สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต...

สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต อาจต้องสัมผัสด้วยใจของเราเท่านั้น http://winne.ws/n25802

642 ผู้เข้าชม
สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต...

บนรถไฟขบวนวิ่งจากนิวยอร์คสู่บอสตัน ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ข้างๆผมเป็นชายตาบอด

ตอนผมทำวิทยานิพนธ์ก่อนจบปริญญาเอก อาจารย์ที่ปรึกษาของผมเป็นคนตาบอดเช่นกัน มันเลยทำให้ผมสามารถคุยกับคนตาบอดอย่างไม่มีปัญหา ระหว่างทางผมยังไปซื้อกาแฟร้อนๆมาฝากเขาถ้วยหนึ่ง

ในตอนนั้นกำลังมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องผิวสีอย่างรุนแรงที่ลอสแอนเจลิส หัวข้อหนึ่งที่เรานั่งคุยกันก็เลยหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องผิวสี

ผู้โดยสารที่ค่อนข้างสูงวัยท่านนี้เล่าให้ผมฟังว่า เขาเป็นคนที่เกิดมาทางภาคใต้ของอเมริกา ความรู้สึกเหยียดหยามคนผิวดำจึงติดอยู่ในความรู้สึกของเขาตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากคนรับใช้ในบ้านเขาเป็นคนผิวดำแล้ว ตลอดเวลาที่เติบโตขึ้นมา เขาไม่เคยร่วมโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมกับคนผิวดำเลยสักครั้ง และไม่เคยเรียนในโรงเรียนที่มีคนผิวดำร่วมเรียนด้วย

สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต...

หลังจากย้ายไปเรียนต่อยังภาคเหนือของอเมริกา มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดงานในงานเลี้ยงอาหารค่ำ เขาใส่ข้อความไว้บนการ์ดเชิญว่า "ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฏิเสธสิทธิส่วนบุคคลใดๆอันเห็นว่าไม่เหมาะสม" ในภาคใต้ ประโยคนี้หมายถึง "เราไม่ต้อนรับคนผิวดำ" เขาถูกเพื่อนๆต่อต้านอย่างรุนแรง แล้วยังถูกคณะบดีเรียกตัวไปว่ากล่าวตักเตือนปรับทัศนคติ

เขาเล่าว่าบางครั้งเขาไปซื้อของ เวลาเจอคนขายเป็นคนผิวดำ เขาจะวางเงินที่จะชำระไว้บนเค้าน์เตอร์ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือกับคนผิวดำ

ผมหัวเราะชอบใจ "แน่นอนที่สุด คุณจะไม่มีวันแต่งงานกับคนผิวดำเด็ดขาด"

เขาก็หัวเราะชอบใจเช่นกัน "ในเมื่อผมไม่ได้มีอะไรใกล้ชิดกับพวกเขาเลยในตอนนั้น แล้วจะไปแต่งงานกับผู้หญิงผิวดำได้ไง บอกตรงๆนะครับ ในขณะนั้นผมมีความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามพวกเขาอย่างรุนแรง ผมถือว่าการที่คนผิวขาวต้องไปแต่งงานกับคนผิวดำนั้น เป็นความอัปยศอดสูอันยิ่งใหญ่ของวงศ์ตระกูลอย่างให้อภัยไม่ได้"

สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต...

เขาเล่าต่อไปว่า ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ที่บอสตัน เขาต้องประสบอุบัติเหตทางรถยนต์อย่างรุนแรง แม้เขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องสูญเสียดวงตาไปทั้งสองข้าง มองอะไรไม่เห็นอีกเลย

หลังออกจากโรงพยาบาล เขาย้ายเข้าไปพักรักษาตัวในสถานฟื้นฟูจิตใจอยู่ระยะหนึ่ง เขาต้องฝึกการรู้จักใช้อักษรเบล รู้จักการใช้ไม้เท้าให้คล่อง สุดท้ายเขาก็ต้องฝึกฝนให้อยู่ด้วยตัวเขาเองให้ได้

เขาบอกว่า "แต่สิ่งที่ทำให้ผมลำบากใจที่สุดนั้น ก็คือผมไม่มีสิทธิ์รู้อีกเลยว่า ผู้คนที่ผมกำลังติดต่ออยู่นั้น เป็นคนผิวขาวหรือผิวดำ"

เขาชอบระบายความในใจให้กับผู้เชี่ยวชาญที่ถูกมอบหมายให้มาฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ให้เขา ซึ่งเขาก็ได้รับคำแนะนำดีๆมากมายจากผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น เขาไว้ใจผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นมาก มีอะไรก็จะเล่าให้เขาฟังจนหมด แน่นอนที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องการรังเกียจคนผิวดำของเขา สุดท้ายเขาทั้งสองกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันอย่างมาก

วันสุดท้ายก่อนที่เขาจะออกจากสถานฟื้นฟูแห่งนั้น ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นจึงได้บอกให้เขาทราบว่า เขานั้นเป็นคนผิวดำนั่นเอง แม้จะค่อนข้างตกใจและละอายใจเมื่อรู้ว่าเขาท่านนั้นเป็นคนผิวดำ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาทั้งสองก็ไม่เคยลดทอนลงอีกเลย

สิ่งเลอค่าบางสิ่งในชีวิต...

"หลังจากนั้น ความอคติของผมที่มีต่อคนผิวดำค่อยๆจางหายไป ผมเลิกแยกแยะแล้วว่า ผู้คนที่กำลังติดต่ออยู่นั้น เขาเป็นคนผิวสีอะไร แต่สิ่งที่ผมใส่ใจแทนก็คือ เขาผู้นั้นเป็นคนดีก็เพียงพอแล้ว เรื่องผิวสีไม่ได้มีความสำคัญสำหรับผมอีกต่อไป"

ขบวนรถของเราวิ่งใกล้เข้าสถานีบอสตันแล้ว เขาบอกผมตอนสุดท้ายว่า "มันอาจถือเป็นความโชคดีสำหรับผมที่ได้สูญเสียการมองเห็นของผมไป มันทำให้ความอคติเรื่องผิวสีของผมสูญหายไปด้วย ผมถือว่ามันเป็นเรื่องดีงามที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตผม"

บนชานชาลา ภรรยาของเขายืนรอต้อนรับเขาอยู่แล้ว คนสองคนเข้าสวมกอดกันอย่างแนบแน่นและอบอุ่น และสิ่งที่สร้างความประหลาดใจที่สุดให้แก่ผมในตอนนั้นก็คือ ภรรยาที่มีเส้นผมหงอกเต็มหัวของเขานั้น แท้จริงก็เป็นคนผิวดำนั่นเอง

**********

สิ่งบางสิ่งที่มีค่ามากมายมหาศาล
บางครั้งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แต่สิ่งเลอค่านั้นๆในชีวิต
อาจต้องสัมผัสด้วยใจของเราเท่านั้น



“ขจรศักดิ์”

แปลและเรียบเรียง

www.facebook.com/Flintlibrary 

แชร์