วาระจร มส.เป็นวาระฉาว..? : ข้อจริง..ของคนโง่ที่อวดฉลาด และคนโง่ที่โง่ตามๆกัน:พิศาฬเมธ แช่มโสภา

เรื่องของ คนโง่ + คนโง่ คุยกัน สัมภาษณ์กัน.. เป็นข้อมูลใคร และสื่อข้างไหน.. จึงไม่แปลกใจ ที่มีการด่าและแฉกันอย่างเสรี โดยไม่มีสิ่งมีชีวิตเพิ่มมาอีก.. และเสนอให้มีการใช้ ม. ๔๔ และปฏิรูป พระพุทธศาสนา กรรมใครกรรมมัน.. ไม่ว่ากัน http://winne.ws/n17560

1.7 พัน ผู้เข้าชม
share

ว่าจะพักหลังจากโพสต์ เรื่องของเพจ Paisal Puechmongkol และเรื่องเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม.. แล้ว เพื่อเตรียมงาน ๑๐๐ วัน ของพ่อ..

แต่ท่านที่เคารพนับถือได้ส่งลิงค์ youtube ให้ผมตอนเช้า ได้ดูแล้ว ก็เห็นว่า เป็นเรื่องของ คนโง่ + คนโง่ คุยกัน สัมภาษณ์กัน.. เป็นข้อมูลใคร และสื่อข้างไหน.. จึงไม่แปลกใจ ที่มีการด่าและแฉกันอย่างเสรี โดยไม่มีสิ่งมีชีวิตเพิ่มมาอีก.. และเสนอให้มีการใช้ ม. ๔๔ และปฏิรูป พระพุทธศาสนา.. ตามลิงค์ที่ผมแนบนี้ 

(อ้างอิง ๑. https://youtu.be/pEviXxftUmE  ๒. https://youtu.be/pEviXxftUmE)

กรรมใครกรรมมัน.. ไม่ว่ากัน.. แต่ผมว่า ควรปฏิรูปรายการนี้ มากกว่านะ.. หัดไปทำข่าวที่ประชุม มส. บ้าง ไม่ใช่นั่งเสนอข่าวที่หน้าจออย่างเดียว.. 

ขณะเดียวกัน ก็ได้รับข้อมูลว่า เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ที่ผมบอกว่า คัดค้านมติมหาเถรสมาคม นั้น ความจริง ท่านส่งเอกสารรายงานรายงานพฤติกรรม ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปหนึ่ง ในเดือนมิถุนายน ก่อนมีการเสนอแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด ด้วยเรื่อง ๕ ประการ.. ที่เป็นงานในหน้าที่และอำนาจของท่านเจ้าอาวาสที่จะจัดการกับพระลูกวัด.. จะเพื่ออะไร.. ผมไม่ทราบ และจะเกิดอะไรขึ้นกับ ท่านเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ก็ไม่เกี่ยวกับที่ผมโพสต์ไว้ เพราะเป็นเรื่องคณะสงฆ์ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับ.. ผมไม่ขอก้าวก่าย.. หรือพูดถึง.. (ส่วนเรื่องอธิกรณ์ที่รายงาน จะเป็นรายงานเท็จหรือไม่ ? ผมไม่ทราบ.. เพราะสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นกรรมการ มส. อยู่ด้วย ในขณะที่มีเรื่องนี้ ทั้งในเวลามีเรื่องและจบเรื่อง)

ก่อนอื่น ผมขออนุญาตบอกวิธีการมองเรื่องต่างๆ ของผมว่า เหมือนคนทั่วไปมองเหรียญ ๑ เหรียญ ที่วางอยู่.. จะเป็นด้านหัวหรือก้อยปรากฏอยู่ก็ตาม จะคล้ายกับเรื่องราวต่างๆ ที่เรามอง คือ หัวคือถูกหรือขาว ก้อยคือผิดหรือดำ.. สรุป คือ ถ้าไม่ถูกก็ผิด.. ๒ ด้าน เท่านั้น..

