สรุปถ้าอย่างนี้ ใครทำผิด ?? กฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนาในมาตรา 207 กันแน่ ?

ความผิดเกี่ยวกับศาสนามาตรา 207 "ผู้ใดก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน มนัสการ หรือ กระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" http://winne.ws/n12710

3.7 พัน ผู้เข้าชม
สรุปถ้าอย่างนี้ ใครทำผิด ?? กฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนาในมาตรา 207 กันแน่ ?แหล่งภาพจาก mortgagesing

สำหรับในตอนที่ 2 นี้ ขอพูดต่อจากความเดิมครั้งที่แล้ว คือในเรื่องกฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนาในมาตรา 207 โดยมีใจความว่า 

       "ผู้ใดก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน มนัสการ หรือ กระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ " 

       เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ก่อนอื่นเราลองมาดูองค์ประกอบความผิด โดยจะแยกออกมาเป็น 2 อย่าง คือ ความผิดภายนอก กับ ความผิดภายใน 

       ความผิดภายนอก คือ 1. ผู้ใด  2. ก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้น  3. ในที่ประชุมศาสนิกชน เวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมทางศาสนาใด ๆโดยชอบด้วยกฎหมาย    

ที่ต้องแยกออกมา เป็นข้อ 1-2-3 เพราะจะได้เห็นชัดว่า ( ใคร ทำอะไร ยังไง ที่ไหน )

หรือ ถ้าแปลกันตรง ๆ ตามความเข้าใจแบบบ้าน ๆ ลูกทุ่ง ๆ คือ ในกรณีที่สาธุชน กำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ เช่น กำลังสวดมนต์ กำลังนั่งสมาธิแผ่เมตตา มีกลุ่มบุคคลอื่นมาก่อความวุ่นวาย ในขณะเราประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผู้นั้นถือว่าเข้าหลักความผิดภายนอก

        ความผิดภายใน คือ 1.เจตนา  2.การวุ่นวาย  3.การกระทำต้องมีผล  คือการวุ่นวายเกิดขึ้น ในที่ประชุมศาสนิกชน ซึ่งจะกี่คนก็ได้ แต่หมายความว่า หลายคนประชุม รวมกัน นมัสการหรือกระทำพิธีกรรมทางศาสนา ผู้ที่กระทำความวุ่นวาย เกิดขึ้นในช่วงเวลาประชุม หรือถ้าจะแปลกันตรงๆตัว อีกก็คือว่า ความผิดภายในจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ผู้ที่มาก่อความวุ่นวายนั้น มีเจตนาที่ชัดเจน ว่ามาครั้งนี้ มาเพื่อก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นและมาแล้วต้องมีผลของการกระทำเกิดขึ้นชัดเจน โดยที่ผ่านมา  

สรุปถ้าอย่างนี้ ใครทำผิด ?? กฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนาในมาตรา 207 กันแน่ ?แหล่งภาพจาก เที่ยวไป เขียนไป

เหมือนคลิบเสียง ที่มีการแพร่กระจายในโลกโซเชียล ซึ่งเจ้าคลิบนี้ เค้าเรียกกันว่า " มนุษย์ร้อยเสียง " เก่งเนอะทำได้ 3-4 เสียงนี่ก็รำบากละ  อันนี้ร้อยเสียงกันเลยทีเดียว (ขนาดเสียงยังโดนกล่าวหา)

   " รถฉีดน้ำ ก็ต้องมีกันเยอะ ๆ นะ พวกมันนั่ง กันไม่ยอมลุก ฉีดมันเข้าไป ดูซิมันจะลุกไม่ลุก "  

  แบบนี้หล่ะฮะ แหม มาครบทั้ง 1-2-3 เลย เจตนา การวุ่นวาย และ การกระทำต้องมีผล

       ขอยกตัวอย่าง คำพิพากษาฎีกา1109/2500 การแห่นาคไปตามถนนหลวง เป็นการกระทำตามประเพณีนิยมของบางชนหมู่ ยังไม่ถึงขั้นพิธีกรรมทางศาสนา เป็นการสนุกสนานตามประสาชาวบ้าน มีผู้เมาสุราชักมีดไล่แทงคนในขบวนแห่ และใช้น้ำโคลนสกปรกสาดเข้าไปทำให้วุ่นวายแตกตื่นยังไม่ผิดตามมาตรา 207  แต่ถ้าแห่นาคเข้าไปในวัดกำลังเวียนรอบโบสถ์ ถือว่าเป็นพิธีกรรมทางศาสนา ถ้ามาประกอบเหตุความวุ่นวายให้เกิดขึ้น ก็จะมีความผิดในมาตรา207 ในทันที  

       เมื่อเทียบเคียงกับพวกเราลูกหลาน หลวงปู่ หลวงพ่อและคุณยาย ที่มารวมตัว รวมใจกันสวดมนต์บูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ สวดบทธัมมจักฯ กันตลอด 24 ช.ม. ถือว่าพวกเรากำลังทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ ผู้ใดเข้ามาก่อความวุ่นวายให้พวกเราแตกตื่นก็จะมีความผิดในมาตรา207 เช่นกัน 

       วัดพระธรรมกาย มีขนบธรรมเนียม และศีลจารวัตร ที่งดงาม ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และ อุบาสิกา และสิ่งสำคัญที่เรามี คือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก่อนจบนึกถึงเพลงนึงขึ้นมา เนื้อร้องประมานว่า 

      "ใครจะพยายามแทรกกลางระหว่างเรารู้ไว้นะ ว่าเค้าไม่มีวันเข้ามาได้ จะไม่มีตรงกลางที่เหลือว่างเผื่อใคร ถ้าใจเรายังผูกกัน"  

        วันนี้พอเท่านี้ก่อน ไว้พบกันใหม่ตอนหน้า.  ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและทุกๆกำลังใจ ที่มอบให้มานะครับ

เรียบเรียงโดย ท.รักษ์ความยุติธรรม

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2560

แชร์