จีนประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหามลพิษหมอกควัน
รัฐบาลจีนมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบจนท้องฟ้าในหลายเมืองกลับมาสดใสอีกครั้ง http://winne.ws/n25607
ปี 2013 รัฐบาลจีนประกาศ 'สงครามมลพิษ' เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันอย่างจริงจัง หลังจากที่ภาคประชาชนออกมากระตุ้นเตือนรัฐบาลจีนให้จัดการปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพราะในช่วงก่อนหน้านี้ ประชาชนชาวจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และเมืองอุตสาหกรรม ต่างประสบกับปัญหาทางด้านสุขภาพอย่างหนัก
จนกระทั่งช่วงปลายปี 2017 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่กรุงปักกิ่งประกาศว่าค่าดัชนีมลพิษทางอากาศลดลงอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน และในเดือน ม.ค. ปี 2018 ค่ามลพิษในอากาศของปักกิ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 25 วัน
ไม่เพียงแต่ปักกิ่งเท่านั้น รัฐบาลท้องถิ่นหลายเมืองก็หันมาใส่ใจปัญหามลพิษจากการเผาไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทางภาคเหนือของจีนที่มีโรงงานถ่านหินเป็นจำนวนมาก ปัญหาควันจากรถยนต์ในเมืองใหญ่ รวมไปถึงฝุ่นละอองจากการก่อสร้างอาคารต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาหลักของหมอกควันที่ปกคลุมเมืองต่างๆ ในจีนมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นจำนวนมาก
งานวิจัยของBerkeley Earth มีการประเมินว่าในแต่ละปีประชากรจีนเสียชีวิตจากปัญหาเรื่องมลพิษในอากาศสูงถึง 1.6 ล้านคน และบริเวณที่มีค่ามลพิษอยู่ในเกณฑ์ที่อันตรายสูงสุดคือ พื้นที่ทางภาคเหนือของจีน โดยเฉพาะมณฑลส่านซี ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมถ่านหินที่สำคัญของจีน และมณฑลเหอเป่ยที่เป็นเขตอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่สำคัญ
มาตรการที่เข้มงวดจากรัฐบาลกลางสู่มาตรการกำจัดฝุ่นของท้องถิ่น
รัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณกว่า 40,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนเป็นงบประมาณในการลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรม ด้วยการออกกฎหมายควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและบังคับให้โรงงานเปลี่ยนประเภทเครื่องจักรที่ใช้งานเกินกำหนดอายุงาน รวมไปถึงการสั่งลดการผลิตของโรงงานถ่านหินในช่วงฤดูหนาว
ในปี 2017 โรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศถูกสั่งปิด มาตรการดังกล่าวทำให้ในปี 2018 ค่ามลพิษทางอากาศในหลายเมืองหลักของจีนลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ รัฐบาลปักกิ่งยังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถเครื่องยนต์ดีเซลและน้ำมันเบนซินด้วยทั้งยังสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้มีราคาถูกลง และออกมาตรการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นรถระบบไฟฟ้าทั้งหมด รวมไปถึงรถแท็กซี่ในเมืองต่างๆ ด้วย
ในเมืองใหญ่ ๆ อย่างปักกิ่ง เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ และเมืองอื่น ๆ ต่างเร่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองมากขึ้น เพื่อลดการใช้รถยนต์ของประชาชนในการเดินทาง
อ่านข่าวต่อได้ที่ Voice TV21
