ไม่ถวายปัจจัยพระก็ได้ ถ้าโยมจัดการสิ่งนี้ให้
คำตอบคือ เป็นไปได้ แต่นั้นหมายความว่า ต้องมีระบบที่เข้ามารองรับหน้าที่ในการจัดหาอุปกรณ์ จัดสร้างสถานที่ จัดการรับผิดชอบค่าดำเนินการต่างๆในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ช่วยพระภิกษุสงฆ์ท่านในการเผยแผ่ภายใน และต่างประเทศ http://winne.ws/n23974
ไม่ใช่เพียงแค่การดำรงชีวิตอยู่ที่ต้องใช้อุปกรณ์ใช้ปัจจัย 4 และการได้มาซึ่งปัจจัย 4 และอุปกรณ์ในการทำงานก็ได้มาจากการแลกเปลี่ยน และหน่วยกลางของการแลกเปลี่ยน คือ เงิน
ไม่มีใครในโลกอยู่ได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนปัจจัย4 หรือ ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตโดยไม่ผ่านการแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรา ระบบโลกเป็นอย่างนั้น
พระภิกษุ ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่อยู่อาศัยในระบบโลกเดียวกันกับเราท่านทั้งหลาย ระบบที่มีการแลกเปลี่ยน
“ภารกิจของความเป็นพระ” มี 2 ประการใหญ่ๆ
1. ประโยชน์ตน
2.ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม คือ การเผยแผ่ธรรมะแสดงธรรม เทศน์สอน ดูแลทำนุบำรุง จัดการงานรักษาสืบสานพระพุทธศาสนา
ซึ่งภารกิจทั้ง2 ประการ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำเป็นต้นแบบมาตั้งแต่เมื่อครั้งพุทธกาล
ภารกิจข้อที่ 2 คือภารกิจจำเป็นต้องมี สถานที่ อุปกรณ์ มีค่าดำเนินการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนที่เข้ามาฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม หรือประกอบพิธีต่างๆ
ในสมัยพุทธกาล มีญาติโยมช่วยสนับสนุนจัดหาจัดสร้างสร้างถานที่อุปกรณ์ อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับพระภิกษุสงฆ์ โดยที่พระภิกษุสงฆ์ไม่ต้องมาเป็นกังวลในเรื่องดังกล่าว
ในปัจจุบันความคิดเห็นที่อาจเกิดจากความไม่เข้าใจที่สมบูรณ์ต่อความจำเป็นของภารกิจพระพุทธศาสนาทำให้หลายคนคิดว่า พระไม่ควรรับปัจจัย จากประชาชน หรือ ประชาชนไม่ควรถวายปัจจัยหรือเงิน ให้แก่พระภิกษุ
ซึ่งถามว่าเป็นไปได้ไหม คำตอบคือ เป็นไปได้ แต่นั้นหมายความว่า ต้องมีระบบที่เข้ามารองรับหน้าที่ในการจัดหาอุปกรณ์ จัดสร้างสถานที่ จัดการรับผิดชอบค่าดำเนินการต่างๆในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ช่วยพระภิกษุสงฆ์ท่านในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทุกระดับ
แต่ถ้าว่ากันตามความจริงแล้ว การเข้ามาจัดการกิจการของพระพุทธศาสนาของฆราวาสก็ไม่อาจจะรับรองได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์ต่องานพระพุทธศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะภารกิจของพระภิกษุสังฆ์นั้น เป็นเรื่องของ “ศรัทธา” ซึ่งละเอียดอ่อน
ฉะนั้น การให้พุทธบุตร เป็นผู้ดูแลกิจการของพระพุทธศาสนาเป็นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมต่อสภาวการณ์และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มากกว่าจะปล่อยให้กิจการของพระพุทธศาสนาเป็นไปตามยถากรรม หรือ ให้ฆราวาสเข้าไปเกี่ยวข้องซึ่งอาจกลายเป็นการสร้างความลำบากในการทำงานให้กับพระภิกษุ มากขึ้นในอีกทางก็เป็นไปได้อ
โดย โฆษิกา
