ศิษย์วัดพระธรรมกายเผยความในใจ!!! "พรุ่งนี้แล้ว 21 ธันวาคม 2559"
ใครหนอ ? ที่ดื้อที่สุดในชีวิตที่ฉันพบพา ใครหนอ ? เกเร เอาแต่ใจ ไม่ฟังใคร เชื่อมั่นตัวเอง จนลืมเข้าใจชาวบ้าน เชื่อมั่นแม้กระทั้งสิ่งที่ผิด ก็พยายามหาเหตุผลให้มันถูก ฉันไม่ได้พูดถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือใครทั้งสิ้น เพราะช่วงนี้คดีที่โด่งดังที่สุด http://winne.ws/n11499
พรุ่งนี้แล้ว 21 ธันวาคม 2559
ใครหนอ ? ที่ดื้อที่สุดในชีวิตที่ฉันพบพา ใครหนอ ? เกเร เอาแต่ใจ ไม่ฟังใคร เชื่อมั่นตัวเอง จนลืมเข้าใจชาวบ้าน เชื่อมั่นแม้กระทั้งสิ่งที่ผิด ก็พยายามหาเหตุผลให้มันถูก ฉันไม่ได้พูดถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือใครทั้งสิ้น เพราะช่วงนี้คดีที่โด่งดังที่สุด คงไม่พ้นกรณีเจ้าหน้าที่ภาครัฐไปติดหมายประกาศห้ามโน่นนี่นั่น กับรั้ว กำแพงวัดพระธรรมกาย และวันนี้ ก็เข้าไปติดทุกตึกของในวัดพระธรรมกายหรือเปล่า ? ก็ไม่รู้
แต่ฉันกำลังคิดถึงพระชรารูปหนึ่งที่สามารถทำให้ฉันรู้ได้ว่า "ฉันนั่นแหละ มันแย่ มาก ๆ ดื้อสุด ๆ เพราะท่านบอกให้ไปยืนหน้ากระจกแล้วมองหน้าคนคนนั้น ในกระจก คนนั้นแหละดื้อสุดแล้ว แย่ที่สุดแล้ว ในโลกนี้ไม่มีใครเท่านี้อีกแล้ว"
ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า นิสัยดีและไม่ดีของฉันนั้น มันติดตัวข้ามชาติไปในภพเบื้องหน้าได้ด้วย เพราะเมื่อก่อนฉันเข้าใจเพียงว่า บุญบาปเท่านั้นที่ติดข้ามชาติได้ โอ้...แล้วไอ้ที่มันไม่ดีนั่นแหละ มันก็จะไปกับเราในชาติหน้าด้วย
คนในกระจกที่พระชรารูปนั้นบอกกับฉันก็คือ ตัวเราเอง พระพุทธศาสนา แท้จริงแล้ว สอนให้ดูตัวเอง ดูแล้วก็แก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง ไม่ใช่จ้องจับผิดใครเลย เหมือนที่เคยมีพระสงฆ์รูปหนึ่ง สอนว่า ให้ปิดหู ปิดตา ปิดปาก แล้วกลับมองตัวเอง อย่ามองข้อผิดพลาดของผู้อื่น นั่นเอง
มิใช่เพียงเท่านั้น ต้องให้คิดดีกับคนอื่นอีกด้วย คือจ้องจับดีผู้อื่นนั่นเอง...บอกเลยว่ายากส์
ฟังก็เหมือนง่าย แต่ปฏิบัติจริงฉันว่ามันยากจริง ๆ หืดขึ้นคอเลย ไม่งั้น พระโพธิสัตว์คงไม่ต้องเกิดมาสร้างบารมีถึง 20 อสงไขยกับเศษแสนมหากัป เป็นแน่ กว่าจะบริบูรณ์ ได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระพุทธเจ้ามาสั่งสอนเราได้
