พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเปิดงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 60

“งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 60” ซึ่งจัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก http://winne.ws/n18698

393 ผู้เข้าชม
share

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ หรือ Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 60” ซึ่งจัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก

อภิรดี ตันตราภรณ์ ทูลถวายเงินเสด็จพระกุศลตามพระอัธยาศัย

เมื่อเสด็จถึงห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ มาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และผู้บริหารหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมรับเสด็จ จากนั้นทรงเสด็จตัดริบบิ้นเปิด

นิทรรศการแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบเครื่องประดับที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยรวบรวมผลงานตั้งแต่คอลเลกชั่น ปี 2004 มาจนถึงคอลเลกชั่นล่าสุดในปี 2017 มากกว่า 70 ชิ้น

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานการออกแบบเครื่องประดับ และข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับคอลเลกชั่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงภาพถ่ายและภาพฝีพระหัตถ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักออกแบบไทยรุ่นใหม่ในการพัฒนาฝีมือการออกแบบและพัฒนา แบรนด์สู่ตลาดสากล

โดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงตรัสว่า “อยากให้ประเทศไทยเป็นฐานของกำลังการผลิตจิวเวอรี่ และใช้แบรนด์สิริวัณณวรีเป็นแฟล็กชิฟสโตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตยุคใหม่ โดยปัจจุบันแบรนด์สิริวัณณวรีเคยไป จัดแสดงยังประเทศต่างๆ อาทิ อิตาลี ฝรั่งเศส หรือ ญี่ปุ่น ซึ่งทางกระทรวงฯ เองตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในอีก 3 ปี จะผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตจิวเวอรี่ชั้นนำของโลก นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องผ้าไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มไว้ก็อยากให้ใช้ประโยชน์จากผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งของงานจิวเวอรี่ เฉกเช่นที่แบรนด์สิริวัณณวรีเคยออกแบบไว้”

ซึ่งในคอลเลกชั่นปี 2004 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI สร้างขึ้นภายใต้แนวพระดำริ “Red Hobby”จากเรื่องของความชื่นชอบในผลงานศิลปะรูปแบบ Pop Art และประสบการณ์ความชื่นชอบรอบๆ ตัว ณ ตอนนั้น เข้ากับวัฒนธรรมกลุ่มย่อยพังค์รวมไปถึงสไตล์ร็อคในยุคปี 1990 มีการเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นลูกปัด หิน และวัตถุดิบที่แปลกใหม่อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยเน้นไปที่สีสันอันสดใสและหลากหลายเป็นหลัก รวมทั้งยังมีการใช้วัตถุดิบเครื่องเงินและโซ่ในการออกแบบเครื่องประดับสำหรับผู้ชายอีกด้วย

สำหรับ คอลเลกชั่นปี 2005 สร้างขึ้นภายใต้แนวพระดำริ “Viva Victorian” ถ่ายทอดผ่านการรวมกันของเรื่องราวในยุคสมัย Victorian เข้ากับวัฒนธรรมกลุ่มย่อยพังค์สมัยใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ที่ฉายในปี 1800 ตอนปลายเรื่อง “Gangs of New York” อีกทั้งยังมีเรื่องราวของภาพวาดและผลงานศิลปะในอดีตเช่น ผลงานของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขณะที่ คอลเลกชั่นปี 2006 ได้ถ่ายทอดผ่านแนวพระดำริ “Fly to Nouveau” ซึ่งถือเป็นคอลเลกชั่นที่เรียกได้ว่าสามารถพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าของวงการแฟชั่นไทย โดยอยู่ภายใต้ความชื่นชอบในเรื่องราวของมุมมองในอดีตปี 1920 ด้านการทหารและอุตสาหกรรม รวมไปถึงเรื่องราวของศิลปะรูปแบบ Art Nouveau จากศิลปินที่ชื่อว่า Alphonse Mucha จึงเป็นคอลเลกชั่น ที่สามารถรวมเอาความแข็งแรงและอ่อนหวานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวที่สุด

สร้อยคอผลกูสเบอร์รี่ คอลเลกชั่น SRIVANNAVARI 2016

สร้อยคอผลกูสเบอร์รี่ คอลเลกชั่น SRIVANNAVARI 2016

ในปี 2007 เครื่องประดับคอลเลกชั่นนี้อยู่ภายใต้แนวพระดำริ “ฮาร์โมเนียส” ที่ผสมผสานความเป็นไทยโบราณเข้ากับแฟชั่นทันสมัย ทำให้เครื่องประดับที่ทรงออกแบบมีรูปลักษณ์ของความเป็นโอเรียนทัล อาวองต์ การ์ด แบบไทยอย่างชัดเจน มีลวดลายไทย ลายประจำยาม หรือลายดุนตามลายสถาปัตยกรรมของไทย อีกทั้งยังทรงนำความวิจิตรบรรจงของการแกะสลักไม้ของไทยเข้ามาผสมผสานกับงานเครื่องเงินได้อย่างลงตัว

