ว้าว!!!วาด" สติ๊กเกอร์ไลน์" ยังไงให้ขายได้..เงินเป็นล้าน

ปัจจุบันไม่น่าเชื่อว่าเจ้ารูปเล็กๆ พวกนี้จะสร้างธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านบาทได้ ก่อนหน้านี้ อาชีพวาดสติ๊กเกอร์ขายอาจเป็นอาชีพในมุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้รู้ไหมว่ามันเป็นอาชีพหนึ่งที่ทำรายได้ดี (มากๆ!) หากคุณทำมันอย่างตั้งใจ http://winne.ws/n20714

389 ผู้เข้าชม
share

วาดสติ๊กเกอร์ยังไงให้ประสบความสำเร็จ

เมื่อพูดถึงหลักการออกแบบสติ๊กเกอร์ให้ประสบความสำเร็จ พรีเซนเตอร์จาก LINE บอกเป็นหลักการกว้างๆ ว่า จะต้องคำนึงถึงหลัก 3E คือ Easy to see (มองเห็นง่าย) Easy to use (ใช้ง่าย) และ Easy to remember (จดจำง่าย)

หลักการมองเห็นง่าย เช่น ตัวหนังสือจะต้องมีขนาดใหญ่พอ จะต้องคำนึงถึงการออกแบบเพื่อหน้าจอขนาดหลัก (เช่น ตัวละครที่มีรายละเอียดสูงอาจต้องทอนรายละเอียดบางส่วนออกเพื่อให้เข้าใจง่าย เห็นแล้วเข้าใจได้ทันที)

หลักการใช้ง่าย อาจเป็นสติ๊กเกอร์ที่ประกอบด้วยอารมณ์ที่ชัดเจน เห็นแล้วเข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร เป็นอารมณ์ที่เป็นสากล

หลักการจดจำง่าย คือเป็นสติ๊กเกอร์ที่มีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง เห็นสองสามครั้งแล้วเกิดความรู้สึกแบบ ‘อ๋อ ไอ้ตัวนี้นี่เอง’ พอเห็นครั้งที่สามก็ซื้อเลยเป็นต้น

ข้อสังเกตเล็กๆ คือสติ๊กเกอร์ชุดที่ชนะรางวัลชุดที่เดินทางมานี้ (หรือหากจะพูดไป ก็คือสติ๊กเกอร์ที่มีแนวโน้มจะขายดีในไทย) มักจะเป็นสติ๊กเกอร์ที่มีกิมมิก หรือใช้การเล่นคำ เช่น สติ๊กเกอร์ชุด Love Your Body ก็ใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายมาเพื่อสื่อสาร (เช่น รักแร้ = รัก) 

ตลาดขนาดยักษ์

LINE เปิดเผยว่าจากที่เปิดตัวโครงการให้นักออกแบบทั่วไปสามารถมาออกแบบสติ๊กเกอร์กับ LINE ได้ (ในนาม LINE Creators Market) นั้น จากเดิมที่มีนักออกแบบร่วมโครงการเพียง 10,000 คน ในปี 2015 ในปัจจุบันเดือนกันยายน ปี 2017 มีนักออกแบบลงทะเบียนแล้วมากกว่า 1,000,000 ราย ที่น่าสนใจมากๆ คือมี 200,000 รายมาจากเมืองไทย!

สำหรับมูลค่าตลาดนั้น LINE เปิดเผยว่ามียอดขายสติ๊กเกอร์ทั้งหมดสามปี (เฉพาะจาก Creator Market) มากถึง 47,000 ล้านเยน และหากวัดรายได้ของนักออกแบบสติ๊กเกอร์ Top 10 ของญี่ปุ่น ก็จะพบว่ามีรายได้มากถึง 530 ล้านเยนต่อคนโดยเฉลี่ย (159 ล้านบาท นับรวมสามปี) ทั้งนี้ยังไม่นับรายได้จากการแตกไลน์ไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นสินค้า (แก้วน้ำ, แฟ้ม, ฯลฯ) ร้านอาหาร อนิเมชั่น หรือหนังสือ

