ใครชอบอาหารดิบ ๆ สุก ๆ เสี่ยง 12 โรคอันตรายถึงชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ดิบ ๆ สุก ๆ เช่น ลาบดิบหรือบัวลอย หลู้ดิบ แหนมดิบ เสี่ยง 12 โรคอันตราย ตั้งแต่โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ ในปีที่ผ่านมาพบป่วยแล้วกว่า 1 ล้านราย เสียชีวิต 12 ราย http://winne.ws/n17817

1 พัน ผู้เข้าชม
share
แหล่งภาพจาก thaihealthlife.com รวมสาระสุขภาพกาย และจิต

         ย้อนทบทวนคำเตือน ของกระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่นิยมบริโภคเนื้อสัตว์ดิบ ๆ สุก ๆ เช่น ลาบดิบหรือบัวลอย หลู้ดิบ แหนมดิบ เสี่ยง 12 โรคอันตราย ตั้งแต่โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ ในปีที่ผ่านมาพบป่วยแล้วกว่า 1 ล้านราย เสียชีวิต 12 ราย นอกจากนี้ยังมีโรคแอนแทรกซ์ สเตรปโตคอกคัสซูอิส และพยาธิอันตราย 3 ตัว ทำให้อาการรุนแรงขั้นเสียชีวิต ตาบอด หูหนวกได้ พยาธิตัวเมีย 1ตัว ออกลูกได้มากกว่า 10,000 ตัว มีชีวิตอยู่นานถึง 24 ปี

         นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันการเจ็บป่วยจากการกิน นับเป็นสาเหตุใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินดิบ เป็นเรื่องที่นำอันตรายเข้ามาใกล้ตัวที่สุด ทั้งจากเชื้อโรคที่มองไม่เห็น และจากพยาธิที่อยู่ในเนื้อสัตว์ และเนื้อปลา ที่พบบ่อยๆ มี 12 โรคได้แก่ 

       1. โรคอุจจาระร่วง 

       2. โรคอหิวาตกโรค (Cholera) 

       3.บิด(Dysentery) 

        4. โรคเอ็นเทอริก (Enteric) 

        5. ไทฟอยด์(Thyphoid)

        6. อาหารเป็นพิษ (Food poisoning)

         7. โรคตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A) ตลอดในปี 2550 ทั่วประเทศ พบผู้ป่วยจาก 7 โรคดังกล่าว 1,344,456 ราย เสียชีวิต 12 ราย มากที่สุดคือโรคอุจจาระร่วง ป่วย 1,204,141 ราย รองลงมา คือ โรคอาหารเป็นพิษ ป่วย 115,504 ราย และบิด ป่วย 18,048 ราย

        8. โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) 9. โรคสเตรปโตคอคคัส ซูอีส (Streptococcus Suis) ทั้ง 2 โรคนี้มีอันตรายถึงตาย หรือทำให้หูหนวก ตาบอดได้ ในปี 2550 ไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ แต่พบโรคพบผู้ป่วย โรคสเตรปโตคอคคัส ซูอีส ประมาณ 50 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิต

         นอกจากนี้ การกินสุกๆ ดิบๆ ยังเสี่ยงติดพยาธิ โดยพยาธิที่ยังเป็นปัญหาอยู่เนืองๆ อีก 3 ชนิด ได้แก่ พยาธิตัวกลมที่มีชื่อว่า ทริคิโนซีส (Tricinosis) พยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้ตับ วิธีการที่จะปลอดภัย ไม่เป็น 12 โรคดังกล่าว ขอให้ประชาชนสร้างพฤติกรรมง่ายๆ โดยกินอาหารสุก ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและถ่ายลงส้วม ที่สำคัญจะต้องปลูกฝังพฤติกรรม ให้ลูกหลานปฏิบัติให้ติดเป็นนิสัยไปจนโต นายแพทย์ปราชญ์กล่าว

         ทางด้านนายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า พยาธิตัวตืดและพยาธิทริคิโนซีส จะฝังตัวอยู่ในเนื้อสัตว์เช่นเนื้อหมูป่า เนื้อเก้ง เนื้อหมู เนื้อวัว พยาธิตัวอ่อนจะอยู่ในถุงน้ำ (Cyst) ลักษณะคล้ายเม็ดสาคู พยาธิตัวเมีย 1 ตัว จะออกลูกได้ 1,000-1,500 ตัว หรือมากกว่า 10,000 ตัว โดยพยาธิตัวอ่อนจะโตเป็นตัวแก่ภายใน 2 วัน และจะไชเข้ากระแสเลือดทั่วร่างกาย อาจมีชีวิตอยู่นาน 11-24 ปี หากพยาธิไชขึ้นสมอง จะทำให้สมองอักเสบ หากไชเข้าปอดทำให้ปอดอักเสบมีอาการรุนแรงถึงตาย และอาจทำให้ตาบอด หรือหูหนวกได้ ส่วนพยาธิใบไม้ตับ มักพบจากการกินปลาน้ำจืดดิบๆสุกๆในปี 2550 พบป่วยปีละ 600 ราย

         ทั้งนี้ พฤติกรรมการกินอาหารดิบๆ ยังพบได้ต่อเนื่อง และมักจะพบในวงเหล้า เนื่องจากบางคนยังเชื่อว่าเหล้าซึ่งมีแอลกอฮอล์ สามารถฆ่าเชื้อโรค ฆ่าพยาธิให้ตายได้ หรือใช้น้ำมะนาวจะทำให้เนื้อสุกได้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วเหล้าไม่ได้ทำให้พยาธิตาย มะนาวไม่ได้ทำให้เนื้อสุก การกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์เช่นเนื้อสุกร โค หรือกระบือแบบดิบๆ หรือดิบๆ สุกๆ เช่น ลาบดิบ หรือที่ชาวอีสานเรียกว่าบัวลอยโดยใส่เลือดลงในเนื้อดิบๆ รวมทั้ง ลาบแดง ลู่ดิบ แหนมดิบ มีความเสี่ยงอันตรายมากทั้งเชื้อโรคระบบทางเดินอาหาร และเสี่ยงติดพยาธิที่อยู่ในเนื้อสัตว์จำพวกนี้ โดยพบว่าถุงหุ้มตัวอ่อนพยาธิตัวกลมทริซิโนซีส จะทนต่อกระบวนการถนอมอาหารเช่นการหมักเกลือ ใช้เครื่องเทศ หรือรมควันด้วย พยาธิดังกล่าวพบได้ทั่วโลก ในไทยมักพบในจังหวัดภาคเหนือ ที่มักฆ่าชำแหละสุกรกันเอง

          นายแพทย์ธวัช กล่าวต่อว่า สำหรับพยาธิตัวตืด เมื่อคนกินพยาธิตัวอ่อนเข้าไป ตัวอ่อนจะออกจากถุงหุ้ม เจริญเป็นตัวแก่ในลำไส้ ออกไข่แพร่พันธุ์ไปเรื่อยๆ แย่งอาหารจากคนที่กินเข้าไป ทำให้ขาดสารอาหาร หากมีพยาธิจำนวนมาก จะทำให้ลำไส้อุดตัน ช่องท้องอักเสบ เนื่องจากพยาธิไชทะลุลำไส้ อันตรายจากพยาธิพวกนี้ขึ้นอยู่ว่าตัวพยาธิจะไปติดอยู่ในอวัยวะส่วนไหนของร่างกาย เช่นหากเข้าไปที่ลูกตา ทำให้ตาบอด แต่หากเข้าไปที่สมอง จะทำให้ปวดศีรษะ ชักกระตุก หรือหมดสติได้ ถ้าไปติดอยู่ในลำไส้ ตัวพยาธิก็จะไปรบกวนการย่อยและดูดซึมอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว และซูบผอม ถ้าไปอยู่ที่ตับ ไต หัวใจ ม้าม หรือกล้ามเนื้อก็จะทำให้อวัยวะส่วนนั้นทำงานได้ไม่สะดวก

         “การติดพยาธิ อาจติดจากการกินไข่พยาธิ หรือกินพยาธิตัวอ่อนที่ติดมากับอุจจาระที่ใช้ทำปุ๋ยพืชผัก ดังนั้นเราควรสร้างสุขลักษณะให้เป็นนิสัย ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ล้างผักให้สะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น” นายแพทย์ธวัช กล่าว

           นายแพทย์ธวัช กล่าวต่ออีกว่า พยาธิตัวตืด เป็นพยาธิตัวแบน สีขาวขุ่น ลักษณะเป็นปล้องๆคล้ายเส้นบะหมี่ ยาวตั้งแต่ 0.5-3 เมตร ตัวแก่เกาะติดกับผนังลำไส้ของคน โค กระบือ หรือสุกร ปล้องท้ายๆของตัวพยาธิมีทั้งไข่และตัวอ่อน โดยจะถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระ ไปปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อม วิธีสังเกตุอาการผู้ที่ติดโรคพยาธิ คือหิวบ่อย กินจุแต่ร่างกายผ่ายผอม มักมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อไม่สบายท้อง และอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย หรืออาจมีอาการนอนไม่หลับหรือเวียนศีรษะ อาการเหล่านี้เป็นอาการที่แสดงว่าอาจมีพยาธิตัวตืดอยู่ในร่างกาย เนื่องจากถูกพยาธิตัวตืดแย่งอาหาร ดังนั้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาพยาธิและทำการรักษาต่อไป 

ที่มา: http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9510000022612

แชร์