แรงบันดาลใจจากพระไตรปิฎก ตอน แหล่งกำเนิดกำลังใจ

กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ยอดเขาหิมาลัยเคยสูงเสียดฟ้าจนไม่มีผู้ใดไปถึง แต่สุดท้ายก็สูงไม่เกินเข่าของผู้พิชิต เหตุที่สร้างความอัศจรรย์เช่นนั้นให้เกิดขึ้น ส่วนสำคัญที่สุดคือ “กำลังใจ” เมื่อมีกำลังใจย่อมชนะอุปสรรคทั้งมวลได้ http://winne.ws/n23654

459 ผู้เข้าชม
แรงบันดาลใจจากพระไตรปิฎก ตอน แหล่งกำเนิดกำลังใจ

         กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ยอดเขาหิมาลัยเคยสูงเสียดฟ้าจนไม่มีผู้ใดไปถึง  แต่สุดท้ายก็สูงไม่เกินเข่าของผู้พิชิต  เหตุที่สร้างความอัศจรรย์เช่นนั้นให้เกิดขึ้น  ส่วนสำคัญที่สุดคือ “กำลังใจ”  เมื่อมีกำลังใจย่อมชนะอุปสรรคทั้งมวลได้ แต่กระนั้นกำลังใจ ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเอง  หรือซื้อหาได้ตามท้องตลาด  แล้วหากเราอยากสร้างกำลังใจ  ต้องทำอย่างไรเล่า 

     ในเรื่องนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยตรัสเล่าถึง วิธีการสร้างกำลังใจของเทวดาในยามทำสงครามกับอสูร แล้วตรัสแสดงวิธีการสร้างกำลังใจที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา ปรากฏในธชัคคสูตร  ดังนี้

     สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตะวันอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า  “ภิกษุทั้งหลาย  เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทพกับอสูรประชิดกันครั้งนั้น  ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งกับเทพชั้นดาวดึงส์ว่า

 “ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย  ถ้าความกลัว ความหวาดสะดุ้ง หรือความขนพองสยองเกล้า จะพึงเกิดขึ้นแก่พวกเทพผู้ไปในสงคราม สมัยนั้น  พวกท่าน  พึงแลดูยอดธงของเรา  เพราะว่า เมื่อพวกท่านแลดูยอดธงของเราทีนั้น พวกท่านพึงแลดูยอดธงของท้าวปชาบดีเทวราชเถิด...

         ถ้าพวกท่านไม่แลดูยอดธงของเรา ทีนั้น พวกท่านพึงแลดูยอดธงของท้าวปชาบดีเทวราชเถิด...

          ถ้าพวกท่านไม่แลดูยอดธงของท้าวปชาบดีเทวราช ทีนั้น  พวกท่านพึงแลดูยอดธงของท้าววรุณเทวราชเถิด...

          ถ้าพวกท่านไม่แลดูยอดธงของท้าววรุณเทวราช ทีนั้น  พวกท่านพึงแลดูยอดธงของท้าวอีสานเทวราชเถิด...

          เมื่อพวกเทพแลดูยอดธง ของท้าวสักกะจอมเทพก็ดี  แลดูยอดธงของท้าวปชาบดีเทวราชก็ดี  แลดูยอดธงของท้าววรุณราชก็ดี  แลดูยอดธงของท้าวอีสานเทวราชก็ดี  ความกลัว ความหวาดสะดุ้ง หรือความขนพองสยองเกล้า ที่จักเกิดขึ้น  พึงหายไปบ้าง  ไม่หายไปบ้าง ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เพราะว่า ท้าวสักกะจอมเทพยังไม่ปราศจากราคะ ไม่ปราศจากโทสะ  ไม่ปราศจากโมหะ  เป็นผู้มีความกลัว  มีความหวาดสะดุ้ง  หนีไปอยู่

         ภิกษุทั้งหลาย ส่วนเรากล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย หากว่าความกลัว ความหวาดสะดุ้งกลัว หรือความขนพองสยองเกล้า พึงบังเกิดแก่พวกเธอผู้อยู่ในป่า อยู่ที่โคนไม้ หรืออยู่ในเรือนว่าง  ทีนั้น  พวกเธอพึงระลึกถึงเราตถาคตเนืองๆ  เท่านั้นว่า “แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ  เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ  เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า(ผู้รู้ ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน)  แล้วผู้จำแนกธรรม”  เพราะว่า  เมื่อพวกเธอระลึกถึงเราตถาคตเนืองๆ  อยู่ความกลัว ความหวาดสะดุ้ง หรือความขนพองสยองเกล้าที่จักเกิดขึ้นก็จักหายไป

           ถ้าพวกเธอไม่ระลึกถึงเราตถาคตเนืองๆทีนั้น  พวกเธอพึงระลึกถึงพระธรรมเนืองๆว่า “พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู  ควรน้อมเข้ามาในตน  อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน”

           เพราะว่า  เมื่อพวกเธอระลึกถึงพระธรรมอยู่เนืองๆ  ความกลัว ความหวาดสะดุ้งหรือความขนพองสยองเกล้าที่จักเกิดขึ้นก็จักหายไป

          ถ้าพวกเธอไม่ระลึกถึงพระธรรมเนืองๆ ทีนั้น พวกเธอพึงระลึกถึงพระสงฆ์เนืองๆ ว่า “พระสงฆ์  สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า  เป็นผู้ปฏิบัติดี  ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูกทาง  ปฏิบัติสมควร  ได้แก่ อริยบุคคล ๔ คู่ คือ ๘ บุคคล พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี  เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก”

          เพราะว่า เมื่อพวกเธอระลึกถึงพระสงฆ์อยู่เนืองๆ ความกลัว  ความหวาดสะดุ้ง  หรือความขนพองสยองเกล้าที่จักเกิดขึ้นก็จักหายไป

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เพราะว่า พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ปราศจากราคะ  ปราศจากโทสะ  ปราศจากโมหะ เป็นผู้ไม่มีความกลัว ไม่หวาดเสียว  ไม่สะดุ้ง  ไม่หนีไป”

คำตอบของวิธีการสร้างกำลังใจ  คือ การระลึกถึงพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์ ซึ่งมีอานุภาพไม่มีประมาณแต่ทว่า การระลึกถึงพระรัตนตรัย ก็มีอยู่  ๒  แบบ คือ  ระลึกถึงพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์ภายนอก เป็นแบบ “ขอถึง” ซึ่งอานุภาพก็เกิดเพียงบางส่วน  แต่อีกประการเป็นแบบ “เข้าถึง”  ระลึกถึงพระพุทธ  พระธรรม พระสงฆ์ภายใน ซึ่งเป็นพระรัตนใสบริสุทธิ์ ที่สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราทุกคน เช่นนี้ อานุภาพและกำลังใจย่อมเกิดขึ้นอย่างไม่มีประมาณ  ไม่มีสิ้นสุด  ดังนั้น  แหล่งกำเนิดกำลังใจอันมหาศาล  ไม่มีประมาณก็อยู่ที่  “ศูนย์กลางกาย”  ของเราเอง


ขอขอบคณ : แรงบันดาลใจจากพระไตรปิฎก  โดยพระมหาเถระ รุ่นปี พ.ศ. 2534 หน้า 17 - 21

แชร์