที่โอไฮโอ จนมีบ้าน มีรถ มีลูก ชีวิตกำลังสบาย อายุ 60 ปี ก็เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผ่าตัดไม่ได้แล้ว หมอบอกว่าชีวิตเขาคงเหลืออีกไม่กี่เดือน http://winne.ws/n20977

390 ผู้เข้าชม
share

สะตามาติส อาชีพช่างทาสี

สะตามาติส อาชีพช่างทาสี

 มันเป็นเรื่องจริงของผู้ชายอเมริกันเชื้อสายกรีกคนหนึ่งชื่อสะตามาติส อพยพไปอยู่อเมริกา ทำอาชีพช่างทาสีอยู่ที่โอไฮโอ จนมีบ้าน มีรถ มีลูก ชีวิตกำลังสบาย อายุ 60 ปี ก็เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผ่าตัดไม่ได้แล้ว หมอบอกว่าชีวิตเขาคงเหลืออีกไม่กี่เดือน ทางเลือกที่เหลือคือให้เคมีบำบัด ซึ่งเขาทำได้ฟรีเพราะตลอดชีวิตการทำงานได้ซื้อประกันสุขภาพไว้ 

สะตามาติสใจเสีย แต่ยังดีที่ลูกๆพ้นอกไปหมดแล้ว เขามานอนคิดดู ถ้าอยู่รักษาที่อเมริกา ชีวิตก็คงเข้าๆออกโรงพยาบาลแล้วก็ตายอยู่ดี ค่าทำศพที่นี่อย่างกระจอกๆก็ 1,200 เหรียญ แต่ถ้าเขากลับไปตายที่บ้านเกิดของเขาที่กรีก ไปสิงอยู่ที่กระต๊อบของพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายก็แทบไม่มี ค่าทำศพที่นั่นแค่ 200 เหรียญก็ได้อย่างหรูแล้ว เขาจึงตัดสินใจบอกลาลูกๆ พาเมียกลับไปตายที่บ้านเกิด เกาะอิคาเรีย ทะเลอีเจียน ประเทศกรีก

เกาะอิคาเรีย ทะเลอีเจียน ประเทศกรีก

เกาะอิคาเรีย ทะเลอีเจียน ประเทศกรีก

     

      มาถึงบ้านพ่อแม่ใหม่ๆเขาตั้งเตียงในห้องเล็กในกระต๊อบของพ่อแม่ เขานอนซมอยู่บนเตียง ไอโขลกๆ ทุกวัน รอการมาของความตาย ทิ้งให้เมียและแม่เป็นคนพยาบาลดูแลเขาไปตามมีตามเกิด

     มีอยู่วันหนึ่งซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เขาเกิดความคิดว่าตัวเราหนอก็กำลังจะตายอยู่แล้ว น่าจะเข้าไปใกล้ชิดตีสนิทกับพระเจ้าไว้ก่อน ตายไปจะได้มีเส้นสายได้ไปสวรรค์กับเขาบ้าง คิดได้ดังนั้นแล้วก็จึงตะเกียกตะกายยอมหอบแฮ่กๆกะย่อยกะแย่งเดินขึ้นเขาไปโบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่อยู่บนยอดเนินของหมู่บ้าน โบสถ์นี้สมัยที่เขายังเด็กปู่ของเขาเคยเป็นบาทหลวงอยู่ที่นี่ ไปโบสถ์ครั้งเดียวก็เจอเพื่อนเก่าสมัยหนุ่มๆสามสี่คน และข่าวก็แพร่ออกไปว่าสะตามาติสกลับมาอยู่บ้านและไม่ค่อยสบาย หลังจากนั้นก็มีเพื่อนเก่าๆผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันมาเยี่ยมเยือน บ้างมาอยู่เม้าท์นานเป็นชั่วโมง บางวันบ้างก็ถือไวน์แบบบ่มเองมาชวนเขาดื่มด้วย เขาก็ดื่ม เพราะจะตายอยู่แล้วจะอะไรนักหนา ตายแบบสนุกๆก็ยังดีกว่าตายแบบเซ็งๆ

