เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 คืออะไร?

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนเริ่มประกาศแนวคิดเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 (One Belt One Road) ตั้งแต่ปี 2013 และได้เชิญผู้นำชาติต่าง ๆ มา ร่วมประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในกรุงปักกิ่งของจีนระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ http://winne.ws/n15562

672 ผู้เข้าชม
share

เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย เส้นทางสายไหมทางบก คือถนนและทางรถไฟจากจีนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก และเส้นทางสายไหมทางทะเล คือเส้นทางทางทะเลจากจีนมุ่งหน้าลงใต้แล้วเข้าสู่ทิศตะวันตก เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการค้าใน 3 ทวีป

ลอยด์แอนด์พาร์ทเนอร์ส บริษัทประกันภัยชั้นนำของโลกประเมินว่าโครงการนี้น่าจะใช้งบประมาณมากถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการลงทุนและเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง 65 ประเทศใน 3 ทวีปคือเอเชีย แอฟริกา และยุโรป ด้านหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานโดยอ้าง ฟิตช์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเผยแพร่รายงานก่อนหน้านี้ในปีนี้ว่า ขณะนี้มีหลายโครงการอยู่ระหว่างการวางแผน และอยู่ระหว่างการดำเนินการรวมกันเป็นมูลค่า 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในพื้นที่ที่เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 พาดผ่าน จะมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ ถนน ทางรถไฟ และท่อส่งก๊าซและน้ำมัน

แมคคินซีย์ บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจบอกว่าโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ของจีน มีศักยภาพในการบดบังแผนการฟื้นฟูประเทศต่าง ๆ หลังสงครามโลกของสหรัฐฯ ในอดีตเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นโครงการที่ครอบคลุม 65% ของประชากรโลก และหนึ่งในสามของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของทั้งโลกรวมกัน นอกจากนี้ช่วยเคลื่อนย้ายสินค้าได้ถึงหนึ่งในสี่ของโลก

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

ทอม มิลเลอร์ ผู้เขียนเกี่ยวกับโครงการนี้ในหนังสือชื่อ China's Asian Dream เปิดเผยต่อเดอะการ์เดียนว่า คนจำนวนมากเชื่อว่าโครงการเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ของจีนเป็นอุบายทางภูมิศาสตร์การเมืองของจีนในการขยายอิทธิพลในภูมิภาค   ในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ถอยห่างออกจากเอเชีย

ปฏิกิริยาของชาติอื่น

เดอะการ์เดียน รายงานว่า นานาชาติให้การตอบรับต่อโครงการนี้แตกต่างกันไป มีทั้งชื่นชม และกังขา

มิลเลอร์ ซึ่งได้เดินทางเยือนหลายประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 เปิดเผยต่อเดอะการ์เดียนว่า รัฐบาลหลายชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลาง เช่น คีร์กีซสถาน และ ทาจิกิสถาน ต่างยินดีและสนับสนุน แต่บางประเทศอย่างเช่น อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ตั้งข้อสงสัยว่าจีนจะใช้โครงการนี้ในการควบคุมทางยุทธศาสตร์ในมหาสมุทรอินเดียและบ่อนทำลายอธิปไตยประเทศอื่น โดยนายโมดีปฏิเสธคำเชิญร่วมประชุมในสุดสัปดาห์นี้

เดอะการ์เดียนรายงานว่า ผู้นำจากประเทศในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ จี 7 มีเพียงนายกรัฐมนตรีเปาโล เจนติโลนี ของอิตาลีเท่านั้นที่ตอบรับเข้าร่วมประชุม ส่วนผู้นำหลายชาติที่เข้าร่วมการประชุมรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ของปากีสถาน และนางออง ซาน ซู จี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา


ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.bbc.com/thai/international-39908835

แชร์