ข้อตกลงลด “โลกร้อน” จะ “ปฏิบัติ” ได้แค่ไหน?

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ณ นาทีนี้กำลังมีการประชุมครั้งยิ่งใหญ่ (มาก) ของโลกที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่เรียกกันย่อๆว่า COP26 http://winne.ws/n28349

2.3 พัน ผู้เข้าชม
ข้อตกลงลด “โลกร้อน” จะ “ปฏิบัติ” ได้แค่ไหน?

       มีชื่อเรียกเต็มๆว่า “การประชุมรัฐภาคี กรอบอนุสัญญา สหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties : UNFCCC COP) สมัยที่ 26”...

      การประชุมเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม และจะว่ากันไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564

      ต้องยอมรับว่าเป็นการประชุมที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะบรรดาผู้นำของโลกต่างไปร่วมประชุมกันเพียบ ทั้ง ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ คุณ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ คุณ จัสติน ทรูโด นายกฯแคนาดา คุณ นเรนทรา โมดี นายกฯอินเดีย ฯลฯ

     นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงต้องบินไปประชุมด้วยตนเอง หลังจากฉีดวัคซีนบูสต์เข็ม 3 เป็นที่เรียบร้อยและเมื่อไปถึงโน่นเราก็เห็นภาพท่านเดินจับมือผู้นำโลกในงานเลี้ยงรับรองอยู่หลายช็อต บนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ

      เป้าหมายหลักของการประชุมครั้งนี้ยังคงยึดข้อตกลงเดิมในการประชุมเมื่อปี 2015 ซึ่งก็คือทุกประเทศทั่วโลกจะต้องลดระดับปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์ (net-zero) ภายในปี 2050 และพยายามให้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

      ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามเป้าในอนาคตในการประชุมครั้งนี้ จึงจะขอให้แต่ละประเทศช่วยไปเสนอแผนการดำเนินต่างๆ จนถึงปี 2030 ให้ดูกันหน่อยว่าจะทำอะไรกันบ้าง? ก่อนจะถึงปี 2050 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริง

      ในระหว่างการประชุมครั้งนี้จะมีการแบ่งหัวข้อประชุมของประเด็นที่จะมีส่วนในการลดคาร์บอนและการเพิ่มอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกินไปในหลายๆประเด็นควบคู่ไปด้วย

      วิธีการหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ “ยุติการตัดไม้ ทำลายป่า” นั่นเอง

       การตัดไม้ทำลายป่าอย่างมากมายมหาศาล ได้มีส่วนทำให้โลกของเรา ร้อนมากขึ้น ดังนั้น ความพยายามในการจำกัดอุณหภูมิให้สูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้น จะต้องหาทางหยุดยั้งการทำลายป่าไม้ให้จงได้

        ซึ่งก็ปรากฏว่าในการประชุมประเด็นนี้ ผู้นำจาก 105 ชาติ ได้ทำข้อตกลงให้คำมั่นว่าจะยุติการตัดไม้ทำลายป่า และหันมาฟื้นฟูป่า ภายในปี 2030 หรือ พ.ศ.2573 อีก 9 ปีข้างหน้าเป็นที่เรียบร้อย

       โดยเฉพาะประเทศที่มีพื้นที่เป็นป่าไม้ส่วนใหญ่ของโลกรวมแล้วถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เช่น บราซิล แคนาดา รัสเซีย จีน อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ต่างก็ร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าวด้วย

ที่มา https://www.thairath.co.th/

แชร์