ผลงานทรงออกแบบคอลเลกชั่นเครื่องประดับ (Bijoux Collection) ซัมเมอร์ปี 2015 โดดเด่นด้วยตัวเรือนทองที่แสดงถึงสัญลักษณ์และลวดลายต่าง ๆ ที่สื่อถึงความหมายอันดีงามตามความเชื่อในสมัยนีโอคลาสสิค อาทิ ผึ้งบ่งบอกถึงความเป็นอมตะ ช่อมะกอกคือมงกุฎแห่งชัยชนะ ในขณะที่รวงข้าวสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ เครื่องประดับทุกชิ้นผลิตจากทองเหลืองเคลือบด้วยสีทองขาวและสีทองแฮมมิลตัน ประดับด้วยอัญมณีเพื่อเพิ่มความโก้หรู เช่น อะมีทิส โรสควอร์ท มุกน้ำจืด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพลอยสังเคราะห์เจียระไนพิเศษหลากหลายสี ทั้งสีเขียวมรกต สีเหลืองอำพัน สีเขียวมะกอก และสีชมพูแซฟไฟร์ โดยยังคงเอกลักษณ์ของ SIRIVANNAVARI ไว้ได้อย่างลงตัว

คอลเลกชั่น SRIVANNAVARI 2016

คอลเลกชั่น SRIVANNAVARI 2016

คอลเลกชั่นประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ ปี 2016 มีกลิ่นอายของศิลปะแนวโรแมติคซิซึ่ม (Romanticism) และอิมเพรสชั่นนิสซึ่ม Impressionism โดยเฉพาะอย่างยิ่งสไตล์ภาพวาดของเรอนัวร์ (Renoir) และโมเน่ต์ (Monet) ซึ่งทำให้คอลเลกชั่นนี้ดูอ่อนหวาน มีความเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังคงความเซ็กซี่ และโมเดิร์นสปอร์ต เฉกเช่นผู้หญิงของแบรนด์ SIRIVANNAVARI” ดังเห็นได้จากสร้อยโชกเกอร์โลหะทองประดับด้วยไข่มุกที่นำมาร้อยเป็นผลกูสเบอร์รี่ สนับมือและแหวนรูปนกฮัมมิ่งเบิร์ด ไปจนถึงต่างหูทองประดับหินพิมพ์กราฟฟิคลายนกฮัมมิ่งเบิร์ด และปิดท้ายที่

คอลเลกชั่นประจำสปริง/ซัมเมอร์ 2017 เรื่องราวแห่งความรักของชายหญิงคู่หนึ่งจากการเดินทางในท้องทะเลอันไกลโพ้นราวเทพนิยาย ที่เปี่ยมด้วยความทรงจำ ความโรแมนติค และความโศกเศร้าภายใต้ท้องนภาอันกว้างใหญ่ ซึ่งโอบล้อมไปด้วยประกายแห่งแสงจันทร์ ดวงดาวที่พร่างพราย และเส้นขอบฟ้าที่ไม่รู้จบ อันเป็นบทพระนิพนธ์ใน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ คือแรงบันดาลพระทัยหลักในการทรงงานออกแบบคอลเลกชั่นประจำสปริง/ซัมเมอร์ 2017 ที่โดดเด่นด้วยงานปักชั้นครู ไปจนถึงลายกราฟฟิคฝีพระหัตถ์ ดังเห็นได้จากสร้อยประดับอัญมณีรูปดาว พระจันทร์ ม้าน้ำ แหวนลงยาสัญลักษณ์ตัว S ประดับมุกและลาปิส (Lapis) ต่างหูรูปพระจันทร์เสี้ยว ต่างหูเปลือกมุก และ Ear Cuff รูปดาว ไปจนถึง Hand Cuff ลงยา ไฮไลท์ของคอลเลกชั่นเครื่องประดับคงหนีไม่พ้น เทียร่าโลหะทองรูปดาวและพระจันทร์ประดับมุกพร้อมหวีสับทองในดีไซน์เดียวกัน สร้อยโชกเกอร์โลหะทองรูปดาวและตกแต่งด้วยโซ่ทองระย้า รวมถึง สร้อยสังวาลย์คล้องลำตัวที่ทำจากไข่มุกและโลหะทองรูปปะการัง

ใช้ผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งของงานจิวเวอรี่ โดยแบรนด์สิริวัณณวรี

ใช้ผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งของงานจิวเวอรี่ โดยแบรนด์สิริวัณณวรี

นอกจากนิทรรศการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบเครื่องประดับในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ การแสดงอัญมณีและเครื่องประดับครอบคลุมทุกประเภทสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ มากมาย อาทิ นิทรรศการ The Niche Showcase คัดสรร 5 กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มหรือ Niche Markets ที่กำลังมาแรง กิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ บริการทดสอบอัญมณีเคลื่อนที่บริการภายในงาน โดยสถาบันชั้นแนวหน้าของโลก … ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานได้ที่ www.bkkgems.com หรือ www.facebook.com/bangkokgemsofficial.com

ที่มา: http://www.siamrath.co.th/n/22987

แชร์