เหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง!!!ผมเฉียดคุก..เพราะลูกอมโหลเดียว

เครื่องบินแตะพื้นประมาณเกือบแปดโมงเช้า เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าค่อนข้างเข้มงวด เขาหยิบเอาขวดลูกอมขึ้นมาดู เปิดออกแล้วหยิบออกมาเม็ดหนึ่ง บีบดูก็ปรากฏว่ามีไส้ทะลักออกมา เขาก็เลยหยิบเอาทั้งขวดโหล http://winne.ws/n22249

969 ผู้เข้าชม
เหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง!!!ผมเฉียดคุก..เพราะลูกอมโหลเดียว

เรื่องต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง

บริษัทส่งเราไปเข้าฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษยังประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป ก่อนออกเดินทาง เพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นรุ่นพี่อยากฝากขนมไปให้หลานเขา ซึ่งเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น และเด็กคนนี้เราก็เคยรู้จัก จึงตกปากรับคำ พี่เขาไปซื้อลูกอมยี่ห้อฝรั่งที่ออกเสียงตัวหน้าคล้ายเลขสามมาหนึ่งขวดโหลย่อมๆ ถ้าใครเกิดทันยุค 90 ก็จะพอรู้จักลูกอมยี่ห้อนี้ มีสารพัดรสชาติ ตรงกลางลูกอมจะมีไส้เหนียวๆครีมๆคล้ายคาราเมลถูกห่อหุ้มอยู่ แปลกและอร่อย จะว่าเป็นลูกอมสอดไส้ชนิดแรกๆของเมืองไทยก็ว่าได้ เป็นที่นิยมและชื่นชอบของเด็กยันวัยรุ่นในยุคนั้น

เครื่องบินแตะพื้นประมาณเกือบแปดโมงเช้า เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รอกระเป๋าที่สายพาน เสร็จแล้วก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าค่อนข้างเข้มงวด เขาหยิบเอาขวดลูกอมขึ้นมาดู เปิดออกแล้วหยิบออกมาเม็ดหนึ่ง บีบดูก็ปรากฏว่ามีไส้ทะลักออกมา เขาก็เลยหยิบเอาทั้งขวดโหลไปให้เจ้าหน้าที่ข้างในตรวจเช็คให้ละเอียด ส่วนเราก็ต้องยืนคอยไปก่อน

เหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง!!!ผมเฉียดคุก..เพราะลูกอมโหลเดียว@https://www.facebook.com/bungerd2518/photos/

เวลาผ่านไปนานพอสมควร      เขาออกมาเรียกเราเข้าไปในสำนักงาน แจ้งให้เราทราบว่า           ใส้เหนียวๆในลูกอมนั้น จากการตรวจสอบขั้นแรก พบว่าอาจมีสิ่งต้องสงสัยเจือปนอยู่ เขาจะส่งเราไปสำนักงานใหญ่เพื่อตรวจสอบให้ละเอียด

เราไม่มีทางเลือก ต้องแบกกระเป๋าขึ้นรถตู้เขาไป รถวิ่งไปไกลพอสมควร แล้วก็จอดอยู่หน้าตึกใหญ่ตึกหนึ่ง มีป้ายหน้าตึกผ่านตาคล้ายๆศูนย์ปราบปรามยาเสพติด ใจคอเราเริ่มหวั่นไหว หรือพี่ที่ออฟฟิศหักหลังเรา ใช้เรานำเอาสิ่งผิดกฏหมายเข้ามา

เราก้าวลงจากรถด้วยความกังวล เดินตามเขาผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป พอเขาปิดประตู ก็มีเจ้าหน้าที่ในนั้นเดินตรงมาหาเรา และแล้วสิ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตก็เกิดขึ้น เขาเอากุญแจมือสับใส่ข้อมือเราทั้งสองข้าง เสียงสับกุญแจมือบาดแหลมเข้าไปในหัวใจเรา โลกเรามืดมิดลงไปทันที เรารู้ตัวหน้าเราคงจะซีดน่าดู และคงมีคราบน้ำตารอบดวงตาเรา

เจ้าหน้าที่พาเราเข้าไปนั่งในห้องคนเดียวพร้อมกุญแจมือที่ข้อมือ เราถูกแจ้งข้อหาว่าสงสัยนำพาสิ่งเสพติดเข้ามายังประเทศเขา ตอนนี้เขาขอเวลาไปพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อน

