ผลวิจัยล่าสุด 2 ชิ้นยืนยัน ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ อายุยืนมากกว่า..ลดความเสี่ยงโรคร้ายแรงได้

โดยงานวิจัยชิ้นแรก จัดทำโดย "อิมเพเรียล คอลเลจ ลอนดอน" และ "ศูนย์วิจัยมะเร็งนานาชาติ" ได้รวบรวมข้อมูลจากประชาชนทั้งชายแหละหญิงกว่า 520,000 คน ในยุโรป 10 ประเทศ เป็นระยะเวลาเฉลี่ยกว่า 16 ปี http://winne.ws/n17035

938 ผู้เข้าชม
share
แหล่งภาพจาก ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

งานวิจัยล่าสุดสองชิ้นยืนยันว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ มีอายุยืนมากกว่าและมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคร้ายแรงน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟ

งานวิจัยล่าสุดสองชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารการใช้ยาประจำปีของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมของประโยชน์ของการดื่มกาแฟที่มีต่อสุขภาพ ซึ่งทำให้คนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ มีอายุยืนมากกว่าและมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคร้ายแรงน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกาแฟ โดยงานวิจัยชิ้นแรก จัดทำโดย "อิมเพเรียล คอลเลจ ลอนดอน" และ "ศูนย์วิจัยมะเร็งนานาชาติ" ได้รวบรวมข้อมูลจากประชาชนทั้งชายแหละหญิงกว่า 520,000 คน ในยุโรป 10 ประเทศ เป็นระยะเวลาเฉลี่ยกว่า 16 ปี และได้เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคระหว่างผู้ที่ดื่มกาแฟและไม่ดื่มกาแฟ พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมากกว่าวันละ 3 แก้ว มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคร้ายแรงที่น้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหารและการไหลเวียนของเลือด

งานวิจัยชิ้นที่สองจัดทำโดยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ซึ่งติดตามสุขภาพของประชาชนในสหรัฐฯหลากเชื้อชาติ ทั้งคนเชื้อสายพื้นเมือง, แอฟริกา, ยุโรป, ลาติน, ฮาวาย และ เอเชีย กว่า 185,000 คน เป็นเวลาเฉลี่ยกว่า 16 ปี พบว่าการดื่มกาแฟ 3-5 แก้วต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟปกติ หรือกาแฟที่สกัดสารคาเฟอีนออกไป ทำให้ประชาชนทุกเชื้อชาติมีอัตราการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ซึ่งผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ, มะเร็ง, เส้นโลหิตในสมองแตก, เบาหวาน, โรคทางเดินหายใจและไต น้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟเป็นประจำ โดยผู้ที่ดื่มกาแฟวันละแก้วมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้น้อยลงร้อยละ 12 ขณะที่ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้น้อยลงร้อยละ 18

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันทั่วโลก โดยในแต่ละวันมีผู้คนทั่วโลกดื่มแฟกันวันละกว่า 2,250 ล้านแก้ว ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความกระปี้กระเปร่าแล้ว กาแฟยังมีสารต้านอนุมูลอิสระนับร้อยชนิด ซึ่งช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำร้ายเซลภายในร่างกาย และยังช่วยลดการต่อต้านการผลิตอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังลดการอักเสบของอวัยวะภายใน

ที่มา: http://news.voicetv.co.th/world/506119.html

แชร์