เสมือนคนถูกตัดลมหายใจ
ในสมัยพุทธกาล การทำงานที่สองของพระมีญาติโยมช่วยเหลือในการเตรียมการต่างๆให้อย่างดี คือ ช่วยกันสร้างวัดให้ ช่วยกันดูแลสิ่งของที่พระต้องใช้เพื่องานเผยแผ่ โดยที่พระไม่ต้องคอยบอกคอยแจ้ง แต่เป็นโยมที่เสนอการสนับสนุนอุปัฏฐาก http://winne.ws/n23941
เป็นพระไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไร แต่ตรงกันข้ามงานของพระ เป็นงานที่ใหญ่ที่สุด และหนักที่สุด เพราะเป็นงานยกชีวิตจิตใจของตนเองและผู้อื่น ให้พ้นจากความตกต่ำด้วยอำนาจกิเลสที่ฉุดดึงใจของคนให้จมทุกข์ พระจึงมี2 ภารกิจ ใหญ่ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำเป็นแบบอย่าง
1.ประโยชน์ตน คือ การฝึกฝนตนเองตามธรรมวินัย ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เข้าใจแล้วก็เอาไปปฏิบัติตั้งแต่กิจวัตรต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกจิตให้บริสุทธิ์เข้าสู่สภาวะธรรมภายใน จนกระทั้งบรรลุธรรม(ตามกำลังบุญบารมีของตน)
2.ประโยชน์ท่าน คือ งานเผยแผ่พระสัจจธรรมของพระพุทธเจ้าดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย”
งานแรก เป็นงานส่วนตัวเป็นงานที่ใช้ปัจจัยสี่เฉพาะแต่เพียงตนเองได้มีเพียง อัฐบริขาร
ไตรจีวร บิณฑบาตก็ได้
แต่งานที่สองคือ งานที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น งานพาเพื่อนมนุษย์พ้นทุกข์ เป็นงานที่ต้องใช้สถานที่ใช้อุปกรณ์ ใช้ปัจจัยต่างๆ ในการทำงานมากขึ้น เพื่อรองรับผู้คนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่เข้าไปศึกษาเรียนรู้ธรรมะหรือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ในสมัยพุทธกาล การทำงานที่สองของพระมีญาติโยมช่วยเหลือในการเตรียมการต่างๆให้อย่างดี คือ ช่วยกันสร้างวัดให้ ช่วยกันดูแลสิ่งของที่พระต้องใช้เพื่องานเผยแผ่ โดยที่พระไม่ต้องคอยบอกคอยแจ้ง แต่เป็นโยมที่เสนอการสนับสนุนอุปัฏฐาก ยกตัวอย่างที่มีบันทึกไว้ชัดเจน เช่น
วัดเวฬุวันมหาวิหาร พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแควันมคธ เป็นผู้สร้างถวาย
วัดเชตะวันมหาวิหาร นักธุรกิจใหญ่แห่งยุค อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ด้วยการเอาเงินปูจนเต็มพื้นดิน และสร้างวัดให้สมบูรณ์พร้อมสำหรับงานเผยแผ่เทศน์สอนมหาชนใช้เงินกว่า 540 ล้านบาท ( 54 โกฏิ )
วัดบุปผารามสร้างถวายโดยสุภาพสตรีชั้นสูงจากตระกูลเศรษฐี(หลานเมณฑกเศรษฐี) จากแคว้นอังคะ คือนางวิสาขา
หลังจากยุคพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วราว 200 กว่าปี ในยุคของ พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งราชวงศ์โมริยะ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดีย พระองค์มีศรัทธาตั้งใจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง จากบันทึกบนเสาศิลา(เสาอโศก) พระองค์ทรงส่งสมณทูตเพื่อไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังประเทศศรีลังกาและเอเชียกลาง ทรงให้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อเป็นเครื่องหมายให้รู้ว่าสถานที่นี้เป็นสถานสำคัญในช่วงชีวิตของพระพุทธเจ้าขึ้นมากมายซึ่งเรียกว่า“สังเวชนียสถาน”
ในยุคหลังจากนั้น เช่น ในสยามประเทศ สมัยสุโขทัยอยุธยา พระพุทธศาสนา ได้รับการสนับสนุนทำนุบำรุงจากชนทุกชั้นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกว่า พุทธบริษัท 4 ซึ่งด้วยความร่วมแรงร่วมใจเข้ามามีส่วนในภาระกิจงานเผยแผ่ของพระพุทธศาสนาของบรรพชน ทำให้เราในยุคนี้มี หลักธรรมะอันเป็นภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า และมีหลักฐานอันสำคัญของการเกิดขึ้นของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด
ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมีอยู่ ความรุ่งเรือง ของสัจจะธรรมและความดี ที่บรรพชนได้สร้างไว้และเป็นแบบแผนของการพัฒนาชีวิตจิตใจของการเกิดมาเป็นมนุษย์ให้ประสบความสุขความสำเร็จถูกต้องดีงามอย่างไร
เมื่อมองการขับเคลื่อนภารกิจของพระพุทธศาสนา ในยุคปัจจุบันของพระภิกษุในบ้านเมืองเรา ก็นับว่ายากลำบากด้วยเงือนไขมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความไม่เข้าใจในภารกิจงานพระพุทธศาสนาของประชาชน ที่ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นต่างๆนานาต่อพระภิกษุสงฆ์ในทางที่ยิ่งทำให้การทำหน้าของพุทธบุตรผู้สืบสานภารกิจของพระพุทธองค์ยากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเด็นที่ประชาชนส่วนมากกำลังเข้าใจผิดชนิดสวนทางกับความเป็นจริง ว่าพระไม่ควรรับปัจจัยจากญาติโยม ถ้าพิจารณากันให้ลึกแล้ว ความเข้าใจดังกล่าวสามารถนำไปสู่ความเสียหายให้แก่ทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายฆราวาสเองก็เหมือนถูกตัดการทำบุญด้วยการให้(สิ่งที่เกิดก็คือ ความตระหนี่ความเห็นแก่ตัวก็ขยายวงหนาขึ้น) ฝ่ายทางพระพุทธศาสนาเองอาจสามารถกล่าวได้ว่า ภารกิจที่จะก้าวไปข้างหน้า ก้าวไปสู่มหาชนเพื่อเผยแผ่พุทธธรรมเพื่ออนุเคราะห์ เพื่อเกื้อกูลต่อมหาชนทั้งหลาย ดังที่พระบรมศาสดาได้ตรัสไว้ อาจจะหยุดชะงักเหมือนคนถูกตัดลมหายใจ ก็เป็นได้
ขอท่านทั้งหลายจงไตร่ตรองโดยเอาคุณประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ทั้งมวลเป็นที่ตั้ง
ดังสัจจธรรมที่ว่าว่า ธรรมะและเมตตาธรรมย่อมคุ้มครองโลก นั้นเถิด
โดย โฆษิกา

