พระเทพปฏิภาณวาที...กระเทาะปมพระคว่ำบาตร ผอ.มือปราบแห่งชาติ

โดยฐานะหน้าที่ของ ผอ.พศ. คือการสร้างประโยชน์ ประสาน ประชาสัมพันธ์ เป็นกันชนไม่ให้คนเข้ามาโจมตีพระสงฆ์ ย้ำว่า ผอ.สำนักพุทธ ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพระ http://winne.ws/n17176

1.7 พัน ผู้เข้าชม
share

ผอ. พศ.ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพระ 

 คือคำกล่าวที่ทำให้ชาวพุทธต้องย้อนกลับมาไตร่ตรองถึงบทบาทหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความย้อนแย้งต่อประโยชน์ของพระศาสนาและการคณะสงฆ์หรือไม่?  

อีกทั้งการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีการสอบสวนประเด็นทุจริต "เงินทอนวัด" มีความเหมาะสมดีงามตามบทบาทหน้าที่เพียงใด ติดตามบทสัมภาษณ์ความคิดเห็น และความรู้สึกของ"เจ้าคุณพิพิธ" พระเทพปฏิภาณวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม กทม. โดยท่านกล่าวว่า

งบประมาณอุดหนุนวัดมี 3 แบบ   

1.  วัดทำรายการนำเสนอขอเงินอุดหนุน ไปยังสำนักพุทธฯ ประจำจังหวัด จากนั้นเรื่องจะถูกส่งต่อไปยัง สำนักพุทธฯ  เมื่อพิจารณาแล้วจะอุดหนุหรือไม่ก็ได้


   2.  สำนักพุทธฯ จะจัด เงินอุดหนุนให้เอง ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้


   3.  งบฉุกเฉิน กรณีเกิดภัยพิบัติ เป็นเงินก้อนที่ พระสงฆ์ไม่ได้ร้องขอ แต่ ผอ.สำนักพุทธประจำจังหวัดส่งรายงานเข้าไปยังส่วนกลาง


เงินทอนไม่ใช่ความผิดของพระเพราะอะไร ?


สำนักพุทธตั้งงบเองเป็นการคุยกันระหว่าง สำนักพุทธฯ จังหวัด กับ สำนักพุทธฯ แห่งชาติ โดยอาจจะไปตกลงกับวัดนั้นๆ ว่างบอุดหนุนก้อนนี้ไม่ตรงนะ ขอให้ตีกลับมาที่สำนักพุทธฯ

 โดยให้พระโอนเข้าบัญชีชื่อใครก็ไม่รู้ ขั้นตอนนี้จะเป็นการตกลงด้วยวาจา อาศัยความเชื่อใจของพระ ที่มีต่อ ข้าราชการ ว่าต้องมีความสุจริตซื่อตรง

ใครทำผิดให้แยกพิจารณาเป็น 2 ระบบคือภาครัฐต้องเช็คว่า สุดท้ายแล้วเงินก้อนนี้กระจายไปที่ใครบ้าง หากปลายทางคือเจ้าอาวาสคนเดิม จึงจะถือว่า “พระผิด”แต่ถ้าไม่ใช่ก็ถือว่า “ข้าราชการผิด”

งบเหลื่อมล้ำวัดใหญ่ได้งบเยอะ วัดเล็กอัตคัดขัดสน?


โดยปกติ กฎเกณฑ์ในการจัดสรรเงินอุดหนุนวัด มีอยู่ว่าพระอารามหลวง หรือวัดที่มีโบราณวัตถุที่ต้องทำนุบำรุง จะได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักพุทธฯ บ้างนิดหน่อย

ยกตัวอย่างเช่น ปีนี้วัดนี้ควรได้รับเงินอุดหนุนสัก 5 ล้านบาท ก็มีการเซ็นเช็คถวายมา 5 ล้าน 

 แต่ในความเป็นจริง ในแต่ละปีวัดส่วนใหญ่ ท่านได้ทำได้ก่อสร้างไปแล้ว 95 ล้าน ด้วยวิธีการบอกบุญญาติโยม ผู้มีความศรัทธาเป็นหลัก


เรื่องกลโกง ร.ร.พระปริยัติธรรม เป็นการประเคนคำกล่าวหา มองพระแบบหาเรื่อง? 


เพราะพระไม่มีสิทธิ์ ทำงบประมาณในส่วนนี้ได้เลย สำนักพุทธฯ จังหวัด เป็นฝ่ายเข้าไปตรวจสอบจำนวนนักเรียนว่ามีอยู่เท่าไหร่ โดยแยกเป็น นักธรรม บาลี ปริยัติสามัญ ถ้าพระเณรหนึ่งรูปท่านเรียนทั้ง 3 อย่าง ก็จะคิดเป็น 1 รูป 3 รายหัว ในขณะที่จำนวนครูสอนแบ่งตามชั่วโมงการสอน

 การกล่าวหาว่า ร.ร.พระปริยัติธรรม โกงกินเงิน ขอย้ำว่าพระไม่มีสิทธิ์ทำ แต่อาจจะมีกรณีที่ว่ามี พระภิกษุ สามเณร บางรูปสึกออกไปกลางครันถ้าจะเอาเงินคืนก็เอาคืนไป 

แต่ถามว่า "โรงเรียนฆราวาส" เคยคืนหรือไม่ ในเมื่อมันเป็นงบที่จ่ายขาดไปแล้ว?

