แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"

คำว่า "ไม่ครบห้า" เป็นสำนวนญี่ปุ่น หมายถึง ไม่สมประกอบ หรืออาการไม่ครบ 32 ของบ้านเรา โดยเลข 5 ที่ว่านี้ ก็มาจากหัว 1 แขน 2 และขา 2 http://winne.ws/n6817

2.0 พัน ผู้เข้าชม
แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"ขอบคุณภาพจากwww.bluerollingdot.org
แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"

แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"

คำว่า "ไม่ครบห้า" เป็นสำนวนญี่ปุ่น หมายถึง ไม่สมประกอบ หรืออาการไม่ครบ 32 ของบ้านเรา    โดยเลข 5 ที่ว่านี้ ก็มาจากหัว 1 แขน 2 และขา 2

โอโตทาเกะ  ฮิโรทาดะ   คือบุคคลที่ไม่ครบห้า    ตัวจริงเสียงจริง เนื่องจากชายหนุ่มผู้นี้มีเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นเพราะเขามีเพียงส่วนแรกอย่าง "หัว"

ส่วนแขนกับขานั้น " กุดหมด" จะหลงเหลือก็เพียง

แต่ก้อนเนื้อที่มีรูปร่างเหมือนมันฝรั่งยาวราว 10 เซนติเมตร งอกออกจากไหล่และสะโพก

แต่ถึงจะต้องเผชิญกับความพิการสมบูรณ์แบบ ฮิโรทาดะกลับประ กาศตัวชัดเจนว่า "ผมเกิดมาพิการ   แต่ผมก็มีความสุขสนุกทุกวัน"

เพราะตลอดชีวิต  ฮิโรทาดะแทบไม่เคยรู้สึกว่าความพิการนั้นเป็นปมด้อยเลย  อย่างสมัยตอนที่เข้าอนุบาลที่เขารำลึกความทรงจำถึงเพื่อนๆ ผ่านหนังสือเรื่อง "ไม่ครบห้า"

"เมื่อเห็นผมทีไร ทุกคนจะเข้ามาตอมเหมือนมด  บางคนแตะแขนขาของผมดูแล้วระดมคำถามไม่หยุดว่า ทำไม? ผมก็จะอธิบายว่า "ผมไม่สบายในท้องแม่ก็เลยไม่มีแขนไม่มีขา" 

เด็กๆ ก็จะพูดว่า  "เหรอ" แล้วยอมรับเป็นเพื่อนด้วยกัน

แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"ขอบคุณภาพจากentertainment.marumura.com
แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"ขอบคุณภาพจากwww.oknation.net
แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"ขอขอบคุณwww.224book.com

หรือตอนที่บรรดาครูบาอาจารย์กำลังตัดสินชะตากรรมของเขาว่า

มีศักยภาพที่จะเรียนหนังสือได้หรือไม่ แต่ฮิโรทาดะก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า   เขามีความสามารถไม่แพ้คนทั่วไปเลย   จนสุดท้ายบรรดาคณาจารย์ ก็ตัดสินใจรับเด็กน้อย (ในขณะนั้น) เข้าศึกษาด้วยมติเอกฉันท์

"ผมเอาดินสอหนีบไว้ระหว่างแก้มกับแขนสั้นๆ   แล้วเขียนอักษรให้ดู เอาช้อนและส้อมไว้ริมจาน แล้วตักอาหารกินโดยใช้กฎของแรงงัด ใช้ปากคาบกรรไกรไว้ข้างหนึ่ง แล้วใช้แขนกดอีกข้างไว้ พร้อมกับขยับใบหน้าเพื่อตัดกระดาษ   และแสดงท่าเดินด้วยขาสั้นๆ  โดยร่างของผมยังอยู่ในรูปตัว L เหมือนเดิม”

การเข้าเรียนของฮิโรทาดะ   แม้จะดูเป็นเรื่องที่หนักหน่วงเอาการ

 แต่เขาก็โชคดีที่ได้ครูประจำชั้นอย่าง "ทาคางิ"  ครูอาวุโสที่มีประ สบการณ์การสอนมาแล้วอย่างโชกโชน  คอยเป็นกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรค ครูทาคางิพยายามตั้งโจทย์ให้เด็กน้อยและเพื่อนๆ ของเขาว่า "ห้ามช่วยเหลือ" 

เพื่อให้ฮิโรทาดะพยายามช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด จนถึงการสั่งห้ามใช้ "เก้าอี้ล้อไฟฟ้า"

ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ฮิโรทาดะเคลื่อนไหว

"อยากจะเอ็นดูตอนนี้สักเท่าไหร่ก็ทำได้  แต่วันหนึ่งเด็กน้อยคนนี้จะต้องเผชิญชีวิตเพียงลำพัง   หน้าที่ของครูคือ  จะต้องคิดว่าจำเป็นต้องทำอะไรให้กับเด็กในปัจจุบัน  เพื่ออนาคตในวันข้างหน้าของเขา"

