วิธีจัดการกับบุคคลที่มีโทสะจริตหรือคนขี้มักโกรธง่าย

วิธีจัดการกับบุคคลที่มีโทสะจริตหรือคนขี้มักโกรธง่าย http://winne.ws/n4714

1.5 พัน ผู้เข้าชม
วิธีจัดการกับบุคคลที่มีโทสะจริตหรือคนขี้มักโกรธง่าย

โทสะจริต 

คนที่อยู่กลุ่มโทสะจริต

โดยธรรมชาติแล้วเป็นบุคคลผู้มีหลักการของตนเองในการทำงานและในการกระทำต่างๆและมักเป็นผู้เคารพกฎเกณฑ์และมีวินัยสูงกว่าจริตอื่นๆ และการที่ตัวเองมีหลักเกณฑ์ระเบียบวินัยค่อนข้างสูง จึงทำให้ทนไม่ได้เมื่อมาเจอผู้ที่ไม่มีระเบียบวินัยไม่มีเคารพหลักเกณฑ์ นอกจากนี้จะเป็นคนที่รักษาคำพูดรักษาเวลาจึงทำให้ทนไม่ได้มาเมื่อกับคนที่ไม่รักษาคำพูดไม่รักษาเวลา

กลุ่มโทสะจริตมักคาดหวังว่าโลกจะเป็นอย่างที่ตัวเองคิด

การที่ตัวเองมักจะมีระเบียบวินัยสูงกว่าคนปกติก็มักจะคิดว่าโลกควรจะเปลี่ยนไปเหมือนตัวเอง แต่เมื่อพบว่าโลกไม่ได้เป็นอย่างนั้นและไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ ก็เกิดความขุ่นเคืองลึก ๆ อยู่ในใจอยู่เสมอและพร้อมจะระเบิดออกมาได้เมื่อเจอกับผู้ที่ไม่มีความเป็นระเบียบวินัย หรือความไม่ถูกต้อง

คนประเภทโทสะจริตลึก ๆ แล้วก็เป็นคนอ่อนข้างใน

เพราะไม่ค่อยได้รับความรักความอบอุ่นจึงมีความน้อยใจหรือต้องการความรักความอบอุ่นอยู่ลึก ๆ แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองเลยจำต้องยึดกรอบเกณฑ์ระเบียบเป็นเสมือนเป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอภายในและไม่ต้องการให้ใครได้เห็นความอ่อนแอดังกล่าว

เราจะสังเกตคนกลุ่มโทสะจริตได้อย่างไร

มีวิธีการพูดที่ตรง ๆ ไม่กลัวใคร 

การพูดจาจะมีพลัง เสียงดังฟังชัด ฟังแล้วน่าเกรงขาม เพราะมีสมาธิแรงแต่คำพูดค่อนข้างแรงและหนัก ฟังแล้วไม่รื่นหูคำพูดอาจไม่ไพเราะเพราะไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนฟังเท่าไร นอกจากนี้ จะพูดค่อนข้างเร็วเพราะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ทำให้ผู้อื่นรับรู้ พฤติกรรมดูหยาบและดูหนัก

เป็นคนพูดชี้ถูกชี้ผิด

เพราะคนที่เป็นโทสะจริตเป็นคนที่คิดว่าตัวเองมีหลักการ และยึดกฏเกณฑ์เป็นที่ตั้งดังนั้นจะมีสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องอยู่ในใจเสมอสิ่งไหนที่ไม่เป็นไปตามหลักการและกฏเกณฑ์ของตนเองแล้วย่อมไม่ใช่สิ่งที่ถูก เนื่องจากคนประเภทนี้มักจะเชื่อว่าตัวเองมีคุณธรรมมีวินัยสูง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นประเภทเจ้าระเบียบ เจ้ากฏเกณฑ์จึงมักจะใช้หลักเกณฑ์ของตนเองเข้าชี้ผิดชี้ถูกคนอื่นอยู่เสมอเป็นคนที่เคารพกฏเกณฑ์จึงมักทนไม่ได้ที่เห็นใครละเมิดกฏเกณฑ์ขององค์กรหรือของสังคม ทำให้คนอื่นมองว่าเป็นพวกชอบจับผิด

วิธีการแต่งกาย

ค่อนข้างเป็นระเบียบการแต่งตัวค่อนข้างประณีต สะอาด สำหรับสีที่ชอบจะเป็นสีฉูดฉาดหรือไม่ก็สีเข้ม เช่นแดง สีส้มสด เหลืองสด เพราะทำให้อารมณ์นิ่งสงบและเข้าสู่ภาวะปกติ

จะมีการเดินที่รวดเร็วและตรงแน่ว 

เพราะเขารู้ชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหนเนื่องจากเป็นคนที่เคารพเวลาและมีวินัย จึงไม่ค่อยวอกแวก และรู้สักตัดบทเก่งไม่เออระเหยลอยชาย