แต่ผมมองอีกด้านเพิ่มเติม คือ.. ด้านข้างของเหรียญ ที่มีมุมมองรอบเหรียญ ๓๖๐ องศา.. เพราะเห็นว่า ปรากฏการณ์ต่างๆ หลายประการ  มันไม่ถูกแต่ก็ไม่ผิด มันไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูก.. ที่เราเรียกกันว่า สีเทาๆ นั่นเอง.. จะเทาไปทางขาว หรือเทาไปทางดำ ก็อีกเรื่องหนึ่ง.. ผมมองเรื่องต่างๆ อย่างนี้เป็นประจำ จนเป็นนิสัย..

ถ้าเป็นเรื่องนรกสวรรค์ เทวดาและสัตว์นรกก็อยู่ในตัวผมนี่เอง.. ยามที่ผมสบายใจก็เหมือนขึ้นสวรรค์ ยามใดที่มีทุกข์ใจก็เหมือนลงนรก.. ผมรู้สึกเฉยๆ ก็เป็นคนธรรมดา.. บางครั้งก็เฉียดสวรรค์ บางครั้งก็เฉียดนรก.. (คือเทาๆ)..ผมมองอย่างนี้..

ชอบที่จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส.. ไม่ทำโอกาสให้เป็นวิกฤติ.. สบายใจดี..

เรื่องใดที่ไม่รู้ จะต้องค้นคว้าให้ถึงที่สุดก่อน แล้วค่อยเขียน.. แต่เขียนเฉพาะด้านที่ควรเขียน.. รวมถึงเรื่องที่รู้กระจ่างแล้ว.. ก็เขียนเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น..

กลับมาที่เรื่อง “วาระจรของ มส.” ที่รายการนี้และผู้เกี่ยวข้องมองว่าเป็น “วาระฉาว”  “วาระซ่อนเล้น” คือ เป็นเรื่องที่ไม่ควรลักไก่เสนอ ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราช และเลขาธิการมหาเถรสมาคม ไม่เข้าประชุม..

เป็นข่าวใหญ่โต ทำให้คนดูรายการ มอง มส. ว่า ไม่โปร่งใส ถึงขั้นให้ปฏิรูป โดยการปลดให้หมด..

ถ้าให้ “เจ้าหน้าที่เด็กๆ” (ย้ำว่าแค่เด็กๆ) ใน กลุ่มงานมหาเถรสมาคม สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ดูคลิปนี้.. คงต้องเปลี่ยนฟันบางซี่ให้.. เพราะหัวเราะจนฟันหัก..

มันไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไรเลย สำหรับการประชุม มส. ที่มีการเสนอวาระจร (คือวาระ ๔) 

ไม่ว่าจะแต่งตั้ง.. เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และรองเจ้าคณะภาค/จังหวัด เจ้าอาวาส /รอง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง.. ล้วนเสนอในวาระจรทั้งหมด.. ถ้าไม่เชื่อ.. ให้ไปดูรายงานการประชุม มส. ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน.. ได้เลย.. ที่สำนักพุทธฯ อาคาร ๑ ชั้น ๓ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มี ๒ อาคาร แต่ไม่มีเลขอาคาร ? ต้องถามเจ้าหน้าที่ดู แต่บางคนก็ไม่ทราบนะครับ.. เคยมีกรณีนัดประชุมชั้น ๓ อาคาร ๑ กลับไปนั่งประชุม ชั้น ๓ อาคาร ๒ จนจบการประชุม เพราะมีการประชุมห้องประชุมชั้น ๓ เหมือนกัน แต่คนละอาคาร) 

เรื่องวาระประชุมมหาเถรสมาคม ผมเคยโพสต์ไว้แล้ว แต่ขอนำมาอธิบายใหม่ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องที่ถูกต้อง แต่มีคนนำไปบิดเบือนจนกลายเป็นเสีย ทั้งที่เป็นเรื่องปกติ..

การประชุมของมหาเถรสมาคม ไม่ใช่มีการประชุมกันอย่างลอยๆ เพราะมีกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ว่าด้วยการประชุมมหาเถรสมาคม กำกับไว้.. ขออธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน ดังนี้

๑. การประชุมมหาเถรสมาคม จะกำหนดโดยมหาเถรสมาคม ว่าจะประชุมเมื่อไร ประมาณ ๒๐ ปี ย้อนหลัง ท่านจะกำหนดเดือนละ ๓ ครั้ง คือวันที่ ๑๐ ๒๐ และ ๓๐ ของเดือน ถ้าตรงกับวันหยุดราชการ และวันพระใหญ่ จะเลื่อนเข้ามาหรือออกไป ๑ - ๒ วัน แล้วแต่กรณี ในทางปฏิบัติ กลุ่มงานมหาเถรสมาคม จะทำตารางวันประชุมตลอดปี ตามหลักการที่มหาเถรสมาคมกำหนด ถวายที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ก็เป็นอันถือว่า กำหนดโดยมหาเถรสมาคม ไม่ใช่กำหนดโดยกลุ่มงานมหาเถรสมาคม

๒. วาระการประชุม มส. ในปัจจุบัน คล้ายๆ กับวาระการประชุม ครม. เพราะอดีต ผอ.พศ. ท่านหนึ่ง ได้สั่งการให้ผมไปศึกษาการประชุม ครม. และนำมาปรับใช้ในการประชุม มส. โดยนำเสนอ มส. ให้ความเห็นชอบ (จำไม่ได้ว่าปีไหน) สรุปว่า เรื่องที่เป็นวาระมีดังนี้

๓.๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ทราบ

๓.๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่…. (ครั้งก่อน)

๓.๓ เรื่องสืบเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน

๓.๔ เรื่องเร่งด่วนนอกระเบียบวาระ

๓.๕ เรื่องเสนอเพื่อทราบ (ในวาระ)

๓.๖ เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา (ในวาระ)

๓.๗ เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

๓. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะต้องนำวาระ และรายงานการประชุมครั้งก่อน ส่งกรรมการ มส. เป็นรายรูป ก่อนประชุม ๓ วัน (ตามกฎฯ) หากนับเป็นวันรอบประชุม ก็คือ วันที่ ๘ ก่อนการประชุมในวันที่ ๑๐ 

ดังนั้น นับแต่วันที่ประชุม มส. เจ้าหน้าที่จะมีเวลา ๘ วัน ในการทำรายงานทั้งหมดทุกวาระ ทำวาระการประชุม (วาระ ๕ หรือ ๖) ให้เสร็จภายในวันที่ ๗ ก่อนตรวจและเย็บเล่ม ส่งในวันที่ ๘ และใน ๗ วันจะมีวันหยุดราชการอย่างน้อยที่สุด ๒ วัน (ในรอบ ๗ วัน จะมีวันเสาร์ /อาทิตย์อยู่ ๒ วัน) สรุปคือ มีเวลาทำวาระและรายงานจริงๆ รวม ๕ วัน 

เรื่องที่ส่งมาตามลำดับ ถึงกลุ่มงานมหาเถรสมาคมหลังวันที่ ๘ เป็นต้นไป หากเป็นเรื่องธรรมดา จะทำเป็นวาระเสนอที่ประชุม มส. ครั้งต่อไป (วาระ ๕ หรือ ๖) หากเป็นเรื่องที่สำคัญ เกี่ยวกับการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ เกี่ยวกับคณะสงฆ์ ก็จะนำถวายในวันประชุมพิจารณาในวันที่ ๑๐ เลย ในวาระที่ ๔ 

๔. ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องด่วนมาก (นอกระเบียบวาระ)

ทำไมต้องมีวาระ ๔ ?

ระเบียบวาระที่ ๔ เป็นเรื่องเร่งด่วน (นอกระเบียบวาระ) ถือเป็นปกติของการประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งกรรมการมหาเถรสมาคมแต่ละรูป นำเสนอที่ประชุมพิจารณา ได้แก่ 

-เรื่องขออนุมัติไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ ของแต่ละรูป หรือเป็นคณะ เพื่อการพระศาสนาด้านต่างๆ   

-กรรมการ มส. ที่เป็นเจ้าคณะใหญ่อยู่ด้วย จะมีเรื่อง การแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้แก่ เจ้าคณะภาคหรือรอง เจ้าคณะจังหวัดหรือรอง เจ้าอาวาส/รอง หรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวง แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะต่างๆ พระอุปัชฌาย์วิสามัญ ฯลฯ สรุป คือ ทุกเรื่องที่อยู่ในอำนาจของท่าน ท่านจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่า ถูกต้องครบถ้วน แล้วจึงนำเสนอมหาเถรสมาคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรื่องเสนอเพื่อทราบหรือพิจารณาก็ตาม..

