"Cohousing" หลากสไตล์ในบั้นปลายชีวิต
"Cohousing" หลากสไตล์ในบั้นปลายชีวิต อีกไลฟ์สไตล์สำหรับชีวิตคนโสดที่ต้องการสังคม และเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบั้นปลายชีวิต http://winne.ws/n25604
"Cohousing" หลากสไตล์ในบั้นปลายชีวิต อีกไลฟ์สไตล์สำหรับชีวิตคนโสดที่ต้องการสังคม และเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบั้นปลายชีวิต
“พอเริ่มแก่ลง มันเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัย ตอนที่ต้องเริ่มอยู่คนเดียวเมื่อหลายปีก่อน ฉันตัดสินใจว่าจะไม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา ถึงไม่ได้อยากอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็ไม่อยากจะพึ่งพาลูกๆ ก็เลยมองหาทางเลือกแบบอื่น" นี่คือความรู้สึกของเฮดี ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม OWCH (Older Womens Co Housing) และย้ายมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่ New Ground Cohousing โครงการที่พักอาศัยแบบโคเฮ้าส์ซิ่งสำหรับผู้สูงอายุหญิง ที่มีสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้หญิงอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี แต่ละคนมีพื้นเพ วัฒนธรรม ครอบครัว การงาน สุขภาพ และความสนใจแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความต้องการที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างอิสระ แต่ไม่โดดเดี่ยว
New Ground นับว่าเป็นโคเฮ้าส์ซิ่งสำหรับผู้สูงอายุแห่งแรกในสหราชอาณาจักร ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2016 ในย่านไฮ บาร์เน็ต (High Barnet) ของลอนดอน หลักการของโคเฮ้าส์ซิ่ง คือการที่แต่ละคนเช่าหรือเป็นเจ้าของพื้นที่ของตัวเอง มีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวเล็กๆ และระเบียงส่วนตัว แต่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อย่างห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องซักรีด ระเบียง สวนหน้าบ้าน ให้ทุกคนได้มาใช้เวลาร่วมกัน
สิ่งที่ต่างจากบ้านพักคนชราอย่างสิ้นเชิงก็คือ ที่นี่บริหารจัดการโดยผู้อยู่อาศัยทั้งหมด พวกเธอมีส่วนร่วมในการออกแบบและตัดสินใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่า จนถึงทุกวันนี้ที่บ้านสร้างเสร็จสมบูรณ์ พวกเธอจะแบ่งกลุ่มกันรับผิดชอบดูแลเรื่องต่างๆ ทั้งหมดในบ้าน เช่น งานบ้าน งานสวน การเงิน กฎหมาย ฯลฯ “เวลาที่เช่าบ้านอยู่แบบทั่วไป คุณแค่จ่ายเงิน แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าได้อะไรเพิ่มเข้ามาในชีวิต แต่กับที่นี่ ฉันได้มีส่วนร่วมในทุกการตัดสินใจที่เกิดขึ้น” เจเน็ตหนึ่งในเจ้าบ้านซึ่งมีกันทั้งหมด 26 คนกล่าว
มาเรีย เบรนตัน (Maria Brenton) ที่ปรึกษาโครงการยังเล่าอีกว่า การอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยคล้ายกับชุมชนในอดีตแบบนี้ ทำให้พึ่งพาบริการสาธารณะด้านสุขภาพน้อยลงมาก ซึ่งหากมีการนำแนวคิดนี้ไปขยายผล ก็น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของรัฐลงได้อีก ตรงกับที่แองเจล่า หนึ่งในเจ้าของบ้านที่เล่าว่า ตอนที่ย้ายเข้ามาใหม่ๆ ความเครียดทำให้เธอสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปหลายวัน ในช่วงเวลานั้นเพื่อนบ้านต่างก็ส่งอีเมลถึงกันเกี่ยวกับอาการของเธอ และในทุกๆ วันเธอจะได้รับอาหารที่ปรุงสดใหม่จากเพื่อนบ้านคนใดคนหนึ่งเสมอ “ถ้าพูดถึงเรื่องการช่วยเหลือดูแลกันในระยะสั้นๆ ฉันว่าการอยู่ด้วยกันแบบนี้ช่วยได้มากจริงๆ”
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะพวกเธอต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการผลักดันแนวคิดนี้ให้เป็นจริง โคเฮ้าส์ซิ่งนี้ผ่านการล้มลุกคลุกคลานระหว่างทางหลายครั้ง จนได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร Hanover Housing Association ที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงการและผู้ลงทุนในการจัดซื้อที่ดิน ทั้งยังได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Tudor Trust กองทรัสต์ซึ่งให้การสนับสนุนโครงการอาสาและงานชุมชนต่างๆ ในสหราชอาณาจักร
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ว่า แท้จริงแล้วผู้สูงอายุนั้นไม่ได้มีความต้องการในชีวิตที่ต่างไปจากคนในวัยอื่นๆ เลย “เราอยากจะรับผิดชอบชีวิตของเราเอง อยากมีชีวิตที่ยืนยาว สร้างสรรค์ และยังมีกำลังที่จะทำอะไรกลับคืนให้กับสังคม” หนึ่งในสมาชิกกล่าวอย่างนั้น
ขอขอบคุณภาพ /บทความ : creativethailand
เรื่อง: ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ


