“ศูนย์พิทักษ์ฯ” เรียกร้องมาตรการปกป้องพระสงฆ์ชายแดนใต้

“ศูนย์พิทักษ์ฯ” เรียกร้องมาตรการปกป้องพระสงฆ์ชายแดนใต้ที่ชัดเจนจากนายกฯ http://winne.ws/n25593

907 ผู้เข้าชม

     พระชายแดนใต้เปิดใจสถานการณ์ยังอึมครึม พระไม่ปลอดภัย “ศูนย์พิทักษ์ฯ” เรียกร้องมาตรการปกป้องที่ชัดเจนจากนายกฯ

“ศูนย์พิทักษ์ฯ” เรียกร้องมาตรการปกป้องพระสงฆ์ชายแดนใต้

     เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 ที่คณะใต้ วัดราชาธิวาสวิหาร  ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พร้อมองค์กรชาวพุทธ  จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สวดมนต์ พร้อมร่วมสมทบทุนทอดผ้าป่าในงานชาวพุทธแดนใต้ประสบภัย ชาวพุทธทั่วไทยไม่ทิ้งกัน กรณีที่พระสงฆ์วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส  ถูกผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงมรณภาพในขณะจำพรรษาอยู่ในวัด โดยมีพระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

     พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาน จนฺทสาโร) ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรพุทธ ต่างมาระดมความคิดเห็นและมาให้กำลังใจ รวมทั้งร่วมทอดผ้าป่าเพื่อส่งกำลังใจไปถวายวัดรัตนานุภาพ และวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทุกคนไม่คิดว่าประเทศไทยจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่มีความปลอดภัย ซึ่งทุกฝ่ายตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่พระสงฆ์ในพื้นที่จะปลอดภัย ซึ่งพระสงฆ์ในพื้นที่พร้อมรักษาพระพุทธศาสนาในพื้นที่ และยินดีอยู่พำนัก ขณะที่ฝ่ายบ้านเมืองมีการเสนอให้ทหารมาบวชเป็นพระในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ถ้าเป็นทหารในคราบพระสงฆ์จะเป็นปัญหามากขึ้น  จะทำให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนา หากเกิดความไม่เหมาะสมขึ้น ในขณะเดียวกันศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ จึงออกแถลงการณ์ ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแถลงมาตรการปกป้องชาวพุทธ และคณะสงฆ์ รวมถึงผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่แบบสากล ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็แถลงแต่กลับไม่มีรายละเอียดมาตรการออกมา ซึ่งชาวพุทธและผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ต่างเฝ้ารอความหวังจากฝ่ายบ้านเมือง

“ศูนย์พิทักษ์ฯ” เรียกร้องมาตรการปกป้องพระสงฆ์ชายแดนใต้

     พระครูขันติธรรมาธร  เจ้าอาวาสวัดโคกตา  ต.ปะลุรู  อ.สุไหงปาดี  จ.นราธิวาส กล่าวถึงสถานการณ์ของวัดในพื้นที่ว่า  วัดของตนอยู่ห่างวัดรัตนานุภาพประมาณ 7 กิโลเมตร สถานการณ์ขณะนี้ยังถือว่า อึมครึม ซึ่งพระสงฆ์ต้องทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในพื้นที่ทั้งกิจนิมนต์กลางวัน กลางคืน และไปสอนหนังสือ ซึ่งการออกไปแต่ละครั้ง ไม่รู้ว่าจะได้มีชีวิตกลับมาหรือไม่ แม้แต่ลูกศิษย์ของตนยังต้องพกปืนติดตัวไปด้วย เพื่อป้องกันโจรใต้ โดย 10 กว่าปีมานี้ ทุกคนหวังว่า เหตุการณ์ในพื้นที่จะสงบแต่ก็เลิกหวังแล้ว กระทั่งบางรูปจากโลกนี้ไปจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ส่วนกรณีมีการนำเสนอให้ทหารไปบวชอยู่ในวัด ตนเห็นว่า ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา เนื่องจากเคยมีการใช้แนวทางนี้มาแล้ว ได้พบปัญหาภายใน คือ พระทหารที่ไปบวชโดยการบังคับ ไม่ได้บวชด้วยความสมัครใจ จะมีความดื้อ ให้เรียนนักธรรมก็ไม่เรียน ทำให้การปฏิบัติศาสนกิจไม่เต็มที่ เช่น ไม่ร่วมทำวัตร เป็นต้น จึงไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ฝากถึงภาครัฐว่า คนในพื้้นที่รอมากว่า 10 ปี ที่จะสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนา ไม่ต้องการความรุนแรง อยากให้เข้าใจกัน รัฐทำจะอย่างไรก็ได้ให้พื้นที่มีสันติเพิ่มขึ้น




ขอขอบคุณภาพ / ข่าว : thairnews

แชร์