“ท่านจะไม่ส่งสำนักพุทธฯ เพื่อนำเสนอ มส. เพราะความลับจะรั่วไหล ณ จุดใดจุดหนึ่ง และตรวจสอบได้ยาก” (ระเบียบวาระและรายงานที่ส่งกรรมการ มส. ทุกรูป จะประทับตรา “ลับเฉพาะ” เสมอ ทุกครั้ง)

ยกเว้นเจ้าคณะใหญ่ที่ไม่ได้เป็นกรรมการ มส. คือ พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกระพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง จะส่งไปรษณีย์มาตามปกติ หากมาถึงก่อนส่งวาระ จนท. จะพิมพ์ถวายไว้ในวาระ หากมาถึงหลังส่งวาระแล้ว จะนำเสนอเป็นวาระจร ตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๓

ทั้งนี้ รวมทั้งเรื่องส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ และต่ออายุหนังสือเดินทางของพระธรรมทูต ทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติกนิกาย

เรื่องเหล่านี้ เจ้าคณะใหญ่ และประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ แต่ละรูป จะรอเรื่องที่จะนำเสนอ มส. จนถึงวันที่ ๙ หรือ ๑๐ แล้วรวบรวมนำเสนอในวันที่ ๑๐ เรื่องจะได้ไม่ตกค้างที่ท่าน..

ที่สำคัญ คือ ท่านต้องตรวจสอบให้ละเอียด จนแน่ใจ.. จึงจะเสนอ..  ดังนั้น เรื่องที่เจ้าคณะและกรรมการ มส. ทุกรูป เสนอ จะถือว่า ผ่านการตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว.. และไม่เคยผิดพลาด.. จะมีพิมพ์ตกหล่นบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของการพิมพ์ แต่น้อยมาก..

ในการนำเสนอที่ประชุม จนท. จะนำวาระจรทั้งหมด (ทั้งเพื่อทราบหรือพิจารณา) ฉายภาพเข้าจอคอมพิวเตอร์ มีภาพออกทางจอแบน ขนาด ๑๙ - ๒๑ นิ้ว ตั้งไว้ด้านหน้าที่นั่งของกรรมการ มส. ๒ รูป ต่อ ๑ จอ (เพราะจอใหญ่) พร้อมอ่านถวายด้วย.. ทุกรูปก็อ่านกันหมด ถ้าสงสัยก็ถาม.. 

ทุกเรื่องในวาระจร ถือเป็นเรื่องปกติของการประชุม มส. ไม่ว่าสมเด็จพระสังฆราช หรือเลขาธิการมหาเถรสมาคม จะเข้าประชุมหรือไม่ ! ด้วยเหตุใด ! ก็ตาม..

อย่าลืมว่า สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ทั้งโดยแต่งตั้ง และโดยตำแหน่งมาก่อน แล้วนะครับ.. เรื่องแบบนี้ พระองค์ทรงทราบดี.. 

จะไม่เป็นปกติ.. ก็เฉพาะพวกนี้แหละครับ.. ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร !

หากจะพิสูจน์ ก็เชิญไปดูรายงานการประชุมทุกครั้งดูเอาเอง.. วาระจรมีทุกครั้ง.. 

อ้อ.. ถ้าจะไปค้น.. ก็เอาบัตรประชาชนไปด้วยนะครับ.. เพื่อให้เจ้าหน้าที่เขาบันทึกไว้เป็นหลักฐาน..

(พิมพ์ผิด  ขออภัยด้วย เพราะพิมพ์แต่เช้า เสร็จตอนทุ่มกว่า ๆ)

Cr.พิศาฬเมธ แช่มโสภา ป.ธ.๙, พธ.บ. (มหาจุฬาฯ), ศษ.บ. (มสธ.), คม. (จุฬาฯ)

(ขอใส่วุฒิเพิ่ม เพราะบางท่าน แสดงความเห็นมั่ว เพราะไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ครับ)

ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1765451707087978&id=100008694968507

แชร์