ดวงตาจะสว่างไสวและเป็นประกาย 

เพราะสมาธิสูงหน้าจะมีสีสันต์และพลังงาน แต่หน้าตาอาจไม่สวยไม่หล่อนักเพราะจิตมีความขุ่นเคืองเป็นอารมณ์ ไม่แจ่มใสเบิกบานประกอบกับไม่มีความเมตราทำให้ไม่มีเสน่ห์และบารมีมากนัก

วิธีจัดการกับบุคคลที่มีโทสะจริตหรือคนขี้มักโกรธง่าย

จุดแข็งจุดอ่อนของโทสะจริต

จุดแข็งของบุคคลที่เป็นโทสะจริต 

ผู้อุทิศทุ่มเทให้กับการงานสูง

สามารถทำงานได้รวดเร็ว และเป็นไปตามที่ได้รับมอบหมายไม่ผิดพลาดเนื่องจากเป็นคนที่มีสมาธิสูงอยู่แล้ว และไม่ปรุงแต่งฟุ้งซ่านจึงฟังอะไรไม่ผิดพลาด และทำงานไม่ผิดพลาด ประกอบกับการเป็นผู้มีระเบียบวินัยเคารพกฏเกณฑ์ทำให้เป็นใหญ่เป็นโตในหน้าที่การงานได้อย่างไม่ยากเย็นโดยเฉพาะในหน้าที่การงานที่เน้นกฏเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ การตรวจสอบความถูกต้อง เช่นผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ดูแลด้านปฏิบัติการ(operation) หรืองานของระบบราชการ

มีระเบียบวินัยสูง ตรงต่อเวลาหากนัดหมายกับคนที่เป็นจริตนี้ ต้องตรงเวลาเพราะเขาจะมาตรงเวลาและจะดูถูกพวกที่ไม่มีวินัยไม่เคารพสัญญา และไม่ตรงเวลา

เป็นนักวิเคราะห์ที่เก่ง เพราะมองอะไรตรงไปตรงมาไม่ปรุงแต่งจึงสามารถมองเห็นเหตุมองเห็นผลได้ชัดเจน จึงเหมาะเป็นผู้ร่วมวางแผน

สามารถพึ่งพาได้ เนื่องจากเป็นผู้มีหลักการ ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ไม่มั่วไม่ใช้อารมณ์หรือเล่นพวกเล่นพ้อง

มีความจริงใจต่อผู้อื่นพูดอะไรเป็นคำไหนคำนั้น 

ไม่เป็นคนแทงคนข้างหลังแต่อาจแทงข้างหน้าเลย หากจะด่าก็จะด่าต่อหน้าไม่ด่าลับหลังและจะด่าทันทีท่ามกลางที่ประชุมหรือสาธารณชนได้โดยไม่หวั่นเกรงหรือหวั่นไหวต่อสายตาหรือความรู้สึกใดเหมือนคนจริตอื่นๆการที่มีลํกษณะดังกล่าวทำให้คนที่เป็นโทสะจริตจะเป็นที่เกรงขามหรือเกรงกลัวของคนอื่นโดยธรรมชาติ

เป็นคนตรงไปตรงมา 

ไม่มีน้ำผึ้งผสมไม่มีเล่ห์เหลี่ยม พูดคำไหนเป็นคำนั้นทำให้เป็นผู้ที่แม้ไม่น่าคบแต่ก็น่าทำธุรกิจด้วย

เป็นคนไม่ค่อยโลภ

เพราะอยู่ในโลกของความคิด โลกของความน่าจะเป็นโลกของหลักการและ กฏเกณฑ์มากกว่าโลกของวัตถุสิ่งของ

คนโทสะจริตจะมีจุดอ่อนสำคัญคือ 

โกรธทั้งวัน อะไรผิดหูนิดๆหน่อยไม่ได้ ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวเป็นนิจ ไม่ค่อยไม่เป็นที่น่าคบค้าสมาคมของผู้อื่น

อารมณ์ที่ขุ่นมัวขุ่นเคืองอยู่เสมอ

นำมาสู่ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย จึงทำให้คนจริตนี้มักจะมีโรคภัยไข้เจ็บซึ่งเป็นผลจากอารมณ์โกรธและความไม่ผ่องใสของจิตได้ง่าย

การใช้คำพูดที่ก้าวร้าวรุนแรง 

เสียดสีจิตใจผู้อื่นเป็นการสร้างวจีกรรมอยู่ตลอดเวลาสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับผู้อื่น เกลียดชังและอาจทำไปสู่การทะเลาะวิวาทค่อนข้างบ่อย นอกจากนั้น การชอบจับผิดคนอื่น หรือมองคนอื่นว่าไม่เก่งหรือมีความสามารถเท่าตัวเองมีนิสัยค่อยข้างเหย่อหยิ่งอวดดี ทำให้ความสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ค่อยราบรื่นมักจะต้องอยู่คนเดียว

ติดอยู่ในโลกของกรอบ 

โลกของหลักการและหลักเกณฑ์ทำให้ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ไม่มีความคิดริเริ่มอะไรที่แหวกแนว การที่พูดจาตรงไปตรงมาไม่สนใจความรู้สึกคนฟังทำให้แทบไม่มีความถนัดด้านการตลาด

