สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีติดตามโครงการพระราชดำริ ในพื้นที่ จ.ชุมพร

ให้องคมนตรี ติดตาม เร่งรัด ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา http://winne.ws/n22116

179 ผู้เข้าชม
share

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  องคมนตรีติดตามโครงการพระราชดำริ จังหวัดชุมพร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอก ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ติดตาม เร่งรัด ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา 

โดยพลเอก ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคใต้ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปยังจังหวัดชุมพร เพื่อติดตาม เร่งรัด และขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร และโครงการฝายน้ำตกหินเขียวพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าแซะ จังหวดชุมพร

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงกระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ และสนองพระราชปณิธานที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บังเกิดความยั่งยืน เกิดประโยชน์สูงสุดกับราษฎรอย่างทั่วถึงต่อไป

จากนั้นองคมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และพบปะราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ พร้อมกับตรวจเยี่ยมการดำเนินงานประตูระบายน้ำ ราชประชานุเคราะห์ 2 และประตูระบายน้ำหัววัง กม.8+015 โอกาสนี้ได้ปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียน และปลาบ้า จำนวน 200,000 ตัว 

โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรตามพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยราษฎรในพื้นที่จังหวัดชุมพร เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยหนักเนื่องจากพายุโซนร้อนซีต้า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2540 และทรงทราบถึงภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชาวชุมพรในอนาคตจึงได้พระราชทานพระราชดำริให้เร่งรัดขุดคลองหัววัง – พนังตัก ที่ค้างอยู่ 1,460 เมตร ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยพระราชทานทุนทรัพย์จากมูลนิธิชัยพัฒนา จำนวน 18 ล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างประตูระบายน้ำ 3 แห่ง ซึ่งกรมชลประทานได้เร่งรัดดำเนินการจนแล้วเสร็จ และสามารถระบายน้ำได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2540 ก่อนพายุลินดาเข้าเพียง 1 วัน ทำให้ชาวชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัยนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริ ความว่า “...ให้หนองใหญ่เป็นแก้มลิงธรรมชาติเพื่อเป็นที่สำหรับรับน้ำจากคลองท่าแซะมาเก็บไว้ก่อนที่จะไหลลงสู่คลองท่าตะเภา และเมื่อมีปริมาณมากก็จะค่อยๆ ระบายลงสู่คลองหัววัง – พนังตัก เพื่อระบายออกสู่ทะเล นอกจากนี้ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอีกด้วย...” และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2541 ได้เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ (แก้มลิง) พร้อมกับพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริตามแผนงานโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรตามพระราชดำริ 

ปัจจุบันโครงการฯ สามารถป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในเขตตัวเมืองชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงลดความเสียหายด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้ง และแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค

นอกจากนี้ ภายในบริเวณพื้นที่โครงการฯ ยังเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์เรียนรู้โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ” เพื่อเป็นศูนย์ต้นแบบถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง อีกด้วย

ช่วงบ่าย องคมนตรี และคณะฯ ได้เดินทางไปยังโครงการฝายน้ำตกหินเขียวพร้อมระบบส่งน้ำ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างระบบประปาภูเขาคลองใหญ่หินเขียวเพื่อช่วยเหลือราษฎรบ้านสันกำแพง หมู่ที่ 19 และบ้านสันกำแพง 1 หมู่ที่ 23 ตำบลรับร่อ ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

ต่อมาในปี 2552 กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการก่อสร้างฝายทดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดสันฝายสูง 3.00 เมตร ยาว 27.00 เมตร พร้อมอาคารประกอบ และระบบท่อส่งน้ำช่วงต้น ความยาวประมาณ 2,645.00 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. ในปีแรก และในปี 2553 ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 3 สาย ความยาวรวม 9,220.00 เมตร พร้อมอาคารประกอบ จำนวน 82 แห่ง และถังเก็บน้ำขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 3 แห่ง สามารถส่งน้ำสนับสนุนเพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรบ้านสันกำแพง จำนวน 500 ครัวเรือน 2,500 คน และสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้งประมาณ 2,500 ไร่ ช่วงฤดูฝนประมาณ 5,000 ไร่ ส่งผลให้ราษฎรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ทำให้สามารถทำการเกษตรได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ราษฎรยังได้จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำโดยใช้ชื่อ “กลุ่มผู้ใช้น้ำโครงการฝายน้ำตกหินเขียวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันยังได้ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพิ่มเติมความยาวประมาณ 4,800 เมตร พร้อมกับก่อสร้าง ถังเก็บน้ำ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ 98 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2561 นี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นประมาณ 500 คน ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรประมาณ 500 ไร่ นอกจากนี้เกษตรกรยังได้ดำเนินการการขุดสระเก็บน้ำในพื้นที่แปลงเกษตรของตนเองเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย

สำนักงาน กปร./ข้อมูล

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.siamrath.co.th/n/30380

แชร์