โลกความจริง ...โลกนอกรั้วโรงเรียน

โตแล้วจะมาทำตัวเป็นเด็กๆไม่ได้ โลกภายนอกโรงเรียนไม่ใช่หลุมหลบภัยอีกต่อไป ยากนักที่ผู้คนทั่วไปจะให้อภัยกันแบบง่ายๆ โลกภายนอกคือโลกแห่งความเป็นจริง ถูกผิดว่ากันตามจริง มันโหดร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะ http://winne.ws/n25583

3.2 พัน ผู้เข้าชม

"ลูกเอ๋ย โลกนอกรั้วโรงเรียนมันโหดกว่าที่คิดไว้เยอะ”

นักเรียนมัธยมสองคนต้อนหน้าต้อนหลังหลังแทบจะรุมทำร้ายอาจารย์ หันหน้าให้กล้องซีซีทีวีของโรงเรียนพร้อมตะโกนว่า "เราเป็นนักเรียน จะทำอะไรเราได้"

นี่คือวิธีการปกป้องเยาวชนที่อาจจะเกินพอดีของระบบการศึกษาในปัจจุบัน

เรื่องจริงต่อไปนี้ทั้งสี่เรื่องเป็นเรื่องเล่าจากอาจารย์ไต้หวันท่านหนึ่ง เพียงเพื่ออยากจะบอกกล่าวแก่นักเรียนและผู้ปกครองทั้งหลายว่า แม้ครูบาอาจารย์จะลงโทษหรือทำอะไรนักเรียนมากไม่ได้ แต่โลกนอกรั้วโรงเรียนมันโหดกว่าที่คิดไว้เยอะ

โลกความจริง ...โลกนอกรั้วโรงเรียน

เรื่องที่ 1

อาจารย์มีนักเรียนคนหนึ่ง ชอบและเก่งคณิตศาสตร์ แต่เป็นคนที่ทำอะไรเชื่องช้ามาก แม้กระทั่งการเดินก็ช้ากว่าเพื่อน มาโรงเรียนสายเป็นประจำ เตือนอย่างไรก็ไม่ยอมพัฒนาให้ดีขึ้น

เขาไปเรียนต่อที่อังกฤษ มีอยู่ครั้งหนึ่งกลับมาเยี่ยมบ้าน เลยมีโอกาสเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆฟัง

ตอนปิดเทอมเขาไปสมัครทำงานในร้านอาหารจีนที่นั่น วันแรกเขาไปถึงร้านช้าไปห้านาที เขาถูกเลิกจ้างทันที

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า สายแค่ห้านาทีจะทำให้เขาตกงาน

แต่สิ่งที่เขาจำไม่มีวันลืมก็คือ คำตักเตือนที่เจ้าของร้านมีแก่เขาว่า "ไอ้หนู หากเราไม่เลิกจ้างแก แกจะไม่มีวันรู้ว่าโลกภายนอกโรงเรียนมันโหดแค่ไหน"


เรื่องที่ 2

ในต่างประเทศ นักเรียนชายของเราไปหาแฟนสาวที่เป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน โดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน เขาแอบเข้าไปหาฝ่ายหญิงถึงในบ้าน สุดท้ายเขาโดนเจ้าของบ้านแจ้งจับในฐานะบุกรุกสถานที่ส่วนบุคคล

ความอะลุ้มอล่วยและการถูกปกป้องโดยสถาบันการศึกษา ทำให้นักเรียนของเรากระทำเรื่องราวต่างๆแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ขาดความรับผิดชอบ ไร้ขอบเขต บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่นทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ แต่กฏกติกานอกรั้วโรงเรียนล้วนจริงจังและเข้มข้น เหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีการตักเตือน ไม่มีการให้อภัย แต่ถูกตำรวจตั้งข้อหาแบบตั้งตัวไม่ทัน จากเรื่องโรแมนติกกลับกลายเป็นต้องมาลิ้มรสของห้องขัง เป็นบทเรียนอันเจ็บแสบที่จะถูกจดจำไปไม่มีวันลืม

โลกความจริง ...โลกนอกรั้วโรงเรียน

เรื่องที่ 3

หลายปีก่อนในรั้วโรงเรียน มีการลักขโมยรถจักรยาน สุดท้ายคนขโมยถูกจับได้ ปรากฏว่าเป็นลูกรักลูกหวงสุดชีวิตของผู้ปกครองนักเรียนคนนั้น