สืบเนื่องจากแถลงการณ์พระสังฆาธิการไม่รับเงินอุดหนุนฯ ต่อต้านพฤติกรรมปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ?


ปรากฏว่าข้อความส่วนหนึ่งในบทแถลงการณ์ ซึ่งพาดพิงถึงท่าน ผอ. ว่า


“ให้ข่าวเสมือนพระสังฆาธิการได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทุจริตเงินอุดหนุนฯ ”

 ยอมรับว่ามันเป็น ความอึดอัดใจของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ว่านี่คือการส่งเสริมพระพุทธศาสนา หรือทำลายภาพลักษณ์กันแน่? 

โดยฐานะหน้าที่ของ ผอ.พศ. คือการสร้างประโยชน์ ประสาน ประชาสัมพันธ์ เป็นกันชนไม่ให้คนเข้ามาโจมตีพระสงฆ์

ย้ำว่า ผอ.สำนักพุทธ ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพระ แต่ ณ ปัจจุบันดูเหมือนมาเป็นมือปราบเสียเอง?

ที่ผ่านมาพระสังฆาธิการทำงานร่วมกับสำนักพุทธฯ แบบพระให้เมตตาธรรม มีมือเปล่าไปจัดกิจกรรมงานสำคัญต่างๆ 

 พระท่านก็ให้เกียรติ ให้บทบาท ช่วยเหลือทั้งส่วนตัวและส่วนราชการ แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์ขาดลงแล้ว เพราะอะไรไปคิดกันเอาเอง

กรณีที่ ผอ. อยากสอบสวนข้าราชการตัวเองว่า ฉ้อฉลโกงกิน ก็ควรทำเป็นการภายใน ไม่ใช่แถลงข่าวผ่านสื่อโดย เปิดเผยข้อมูลให้คนมาโจมตีคณะสงฆ์ อย่างสาดเสียเทเสีย มันเป็นการ กัดกร่อนศรัทธาชาวพุทธ

ถามว่า...โดยกติกา มารยาท มันเป็นหน้าที่ของ ผอ. หรือไม่ แล้วใครควรจะออกมารับผิดชอบ?


ถ้าวัดไม่โกง โปร่งใส แต่ทำไมไม่โชว์บัญชีวัดหากอยู่ดีๆ มีคนมาขอดูเงินในบัญชีครอบครัวคุณ คุณจะให้เขาดูไหม?

ถ้าสงสัยว่ามีการทุจริตก็ไปทำเรื่องสอบสวนมา กรณีเงินเป็นของหลวงสามารถแจ้งหน่วยงานรัฐ ซึ่งอาจจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา

 วัดเป็นนิติบุคคล มีอนุโมทนาบัตร มีคณะกรรมการบริหารวัด ไม่มีพระรูปไหนบวชเข้ามาเพื่อโกงกินเงินวัด มีแต่มาทำความดี บูรณะวัดจัดการศึกษาฟรี ขนาดนิตยภัตที่รัฐบาลตั้งมาให้ พระยังสละรูปละ 1 เดือนไว้เป็นกองกลางยามวัดมีภัย 

เรื่องรายรับรายจ่ายเป็นสิทธิของวัด การนำเงินออกมาใช้จ่ายก็มีคณะกรรมการ มีไวยาวัจกรดูแลตรวจสอบกันเป็นการภายใน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาโจษอาบัติปราชิกพระด้วยข้อหาเรื่องเงิน

ส่วนบุคคลที่รังเกียจวัดยิ่งไม่ไม่สิทธิโวย เพราะไม่ได้ทำบุญกับวัดอยู่แล้ว!


วาทกรรมพระอมเงินวัด ยักยอกเงินทำบุญ?

มีที่ไหนในโลกนี้ที่ไม่มีการโกง แม้แต่ข้าราชการก็มีคนโกง “เจ้าอาวาสรูปไหนโกง อยู่ไม่ได้สักองค์ เลขานุการวัดโกง ไวยาวัจกรอมเงิน อยู่ไม่ได้หรอก” 

 ชาวบ้านกับพระในวัดทำหนังสือร้องเรียนได้ จะมีการตรวจสอบกันตามลำดับ แต่ต้องปิดเป็นความลับจนกว่ากระบวนการจะสิ้นสุด การมาชี้เป้าว่าตำรวจจะบุกที่นั่น วันนั้นวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ 


แต่ถ้าวันหนึ่ง คุณตกเป็นจำเลยสังคม แล้วจะรู้ว่าเจ็บปวดที่สุดสิ่งที่อาตมาพูดคือเสียงสะท้อนของคณะสงฆ์ต่อรัฐบาล ห่วงว่าจะเป็นไฟสุมขอน.!


ที่มา http://talk--secret.blogspot.com/2017/07/blog-post_15.html?m=1

แชร์