คุณปู่ทาคางิกล่าวแม้จะเจอเสียงต่อต้านจากคนรอบข้างก็ตาม

ดูเหมือนการตัดสินใจของคุณครูจะเป็นเรื่องที่ถูก   เพราะเมื่อฮิโรทาดะกลับมาย้อนมองตัวเองอีกครั้ง เขาบอกว่า  หากใช้เก้าอี้ล้อต่อไป เขาคงเป็นคนพิการที่ไม่สามารถแยกตัวเองออกจากเก้าอี้

ได้อีกเลยตลอดชีวิต   และความเข้มงวดของครูแท้จริงคือความเมตตาปราณีอันเปี่ยมล้น  ที่ทำให้เขามีพลังก้าวมาจนถึงทุกวันนี้

จึงไม่ใช่แปลกเลยที่ชีวิตหลังจากนั้นของเขา    ฮิโรทาดะได้ผ่านเรื่องราวและประสบการณ์ที่ใครหลายคนไม่คาดคิด  ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนักกีฬา ซึ่งเขาเข้าแข่งทั้งวิ่ง 100 เมตร อเมริกันฟุตบอล ว่ายน้ำ การฝึกใช้คอมพิวเตอร์ในการพิมพ์งานเอกสารต่าง ๆ หรือแม้แต่ความสามารถในการจำอักษร  คันจิ ซึ่งเป็นการเรียนสุดหินวิชาหนึ่งในญี่ปุ่นเลยก็ได้    แต่เขาก็มักจะคว้าแชมป์เวลาแข่งกันท่อง แข่งกันเขียนเสมอ ๆ

แต่ที่เรียกว่าพิเศษสุดๆ ที่ฮิโรทาดะได้ทำก็คือ  การเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องเรียน ให้กลายเป็นพื้นที่ของความเมตตากรุณา และสร้างความมีน้ำใจให้เกิดขึ้นแก่เพื่อนทุกคนที่ใกล้ชิดเขา ซึ่งเรื่องนี้คุณครูโอกะ ครูประจำชั้น (ยุคต่อมา) เคยเล่าว่า 

“เพราะห้องเรามีฮิโร เวลามีใครเดือดร้อน  เราก็ช่วยกันโดยธรรมชาติ เป็นห้องที่มีความเมตตาดีจริงๆ”

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง   ไม่ว่าจะเป็นช่วงเข้ามัธยม ที่แม้จะชีวิตจะลองผิดลองถูกไปบ้างตามธรรมดาของเด็กวัยรุ่นที่อยากทดลองสิ่งต่าง ๆ  แต่ก็ไม่หลงไปกับความเมามันนั้น และสามารถดึงชีวิตตัวเองกลับมาจนประสบความสำเร็จเมื่อตอนเข้ามหาวิทยาลัย

ที่นี่เขาได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายและเริ่มรู้ว่าความต้องการของตัวเองคืออะไร อย่างครั้งหนึ่งเขาได้เป็นแกนนำในการปลุกระดมความคิดของเพื่อนๆ ให้ช่วยกันสร้าง ‘ชุมชนที่ปลอดสิ่งกีดขวาง’ 

เพราะเขาเห็นอุปสรรคต่างๆ ของคนพิการและคนชรา  ในการดำเนินชีวิตท่ามกลางเมือง   ที่ไม่ได้สนใจเรื่อง Universal Design 

เขายื่นข้อเรียกร้องของตัวเองไปยังรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนรู้ เพื่อให้รู้ว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วน เขากล่าวอย่างอารมณ์ดีตอนสนทนากับผู้ใหญ่ว่า

“เพื่อนผมเตือนว่า  ถ้ามหาวิทยาลัยมีอุปกรณ์พร้อม  นายก็จำเป็นต้องเข้าเรียนนะซี่” 

ขณะที่รองอธิการบดีก็ยิงมุกกลับไว้ 

“เราจะพิจารณาเรื่องนี้  เพื่อไม่ให้โอโตทาเกะคุงมีข้ออ้างในการไม่มาเรียน” 

ซึ่งในที่สุดก็นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยในทิศทางที่ดีขึ้น

แม้สายตาของคนภายนอกจะมองว่าชีวิตของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความขาดแคลน  โดยเฉพาะขาดแคลนอวัยวะ    แต่ในความจริงแล้ว   ฮิโรทาดะมีสิ่งหนึ่ง  ที่คนที่มีร่างกายสมบูรณ์หลายคนไม่มี  นั่นคือการมองโลกในแง่ดี   เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ไม่ใช่ร่างกายหรือทรัพย์สมบัติที่พรั่งพร้อม    หากแต่เป็นจิตใจที่สมบูรณ์และพร้อมที่ผลักดันตัวเองไปสู่เส้นทางที่ต้องการ


เรียบเรียงจากหนังสือ 10 ชีวิต 10 แรงบันดาลใจ 

โดยนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

ภาพ : http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9590000031207

แรงชีวิต แรงบันดาลใจ : "โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ" ผู้เกิดมา "ไม่ครบห้า"
แชร์