เมื่อหน้าฝนมาเยือน ถึงเวลาตรวจสอบ ดิน ฟ้า อากาศด้วยตนเอง

ในยุคปัจจุบัน ฤดูกาลจะแปลกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนที่ฝนฟ้าจะค่อนข้างมาตรงเวลาและถูกต้องตามฤดูกาล ดังนั้นเราจึงมีวิธีสังเกต การตรวจสอบ ดิน ฟ้า อากาศ ด้วยตนเองมาฝากกันค่ะ http://winne.ws/n5340

1.3 พัน ผู้เข้าชม

ในอดีตที่ผ่านมา  มนุษย์ชนรุ่นก่อน ไม่มีเครื่องมือวัดหรือเตือนภัยธรรมชาติ  อาศัยเพียงการพึ่งพาวิถีของธรรมชาติ สังเกตสิ่งรอบตัว  ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือสภาพท้องฟ้า

สำหรับลักษณะของเมฆที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน  ก็ยังสามารถบอกและคาดการณ์ถึงสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต  ยกตัวอย่างเช่น

เมฆก้อนปุกปุย  มีลักษณะคล้ายรูปกะหล่ำ ก่อตัวในแนวตั้งเกิดขึ้นจากอากาศไม่มีเสถียรภาพ ฐานเมฆเป็นสีเทา  เนื่องจากมีความหนามากพอที่จะบดบังแสง  จนทำให้เกิดเงา มักเกิดขึ้นในช่วงอากาศดี  ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้ม

เมฆก่อตัวในแนวตั้ง  พัฒนามาจากเมฆก้อน  มีขนาดใหญ่มากปกคลุมพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง  หากกระแสลมชั้นบนพัดแรง  ก็จะทำให้ยอดเมฆรูปกะหล่ำกลายเป็นรูปทั่งตีเหล็ก

เมฆก้อนลอยติดกันเป็นแพ  ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจนมีช่องระหว่างก้อนเพียงเล็กน้อย  มักเกิดขึ้นเวลาที่อากาศไม่ดี และมีสีเทา  เนื่องจากลอยตัวอยู่ในเงาเมฆชั้นบน

เมฆแผ่นสีเทา  เกิดขึ้นเวลาที่อากาศมีเสถียรภาพทำให้เกิดฝนพรำๆ ฝนผ่าน  หรือฝนตกแดดออก  ไม่มีพายุฝนฟ้าคะนอง  ฟ้าร้องฟ้าผ่ามักปรากฏให้เห็นสายฝนตกลงมาจากฐานเมฆ

สำหรับปริมาณเมฆในท้องฟ้านั้น  นักอุตุนิยมวิทยาให้สมมติว่า พื้นที่เต็มบนท้องฟ้าเท่ากับ 10 ส่วน  ดังนั้นเกณฑ์ปริมาณเมฆแค่ไหนเรียกว่าอย่างไรดังนี้

            ท้องฟ้าแจ่มใส       :           ไม่มีเมฆ หรือมีน้อยกว่า 1 ส่วน

            ท้องฟ้าโปร่ง            :           มีเมฆ 1 ส่วนถึง 3 ส่วน

            เมฆบางส่วน            :           มีเมฆเกินกว่า 3 ส่วนถึง 5 ส่วน

            เมฆเป็นส่วนมาก   :           มีเมฆเกินกว่า 5 ส่วนถึง 8 ส่วน

            เมฆมาก                    :           มีเมฆเกินกว่า 8 ส่วนถึง 9 ส่วน

            เมฆเต็มท้องฟ้า    :           มีเมฆเกินกว่า 9 ส่วนถึง 10 ส่วน

เมื่อหน้าฝนมาเยือน ถึงเวลาตรวจสอบ ดิน ฟ้า อากาศด้วยตนเอง

ขอบขอบคุณ ข้อมูลและภาพจาก

 www.sanook.com , www.chatchawan.net , www.wachalife.com

แชร์