เรานั่งเป็นไอ้บื้ออยู่ในห้องนั้นคนเดียว เรากังวล เราวิตก ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง คิดได้ว่าต้องติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูต แต่เขาไม่อนุญาต ขอติดต่อเพื่อนฝูง เขาก็ไม่อนุญาต คือไม่ให้เราใช้โทรศัพท์เลย สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนั้นก็คือ นั่งภาวนาให้ผลแล็บออกมาช่วยปกป้องเรา หวังว่าสิ่งที่เอามาไม่ใช่ยาเสพติด

ภาพที่เรากำลังสวิงไม้กอล์ฟอย่างมั่นใจ

เหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง!!!ผมเฉียดคุก..เพราะลูกอมโหลเดียว

เราหวนคิดถึงภาพที่เรากำลังสวิงไม้กอล์ฟอย่างมั่นใจในสนามกอล์ฟที่มีพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม เราคิดถึงภาพที่เราผูกไทนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศอย่างสบายใจ เราคิดถึงภาพที่เรากำลังล้อมวงฮาเฮกินข้าวอยู่กับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน เราคิดถึงพ่อแม่ หรือว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน อิสระและความสุขเหล่านั้นจะไม่มีวันหวนคืนมาอีกแล้ว

เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า ค่อยๆผ่านไปทีละนาที จนกลายเป็นชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง.......เราคิดสารพัดจะคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว ยิ่งหดหู่ นับตั้งแต่เครื่องบินแตะพื้น เวลาผ่านไปแล้วกว่าหกเจ็ดชั่วโมง หิวข้าวไหม หิว แต่คงกินอะไรไม่ลง และเขาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเอาอะไรมาให้เรากินประทังความหิว หิวน้ำไหม หิว แต่ไม่มีน้ำให้เราดื่มเลยแม้แต่หยดเดียว เราเหมือนไม่มีตัวตนในสถานที่แห่งนี้ เริ่มเข้าใจกับความหมายของคำว่า "ขังลืม" ความรู้สึกคงไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่

ความกังวลยังคงถาถมเข้ามาเรื่อยๆ จำได้ว่า ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยสัมผัสชีวิตที่มีความรู้สึกย่ำแย่แบบนี้มาก่อน และแล้ว ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เจ้าหน้าที่เรียกเราออกจากห้อง บอกเราว่า ผลจากห้องแล็บออกมาแล้ว ไม่มีสิ่งเสพติดหรือสิ่งต้องสงสัยเจือปนอยู่ คุณเป็นอิสระ แล้วเขาก็ไขกุญแจมือออกจากข้อมือเรา ชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางของเรา บอกเราว่าคุณกลับออกไปได้แล้ว

เหตุการณ์จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง!!!ผมเฉียดคุก..เพราะลูกอมโหลเดียว

เราจำได้ว่าเราจ้องมองหน้าเขา ไม่มีสายตาของความเป็นมิตรจากเรา คิดในใจว่า เรายังไม่ได้เป็นนักโทษ และเราถูกปฏิบัติเยี่ยงนักโทษไปแล้ว เราเดินไปลากกระเป๋า เดินผ่านประตูสู่ถนน ไม่รู้เลยว่าที่นั่นคือที่ไหนของเมือง เราโบกมือเรียกแท็กซี่ ให้เขาพาเราไปส่งโรงแรม เราดูหน้าปัดนาฬิกา เกือบๆสี่โมงเย็นแล้ว

เกือบแปดชั่วโมงเต็มที่เราตกอยู่ในนรกที่แสนทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แปดชั่วโมงที่ไม่มีข้าวสักเม็ดหรือน้ำสักหยดตกถึงท้อง แปดชั่วโมงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล นี่คือผลของการรับฝากของจากคนอื่นนำพาไปยังต่างแดน      โชคยังเข้าข้างเราหน่อยที่มันไม่ใช่สิ่งผิดกฏหมาย มิเช่นนั้นคงไม่ได้มีโอกาสมานั่งถ่ายทอดบทความนี้ให้ได้อ่านกัน และชีวิตเราก็คงพลิกผันไปแบบไม่เป็นท่า

หากมีใครวานให้ช่วยถือของไปเมืองนอก ถ้าไม่อยากสัมผัสรสชาติของนรก ไม่อยากเฉียดใกล้คุกแบบที่ผมเจอมาแล้ว คิดว่าคุณคงรู้ว่าจะทำอย่างไรดี


Cr."ขจรศักดิ์" เล่าสู่กันฟัง

www.facebook.com/Flintlibrary

แชร์