คุณครูไม่เล็ก...รวมวาทะเทิดคุณธรรม บทที่ 2 : ไฟไหม้กุฏิสามเณร

จากวิกฤตการณ์ครั้งนั้น ทำให้พวกเราเกิดขวัญกำลังใจและไม่กลัว เพราะเรามีผู้นำอย่างหลวงพ่อเป็นหลักชัย เมื่อแม่ทัพฮึกเหิมอยู่เช่นนี้ ลูกทัพก็ถึงไหนถึงกัน http://winne.ws/n21447

337 ผู้เข้าชม
share

ประมาณปี พ.ศ. 2534 เกิดไฟไหม้กุฏิสามเณร

เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งยุยงให้ชาวบ้านมาก่อนความวุ่นวายเผากุฏิที่พวกเราช่วยกันสร้างขึ้นมาไป 3 หลัง และทุบพระพุทธรูปที่ลานธรรม

 หลวงพี่จำได้ว่า ราวเที่ยงคืนวันนั้น หลวงพ่อ ท่านมาถึงที่เกิดเหตุเป็นรูปแรกเลย 

พอมาถึงท่านตัดสินใจไม่รอรีรอช้า เดินสั่งการอย่างองอาจไม่ได้สะทกสะท้าน ให้สามเณรพี่ๆ ตัวโตอยู่ตรงนี้ ส่วนสามเณรเล็กๆ อยู่ข้างในแบ่งเป็นชุดๆ 

คือชุดหนึ่งตักน้ำมาราดดับไฟ อีกชุดลำเลียงโอ่ง ตักน้ำใส่โอ่ง ส่วนชุดที่ตักน้ำส่งขึ้นไปให้พระอาจารย์ที่ปีนขึ้นไปบนหลังคากุฏิเพื่อสาดน้ำลงมาก็ตักกันไป 

ทุกคนเลยรู้หน้าที่คนละไม้ละมือช่วยกันดับไฟ

หลังจากที่ไฟดับแล้ว หลวงพ่อยังได้แบ่งอีกชุดไปคอยเฝ้าระวังภัยที่สภาธรรมกายสากลหลังคาจาก เพราะกลัวพวกเขาจะย้อนรอยกลับมาเผาอีก

 จากวิกฤตการณ์ครั้งนั้น ทำให้พวกเราเกิดขวัญกำลังใจและไม่กลัว เพราะเรามีผู้นำอย่างหลวงพ่อเป็นหลักชัย 

เมื่อแม่ทัพฮึกเหิมอยู่เช่นนี้ ลูกทัพก็ถึงไหนถึงกัน

พระมหาพรชัย วรชโย


ภาคสายท่านลงปฏิบัติธรรมเสร็จพิธีก็เพลพอดี 

ท่านจะต้องรีบออกเดินทางไปกราบพระผู้ใหญ่ หมายความว่าต้องฉันเพลบนรถแบบอะไรก็ได้ที่พอจะติดรถไปได้ 

 ขณะที่ฉันอยู่ พอคิดงานอะไรขึ้นมาได้ก็ต้องวางการฉันไว้ก่อน แล้วก็โทรสั่งงาน

พอกราบพระผู้ใหญ่เสร็จ ก็เดินทางกลับวัดให้ทันเทศน์ช่วงบ่าย ตกเย็นต้องรีบสรงน้ำไปร่วมงานศพต่อ ระหว่างที่นั่งในรถท่านก็ยังโทรศัพท์สั่งงานทั้งใน และต่างประเทศไปด้วย 

วันนั้นถ้าหลวงพี่จำไม่ผิด ประมาณ 5 ภารกิจติดต่อรวดเดียวเลย อยู่ร่วมงานศพเสร็จแล้วก็ยังต้องไปกราบพระผู้ใหญ่อีกวันหนึ่ง สุดท้ายกลับมาถึงวัดเราก็ประมาณตี 1 ตี 2

ทุกภาระหน้าที่ของท่านเป็นภาพที่มีความต่อเนื่อง ท่านทำได้อย่างสมบูรณ์ไม่มีที่ติ 

เราคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นทุ่มเทสุดๆ แล้ว แต่พอมาเห็นภาพครูบาอาจารย์ ท่านทำสุดๆ กว่าเราเป็นร้อยเท่าพันทวี ถ้าไม่อยู่กับท่านทุกคนจะมองไม่เห็น ซึ่งบางครั้งท่านรำพึงขำๆ ออกมาว่า 

“แม้แต่เวลาตด กูยังไม่มีเลย”

พระมหาสุราช ชาติชญฺโญ


หลวงพี่เคยได้ยินหลวงพ่อท่านพูด


ในช่วงที่อายุท่านใกล้จะ 50 ปีว่า ถ้าท่านอายุ 50 ปี ท่านตั้งใจจะวางภารกิจงานที่มี แล้วให้เวลากับการนั่งสมาธิให้มากขึ้น

พอท่านอายุจะเข้า 60 ปี ท่านก็บอกว่าจะนั่งสมาธิ และพออายุท่านจะเข้า 70 ปี ความตั้งใจของท่านที่จะนั่งสมาธิก็ยังคงเดิม 

 แต่ว่าท่านยังไม่สามารถทำตรงนี้ได้ เพราะว่าภารกิจที่มีเข้ามายังทำให้ท่านวางมือไม่ได้

เคยสังเกตไหมว่า...