ตกอยู่ในหลุมกลของนิสัยตัวเอง

เพราะการที่แสดงความโมโหเกรี้ยวกราดมักจะนำมาสู่ความเกรงกลัวนำมาสู่อำนาจเหนือผู้อื่น และมักจะนำมาสู่สิ่งที่ตัวเองประสงค์อยู่เสมอทำให้เป็นการบ่มเพาะนิสัยช่างโมโหของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และยากที่แก้นิสัยดังกล่าวได้

วิธีจัดการกับบุคคลที่มีโทสะจริตหรือคนขี้มักโกรธง่าย

ถ้าท่านเป็นโทสะจริตต้องทำอย่างไร

เมื่อเริ่มโกรธเริ่มโมโหเริ่มรำคาญใจให้ทำตัวเป็นขอนไม้ นิ่ง ต้องหยุดมโนกรรม วจีกรรม และกายกรรมที่เป็นอกุศลก่อนเพราะจะนำมาซึ่งความเสียหายทั้งต่อตัวเองและคนอื่นการสร้างความเจ็บปวดให้ผู้อื่นไม่ว่าจะโดยวจีกรรมหรือกายกรรมก็ตามในที่สุดแล้วจะส่งผลกลับมาให้ตัวเราเอง 

มักไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังโกรธหรือโมโหอยู่ 

จะรู้อีกทีก็เมื่อหายโมโหแล้ว ซึ่งในขณะนั้นท่านอาจจะพูดหรือทำอะไรไปแล้วมากมายโดยไม่ได้ตั้งใจ และอาจต้องเสียใจภายหลัง

เจริญเมตตาให้มาก 

คนในจริตนี้มักจะทำร้ายผู้อื่นได้ง่ายกว่าจริตอื่นๆคนซึ่งมีการขัดเกลาทางด้านจิตใจน้อยหน่อย ก็อาจจะทำร้ายผู้อื่นทางร่างกายแต่ผู้มีการขัดเกลาทางจิตใจมากขึ้นหน่อยก็จะทำร้ายผู้อื่นทางวาจาแต่ไม่ว่าท่านจะทำร้ายด้วยวิธีใดโดยจะรู้ตัวหรือไม่ หากเริ่มโมโหหรือโกรธขอให้รีบเจริญเมตราต่อผู้อื่น 

ฟังเสียงที่ตัวเองพูด 

ว่าเป็นอย่างไรน้ำเสียงชวนให้เป็นมิตรหรือสร้างศัตรู น่าติดตามฟัง น่าเชื่อถือ หรือว่าน่าเบื่อชวนรำคาญ และฟังว่าคำพูดที่ออกมาง่ายต่อการเข้าใจหรือเปล่าปกติคนที่เป็นโทสะจริตมักไม่ค่อยฟังเสียงตัวเองหากเราฟังเสียงของเราที่เปล่งออกมาแล้ว เราก็จะ เลิกสงสัยเสียทีว่าทำไมเราพูดอย่างนี้แล้วเขาถึงยังไม่เข้าใจเรา หรือทำไมเขาถึงไม่ชอบเรา ทำเขาถึงโกรธหรือโมโหเรา

ให้เริ่มคิดว่าโลกนี้ไม่ต้องจริงจังมากนัก 

โลกนี้ก็เป็นอย่างนี้คนที่เป็นโทสะจริตมักจะพยายามสร้างกรอบ ขีดเส้นให้กับตัวเองในแง่ดีแล้วทำให้เป็นคนมีวินัย แต่ในแง่เสียคือ มีความอึดอัดเป็นอารมณ์ไม่สามารถแสดงความรู้สึก ความปรารถนาของตัว ไม่สามารถทำอะไรอย่างที่ตัวเองต้องการเพราะโดนจำกัดด้วยความคิดที่ว่า ควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เพียงแต่จะพยายามวางกรอบให้กับตัวเองคนในจริตนี้จะพยายามวางกรอบให้กับคนอื่นไปด้วย กล่าวง่ายๆเหมือนกับจะพยายามควบคุมโลกให้เป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการ 

ต้องใจกว้างรับความคิดใหม่ ๆ 

ไปพิจารณาเนื่องจากคนจริตนี้มักมีกรอบมีระเบียบบางประการและใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เหล่านั้น หากกรอบความคิดดังกล่าวถูกต้องก็ดีไปนำพาชีวิตไปสู่ความก้าวหน้า 

ต้องคิดก่อนพูด คิดให้นาน ๆ เข้าไว้เพราะโทสะจริตจะเริ่มจากพูดไปก่อนและค่อยมาคิดทีหลัง และมักจะเสียใจภายหลังในสิ่งที่ตัวเองได้พูดได้ทำไปแล้วอยู่เสมอ

ให้พิจารณาว่าความโกรธทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของร่างกาย ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารระบบฮอร์โมน และโรคเก๊าท์

ที่มา www.thaitrainingzone.com/HrdNewsDetail.asp?id=18

แชร์