หลังจากคืนรถจักรยานไปแล้ว ทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครองและนักเรียนมานั่งคุยกัน จุดประสงค์หลักเพียงต้องการสั่งสอนให้สติแก่นักเรียนคนนั้น แต่พ่อของนักเรียนกลับพูดว่า "ที่บ้านไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง เด็กมันซน อยากลองอะไรที่มันตื่นเต้นเร้าใจเล่น ทางโรงเรียนกรุณาอย่าได้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำลายศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นของนักเรียนเปล่าๆ และจะทำให้เด็กรู้สึกมีปมด้อย"

พ่อของเด็กคงจะคิดว่า เหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเกิดจากคนมีเงินฐานะดี มันเป็นแค่เรื่องสนุกสนานมากกว่า ไม่ใช่เรื่องของการลักขโมย ไม่ใข่เรื่องผิดกฏหมาย

ตอนหลังเมื่อเด็กคนนี้เรียนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปี ก็ได้ข่าวว่าฐานะอู้ฟู่อย่างรวดเร็ว ขับรถหรู ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย สุดท้ายโดนจับที่อินโดนีเซียด้วยข้อหาแอบขนยาเสพติด ถูกศาลที่นั่นตัดสินสั่งประหารชีวิต แต่ยังไม่ทันประหาร กลับถูกนักโทษด้วยกันรุมกระทืบจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่สุด

แม้จะตายไปแล้ว แต่พ่อของเขายังคงกล่าวว่า ลูกของเขาเป็นคนดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เพียงเพราะลูกเขารักสนุก คะนองตามภาษาวัยรุ่น แค่อยากลองอะไรที่มันตื่นเต้นเร้าใจเล่น ก็เท่านั้นเอง


เรื่องที่ 4

วัยรุ่นสมัยนี้ ชอบทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางจนติดเป็นนิสัย ถ้วยกาแฟ กระป๋องเครื่องดื่ม กล่องขนมหรืออาหาร วางหรือทิ้งกันเกลื่อนกลาด หนักกว่านั้น เวลาอยู่บนรถส่วนตัว ชอบโยนขยะออกนอกรถ ขอแค่ให้รถเราสะอาดก็พอ

มีเพื่อนของเพื่อนส่งลูกไปเรียนแคนนาดา วันหยุดขับรถออกไปเที่ยวกับเพื่อน นิสัยโยนขยะออกนอกรถยังคงเป็นเอกลักษณ์ติดตัว พอเปิดหน้าต่างโยนขวดเปล่าพลาสติกเครื่องดื่มปลิวออกไปนอกรถระหว่างขับ รถที่ขับตามมาข้างๆด้วยความเร็วตกใจขับหลบขวดเปล่าที่กำลังปลิวมากระแทกกระจกหน้า ทำให้รถพลิกคว่ำตกถนน ตายสองบาดเจ็บสอง พอคดีขึ้นศาล เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำร้ายใคร ก็แค่ทิ้งขยะออกนอกรถ อย่างมากเขาก็แค่โดนปรับเรื่องทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ทำไมต้องมารับผิดชอบเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้ คนขับที่เป็นคู่กรณีไม่ระวังเอง

แม้เขาจะรอดจากการถูกลงโทษหนัก แต่ครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ยอมจบ เลยจ้างคนไปจัดการ"ลงโทษเป็นการส่วนตัว" หลังจากนั้นไม่นาน เขาผู้นั้นก็หายสาบสูญไป

************

โลกความจริง ...โลกนอกรั้วโรงเรียน

ในฐานะของครูบาอาจารย์ แค่อยากจะเตือนลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายว่า


โตแล้วจะมาทำตัวเป็นเด็กๆไม่ได้ 
โลกภายนอกโรงเรียนไม่ใช่หลุมหลบภัยอีกต่อไป
ยากนักที่ผู้คนทั่วไปจะให้อภัยกันแบบง่ายๆ
อย่ามองโลกสวย จะล้อเล่นกันง่ายๆไม่ได้
โลกภายนอกคือโลกแห่งความเป็นจริง
ถูกผิดว่ากันตามจริง มันโหดร้ายกว่าที่คุณคิดไว้เยอะ

คุณไม่สามารถเป็นลูกแหง่ในอ้อมอกของโรงเรียนหรือพ่อแม่ตลอดไป



"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง

www.facebook.com/Flintlibrary

แชร์