     หลายสัปดาห์ผ่านไป เขามีความรู้สึกแปลกว่าตัวเขามีเรี่ยวแรงดีขึ้น จึงพะยุงตัวเองออกไปเดินเลียบรั้วดูสวนรกๆหลังบ้าน ตากแดดสูดกลิ่นดินกลิ่นลมทะเลแล้วก็รู้สึกสบายตัวขึ้น มีอยู่วันหนึ่งเขามีแรงมากถึงกับลงมือขุดดินปลูกแครอท มันฝรั่ง และผักสวนครัวอีกสองสามอย่างด้วยตัวเอง ไม่ได้ปลูกโดยหวังว่าตัวเองจะได้อยู่นานถึงได้กินมันหรอก แต่ว่าอย่างน้อยเมียเขาก็จะได้เก็บเกี่ยวกินได้เมื่อเขาตายไปแล้ว ตัวเขานั้นได้แค่ออกมาโดนแดด สูดไอลมทะเล ตีนติดดิน และมือเปื้อนดินซึ่งเป็นผืนดินที่เขาเกิดและเติบโตมา แค่นี้มันก็ให้ความสุขใจพอแล้ว เขาจึงลุกจากเตียงมาทำสวนครัวหลังบ้านทุกวัน

    

     หกเดือนผ่านไปโดยที่เขายังไม่ตาย แถมยังได้เก็บเกี่ยวกินผลผักสวนครัวที่เขาปลูกไปด้วย คราวนี้เขาย่ามใจคิดการใหญ่ถึงขั้นเข้าไปถางพงไร่องุ่นอันรกรุงรังด้วยหญ้าของพ่อของเขาซึ่งท่านแก่เฒ่าทำเองไม่ไหวแล้ว 

    ทุกวันเขาตื่นนอนตอนสายๆออกมาตากแดดขุดดินฟันหญ้ากำจัดวัชพืชหมักปุ๋ยใส่ปุ๋ยไปจนบ่ายสองบ่ายสามโมง แล้วจึงหยุดกินอาหารที่เขาทำเองจากผักสวนครัวของเขาเองอย่างง่ายๆ แล้วก็งีบหลับตอนบ่ายแก่ๆ ตื่นมาอีกทีก็เกือบเย็น เขามักจะออกเดินโต๋เต๋ตะเร็ดเตร็ดเตร่ไปในหมู่บ้าน หยุดคุยเจ๊าะแจ๊ะกับเพื่อนเก่า บางทีก็แวะดื่มไวน์ บางทีก็ไปเล่นไพ่โดมิโนอยู่ที่ร้านเหล้ากลางหมู่บ้านถึงค่ำมืดดึกดื่นจึงเดินกลับ

     วันเดือนปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกปีหนึ่งผ่านไป เขามีแรงมากพอที่จะต่อเติมห้องนอนที่กระท่อมของพ่อแม่เขาออกไปอีกสองห้องเพื่อเอาไว้รองรับเวลาลูกๆของเขาจากอเมริกามาเยี่ยม ไร่องุ่นที่เขาลงแรงเข้าไปทำก็ให้ผลผลิตน่าชื่นใจ 

    เขาทำไวน์ได้มากขึ้นเรื่อยๆจนทำได้ถึงปีละ 400 แกลลอน เวลาผ่านไปอีกปีแล้วปีเล่ากับการทำงานหนักในไร่และชีวิตเดิมๆแบบบ้านนอก กินอาหารทีมีพืชผักสวนครัวปลูกเองเป็นหลัก ดื่มไวน์ ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ถือศีลอดแบบชาวกรีกออร์โธดอกซ์ทั้งหลาย เจ๊าะแจะสรวลเสเฮฮากับเพื่อนเก่าหน้าเดิมๆ จนเขาลืมไปแล้วว่าเขาเป็นมะเร็งปอดมาที่นี่เพื่อมาตาย

     วันที่แดนไปพบเขาที่อิคาเรียนั้น สะตามาติสอายุครบ 100 ปีพอดี ยังไม่ตาย ยังตากแดดยิ้มปากกว้างอยู่กลางไร่องุ่นโดยไม่มีสีหน้าวิตกกังวลกับอดีตหรืออนาคตใดๆทั้งสิ้น ดูเขาจะลืมตายไปเสียแล้ว


ที่มาhttp://visitdrsant.blogspot.com/2016/03/blog-post_27.html

แชร์