แต่ฉันก็โชคดี ที่ชาตินี้ได้พบครูดี เพราะท่านมิได้สอนและบอกเพียงอย่างเดียว ท่านทำก่อน แล้วค่อยมาบอกพวกเรา นั่นก็คือ หลักการแก้นิสัยตัวเอง ที่เรียกว่า "ความดีสากล 5 ประการ ใน 5 ห้องชีวิต เนรมิตนิสัย" นั่นเอง ซึ่งครูของฉันใช้เวลากว่าจะค้นพบถึง 37 พรรษา ในการเป็นพระและค้นพบสิ่งนี้
ฉันทดลองทำตามครูพระบอก แค่อย่างเดียว จะปฏิบัติให้ได้ 100 % ยังทำไม่ได้ คือความสะอาด ใช้ห้องน้ำแล้วต้องเช็ดให้แห้งสนิททุกครั้ง ฝึกมา ใกล้ 10 ปี แล้วมั้ง ยังไม่ได้สักทีเลย
ทำไมต้องฝึก ก็การฝึกแบบนี้ เพื่อให้ใจเราสว่าง จะได้มองเห็นความจริงของโลกและชีวิตมากขึ้นน่ะสิ ทุกวันนี้ ยังมืดบอดมากมาย
แต่ก็แปลก แค่เช็ดห้องน้ำให้แห้งสนิทหลังใช้เสร็จ ไปเรื่อย ๆ ทำไม ? เราห่วงใยคนอื่นมากขึ้นได้อย่างไร? เห็นความไม่ดีของตัวเองมากขึ้น แถมยังเข้าใจจิตใจผู้อื่นมากขึ้น และให้อภัยง่ายขึ้น อัศจรรย์ใจจริง ๆ
ฉันภูมิใจครูของฉันมาก ที่ทำให้ฉันมีหนทางออกไม่อับจนกับการทำความดีได้ตลอดเวลา แม้เวลาเข้าห้องน้ำ ใครจะรู้ว่าแค่การทำห้องน้ำให้แห้งสนิทหลังใช้เสร็จจะมีธรรมะสอนเราได้ไม่รู้จบ
ฉันไม่ค่อยเคยเห็นใจใครมากนัก ดื้อ เอาแต่ใจตัว นั่นแหละ มันลดลงไปมากแล้ว แค่นี้ฉันก็เห็นคุณค่าของคนอื่นมากขึ้น ทำให้จิตใจมีสุขยิ่งขึ้น ฟังคนอื่นมากขึ้น ปล่อยวางได้มากขึ้น ...
ถึงอย่างไร ? ฉันก็ต้องฝึกต่อไป จนกว่าจะหมดแรงนั่นแหละ เพราะความไม่ดีในตัวฉันมากมายเหลือเกิน ถ้าวันนี้ ฉันไม่มีครูดี ฉันก็คงโง่ข้ามชาติไปอีกนาน
ครูของฉันท่านเกิดในวันที่ 21 ธันวาคม นี้ แหละ พรุ่งนี้ ท่านจะครบ 76 ปีแล้ว ท่านเรียนจบปริฤญาโท จากออสเตรเลีย แต่ท่านจับรองเท้าใครก็ได้ที่ไม่เรียงให้เป็นระเบียบ เอามาเข้าแถวใหม่เป็นคู่ ๆ อย่างสวยงามอย่างไม่รังเกียจเลย ฉันประทับใจมาก ๆ ที่ท่านเป็นทั้งครูเป็นทั้งพ่อแม่ เป็นทั้งที่พึ่งผู้ที่น่าเคารพเลื่อมใสอย่างยิ่ง ท่านผู้นั้นก็คือ "พระเดชพระคุณพระราชภาวนาจารย์ หลวงพ่อทัตตชีโว" นั่นเอง นี่แหละครูของฉัน
ขอบุญบารมีพระนิพพาน คุณพระศรีรัตนตรัย บารมีของหลวงปู่ บารมีคุณยายฯ ได้คุ้มครองให้หลวงพ่อแข็งแรง ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ไร้โรคาพยาธิ ทุกประการอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับศิษย์และชาวพุทธตลอดไป....
เพื่อนศิษย์ก้นกุฎิ
20 ธ.ค. 2559 17.55น.
ขอบคุณภาพจาก google.com