ก่อนหน้านี้ Forbes เคยรายงานในปี 2014 ว่าสำหรับนักออกแบบที่มียอดต่ำกว่านั้นแล้วจะมีรายได้ลดลงมาบ้าง ในรายฉบับดังกล่าวอ้างอิงยอด “ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 พฤศจิกายน ปี 2014” ว่านักออกแบบ TOP 10 มียอดขาย $317,300 โดยเฉลี่ย ในขณะที่ TOP 30 จะตกลงมาเหลือ $203,300, TOP 100 $112,000, TOP 500 $39,600 และ TOP 1000 ที่ $23,200 (ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้คิดส่วนแบ่งที่ต้องหักให้ LINE 50%) หากคิดจากสัดส่วนนี้ก็หมายความว่านักออกแบบที่ติด TOP 1000 จะมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่านักออกแบบ TOP 10 ราวๆ 12-15 เท่า (ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นรายได้ที่มากอยู่ดี)

อนาคตของสติ๊กเกอร์ไทย

ปัจจุบันอย่างที่ทราบว่าคนไทยใช้ LINE เยอะมาก ถือเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับสองของ LINE ทั่วโลก (ผู้ใช้ประมาณ 83% ของจำนวนประชากรไทย จากการเปิดเผยต้นปี 2017) แวดวงสติ๊กเกอร์ไทยจึงเป็นตลาดที่ใหญ่ตามไปด้วย ในปัจจุบันมีคำบ่นของนักออกแบบสติ๊กเกอร์ไทยถึงขั้นตอนการอนุมัติสติ๊กเกอร์ที่ช้า (จนบางครั้งต้องรอถึงสองสามเดือนกว่าจะได้ขึ้นตลาด) อยู่บ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ คุณกณพ ศุภมานพ หัวหน้าธุรกิจ B2C LINE ประเทศไทย ก็บอกว่า LINE ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเพิ่มพนักงานชาวไทยที่ทำหน้าที่อนุมัติขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น (แต่ปัจจุบันก็ยังต้องส่งให้ LINE ที่ญี่ปุ่นเป็นผู้อนุมัติอยู่ ออฟฟิศ LINE ประเทศไทยไม่สามารถอนุมัติเองได้)

เมื่อถูกถามถึงเทรนด์ของสติ๊กเกอร์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย คุณกณพพูดไว้อย่างน่าสนใจว่า ในญี่ปุ่น เราจะเห็นเทรนด์สติ๊กเกอร์แบบ Personalized คือสติ๊กเกอร์ที่มีชื่อคนอยู่ในรูปไปเลย มากขึ้น เช่น อาจเป็นสติ๊กเกอร์ภาพที่บอกว่า “ทาเคชิรออยู่นะ” หรือ “นาโอโกะงอนแล้วนะ” ซึ่งเทรนด์แบบนี้ก็เริ่มเกิดขึ้นในไทยบ้างแล้ว โดยนักออกแบบอาจวาดภาพสติ๊กเกอร์เซตเดียว แล้วเปลี่ยนคำไปเรื่อยๆ ให้เข้ากับชื่อคน (ที่คิดว่ากลุ่มเป้าหมายใหญ่พอ, ชื่อโหล) เช่น มีสติ๊กเกอร์ “ส้มไม่คุยด้วยแล้ว” หรือ “แบงค์ไปก่อนนะ” ขึ้นมา ซึ่งเทรนด์นี้ก็น่าจะมีให้เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

ทั้งหมดนี้คือโอกาสของนักออกแบบชาวไทยที่บางคนก็อาจเริ่มทำเป็นรายได้เสริม แต่จากตัวอย่างที่เราได้เห็นมาบ้างแล้ว, ไม่แน่นะ, ถ้าคุณฝีมือดี (และแน่นอน, ดวงดี!) มันก็อาจสร้างรายได้จนกลายมาเป็นอาชีพหลักของคุณก็ได้!



อ่านฉบับสมบูรณ์ที่https://thematter.co/uncategorized/sticker-economy/39845

แชร์