เมื่อมีเรื่องอะไรก็ตามเข้ามาที่วัดเราจะเห็นหลวงพ่อต้องเข้ามารับรู้ รับผิดชอบดูแลแก้ไข และดำเนินการทั้งเรื่องของหมู่คณะ ขององค์กรในทุกๆ เรื่องเลย 

นับว่าท่านคือผู้ที่ยอมเสียสละตัวเอง เพื่อรับผิดชอบงานส่วนรวม

พระมหา ดร.สุธรรม สุรตโน

พอท่านเดินไปถึงโรงเก็บขยะ แล้วก็เปิดประตูเข้าไป...

ท่านหันมาถามหลวงพี่ว่า “เก้าอี้นี่ยังพอใช้ได้ ส่งซ่อมหรือยัง ” 

“ของทุกอย่างที่เรามีใช้ ถ้าเราใช้ไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวจะต้องไปเป็นควายให้เขาใช้สอย เพราะของที่เป็นสมบัติพระพุทธศาสนาแต่ละชิ้นโยมเขาจบหัวถวายมาด้วยความศรัทธา 

ถ้าเราใช้ไม่ระวังเดี๋ยวจะไม่คุ้มกับที่เรามาบวชนะลูกนะ ”

นี่คือความใส่ใจของหลวงพ่อ ท่านมองเห็นในสิ่งที่เรามองผ่าน และมองข้าม

เรื่องจับหลักให้ได้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จับใจหลวงพี่มาก.!

หลวงพ่อท่านเอาใจใส่อย่างมากในเรื่องการอบรมคน เมื่อท่านพบเจอสิ่งที่ดีท่านก็จะนึกถึงผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็น พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาหรือแม้แต่ผู้ที่ทำงานอยู่รอบๆ วัดก็ตาม แล้วก็จะเชิญมาประชุม

มีอยู่ครั้งหนึ่งพอเริ่มประชุมแค่หลวงพี่เริ่มพูดประโยคแรก คนในที่ประชุมอีก 10 กว่าคนไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลยเรียกว่า เป็นวันที่ถูกหลวงพ่อท่านเฉ่ง.!

ท่านถามว่าอ่านหนังสือของหลวงพ่อบ้างหรือเปล่า “อ่านครับ แต่ยังไม่จบ”

 ท่านอยากให้ใส่ใจสิ่งที่ท่านเขียนมากขึ้นกว่านี้ เพราะกว่าจะเขียนออกมาได้เป็นเล่มๆ บางเรื่องใช้เวลาบ่มเพาะ 20-30 ปี กว่าจะตกผลึกออกมาเป็นหนังสือ

พอหลวงพ่อท่านเห็นหลวงพี่เริ่มหลุดออกจากหลัก 

อย่างเช่น ไปส่งเสริมสนับสนุนเรื่องของความรู้รอบตัว แทนที่จะเป็นเรื่องหลักอย่างคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในอนาคตหากวันหนึ่งเราไปได้ความรู้จากผู้ที่เขาไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเราก็ไปเอามาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจโดยลืมดูหลักของเราไป วันนั้นจะเป็นวันที่เราเริ่มเดินผิดทาง

 การที่ท่านถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ให้พวกเรานั้นท่านไม่มีเวลามาสอนหรือบอกเล่าโดยตรงได้ทุกครั้ง ท่านจึงต้องบอกผ่านทาง “หนังสือ”  

ดังนั้นหนังสือของท่าน


จึงมีหลักจับยึดได้เป็นอย่างดีขอเพียงเราอ่าน ศึกษาจับหลักให้ได้หากมีอะไรเกิดขึ้น


หลักที่เราจับอย่างมั่นคงจะทำให้เราตัดสินใจถูก และเป็นสัมมาทิฐิ

พระมหาสุวิทย์ ธัมมิกมุนิ

ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก

พระครูสังฆรักษ์ อนุรักษ์  โสตฺถิโก

หนังสือ คุณครูไม่เล็ก โดย โค้ก อลงกรณ์ สถาปิตานนท์

ที่มา https://talk--secret.blogspot.com/2017/12/2.html

แชร์