นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

“ผู้มีปัญญาย่อมรู้จัก…ที่จะใช้ความคิดของตนเอง” เราจะเห็นได้ว่า แม้แต่ความคิดก็เปรียบได้กับเหรียญสองด้านที่มีทั้งแง่ดีก่อให้เกิดประโยชน์ และแง่ลบที่สามารถบั่นทอนทำลายเราได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้จักฝึกพัฒนาความคิดของเราให้ดี http://winne.ws/n10046

2.3 พัน ผู้เข้าชม
นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

นิทานธรรมะสอนใจ เรื่องตะเกียงวิเศษ

นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

              กาลครั้งหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งขุดพบตะเกียงเก่าแก่อันหนึ่ง
ในขณะที่เขากำลังทำสวนอยู่ พอเขาเอามือถูตะเกียง
ก็ปรากฏว่ามีควันออกมาจากตะเกียง แล้วกลายเป็นยักษ์ตัวใหญ่
ยักษ์ตนนั้นพูดกับชายหนุ่มว่า
“ขอบใจที่ได้ช่วยให้ฉันเป็นอิสระ ฉันจะตอบแทนท่านโดยรับใช้ท่าน
ท่านจะใช้อะไรฉันก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อไรที่ท่านหยุดใช้ฉัน ฉันก็จะกินท่าน”

             ชายหนุ่มก็ตกลงเพราะเขาเห็นว่าการมีคนรับใช้เป็นเรื่องที่ดี
และเขาก็มั่นใจว่าเขาจะใช้ยักษ์ตนนี้ให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาได้
ดังนั้นเขาจึงตอบตกลง ยักษ์นั้นจึงถามว่า
“นายต้องการให้ฉันรับใช้เรื่องใดบ้าง แต่อย่าลืมนะ…
ถ้านายหยุดใช้ฉันเมื่อใด…ฉันก็จะกินนาย”

นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

                ชายหนุ่มคนนั้นตอบว่า “ฉันต้องการวังหลังหนึ่งเพื่อฉันจะได้เข้าไปอยู่”

ทันใดนั้นยักษ์ก็เนรมิตวังหลังหนึ่งได้ ชายหนุ่มตกใจ…

เพราะเขานึกว่า ยักษ์คงใช้เวลาสักปีกว่าจะสร้างวังเสร็จ

ทีนี้เขาต้องคิดอย่างรวดเร็วว่าจะขอให้ยักษ์ทำอะไรต่อไปดี

เขาบอกยักษ์ให้ “สร้างถนนกว้างๆ ไปถึงหน้าวัง”

ทันใดนั้นถนนก็ปรากฏอยู่ต่อสายตาเขา

“ฉันต้องการสวนล้อมรอบวัง” เขาสั่งต่อไป

ทันทีความต้องการของเขาก็ปรากฏต่อหน้าเขา “ฉันต้องการ…..”

เขาก็ขอไปเรื่อยๆ แต่เขาเริ่มต้น วิตกว่าอีกไม่ช้าเขาก็จะขอจนหมดแล้ว

และอีกอย่างเขาคงเข้าไปอยู่ในวังอย่างผาสุกไม่ได้…

เพราะเขาต้องคอยมานั่งสั่งยักษ์ให้ทำงานตลอดเวลา

นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

             ในที่สุดเขาก็คิดหาทางออกได้
เขาขอให้ยักษ์สร้างเสาต้นหนึ่งให้สูงสุด ซึ่งยักษ์ก็เนรมิตให้ทันทีทันใด
เขาพูดกับยักษ์ว่า “ข้าขอให้เจ้ายักษ์ปีนเสาต้นนี้ช้าๆ ไปถึงยอดแล้ว…
ให้ปีนลงมาช้าๆ เช่นกัน พอถึงพื้นก็ให้ปีนขึ้นไปบนยอดใหม่
อีกครั้งแล้วให้ปีนขึ้นปีนลงเช่นนี้ตลอดเวลาไม่ให้หยุดเลย”
ยักษ์ตนนั้นก็เลยต้องปีนขึ้นปีนลงตลอดเวลาตามคำสั่งของนาย
ชายหนุ่มจึงเริ่มหายใจได้ทั่วท้อง ขณะนี้เขาปลอดภัยแล้ว
ชายหนุ่มมีเวลาที่จะเข้าไปอยู่ในวังอย่างมีความสุข ตั้งแต่นั้นมา

             ยักษ์ตนนี้เปรียบเสมือน “ความคิด” และ “จิตใจ” ของเรา
ถ้าเรารู้จักใช้ความคิดของเรา และควบคุมความคิดของเราให้ดี
เราจะได้รับผลดีจากความคิดของเรา
“ถ้าเราต้องการจะทำอะไร…ให้ดีให้ถูกต้อง”
“เราต้องควบคุมจิตใจของเราให้สงบ”…เหมือนกับชายหนุ่มในนิทาน
ที่สามารถควบคุมยักษ์ตนนั้นได้ และสามารถทำให้ความต้องการของเขาลุล่วงสำเร็จได้

นิทานธรรมะสอนใจ เรื่อง "ตะเกียงวิเศษ"

 ถ้าเราควบคุมความคิดของเราไม่ได้ มันจะสร้างปัญหาให้กับเรา
เราจะเริ่มต้นนั่งคิดว่าจะไปซื้ออะไร จะไปกินอะไรดี หรือจะไปเที่ยวไหนดี ฯลฯ
ความต้องการจะครอบคลุมจิตใจของเรา ครอบคลุมอารมณ์ของเรา
เราจะหวั่นไหวต่อความโลภ ความโกรธ และความอิจฉา เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นถ้าเราไม่รู้จักควบคุมความคิดของเรา
เช่นเดียวกับยักษ์ตนนั้นที่ข่มขู่ชายหนุ่มตลอดเวลา

เราต้องควบคุมความคิดของเราตลอดเวลา
ชายหนุ่มคนนี้ใช้ให้ยักษ์ปีนขึ้นลงที่เสาสูงต้นนั้น…
เราก็สามารถใช้ลมหายใจเข้าออกของเรา…ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลานั้นเป็นเสาสูงแทน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

            “ผู้มีปัญญาย่อมรู้จัก…ที่จะใช้ความคิดของตนเอง” 

               เราจะเห็นได้ว่า แม้แต่ความคิดก็เปรียบได้กับเหรียญสองด้านที่มีทั้งแง่ดีก่อให้เกิดประโยชน์ และแง่ลบที่สามารถบั่นทอนทำลายเราได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้จักฝึกพัฒนาความคิดของเราให้ดี

Credit : คัดมาจากหนังสือวิทยาศาสตร์ของการฝึกจิตของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
Photo Credit : http://www.gotoknow.org/posts/190766

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://bkkseek.com/the-wonderful-lamp/

แชร์