นักวิชาการอัดยับ! ศิลปินแห่งชาติใช้คำหยาบโลนไร้ศิลปะด่าผู้หญิง คุณภาพศิลปิน ทำไมเป็นแบบนี้

น่าแปลกที่นักข่มขืนทางภาษาเหล่านี้ ยังสามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ได้ในแวดวงวรรณกรรม อีกทั้งมหกรรมการกระทำรุนแรงทางเพศของพวกเขา ยังได้รับการสรรเสริญ เผยแพร่ และเวียนกันอ่านอย่างขบขันกันถ้วนหน้าในหมู่เพื่อนพ้อง http://winne.ws/n18343

1.6 พัน ผู้เข้าชม
share

จากกรณี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดต้องมารับฟังคำตัดสินคดีจำนำข้าว ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินทางมา กระทั่งถูกศาลออกหมายจับนั้น วันนี้ (25 ส.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ บทกลอนจาก ผู้ใช้เฟสบุ๊กท่านหนึ่ง โดยจากการตรวจสอบจากบัญชีดังกล่าว พบว่า มีตำแหน่งเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ด้านภาษาไทย ได้เขียนกลอนถึงกรณีนี้ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า มีข้อความบางส่วนเหยียดเพศ โดยใช้คำผวนที่มีลักษณะหยาบคาย สร้างเสียงวิจารณ์อย่างมาก

โดย ศ.ดร.สมภาร พรมทา นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก ตั้งค่าเข้าถึงเป็นสาธารณะ ถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า มีกวีบางท่านเขียนบทกวีแสดงความเห็นกรณีคุณยิ่งลักษณ์ไม่ไปศาลวันนี้ เนื้อความของบทกวีหยาบคาย ไร้ศิลปะ ต่อมาทราบว่าเจ้าตัวลบบทกวีนั้นทิ้ง ผมเห็นฉบับที่มีผู้ก็อปปี้ไว้ มีคนวิจารณ์กันมาก คำวิจารณ์จากบางท่านพูดเสียดสีทำนองว่าท่านกวีคงกำลังทำแต้มจะเป็นศิลปินแห่งชาติ มีคนแสดงความเห็นมาก แต่ในนั้น (เฟสบุคของเพื่อนผมท่านหนึ่ง) ไม่มีใครทราบเลยว่าท่านกวีท่านนี้ได้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้วเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ผมในฐานะคนรับผิดชอบคนหนึ่งในการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติปีที่แล้ว รู้สึกเสียใจ ไม่คาดคิดว่าคุณภาพศิลปินแห่งชาติจะเป็นอย่างนี้ ปีที่แล้ว เราใช้เวลาถกกันเรื่องศิลปินแห่งชาติยาวนานเป็นพิเศษ ผมพูดอะไรนอกห้องไม่ได้เพราะเสียมารยาท ฝากคณะกรรมการรำลึกถึงคำอภิปรายยาวเหยียดของผมเรื่องคุณสมบัติคนจะเป็นศิลปินแห่งชาติด้วยนะครับ ที่ผมเป็นห่วงนั้นมีมูลใช่ไหม เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณยิ่งลักษณ์ แต่เกี่ยวกับการรักษามาตรฐานคุณสมบัติศิลปินแห่งชาติ ที่ผมมีหน้าที่และพันธะทางจริยธรรมที่จะไม่นิ่งเฉย

ด้าน รศ.ดร.ปินแก้ว เหลืองอร่ามศรี นักวิชาการด้านสังคมวิทยาและมนุษยวิทยาจากม.เชียงใหม่ ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า “ถ้าคุณอยากวิจารณ์ยิ่งลักษณ์จากการกระทำทางการเมืองของเธอ ดิฉันไม่ว่า ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเห็นต่าง มองโลกทางการเมืองที่แตกต่างกันได้ ด่าและวิพากษ์จากจุดยืนที่ตรงกันข้ามกัน และต่อสู้กันไปตามตรรกะและวิธีคิดของใครของมัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณลงไปเล่นกับอวัยวะเพศของเธอ มันไม่ใช่การวิพากษ์ทางการเมืองอีกต่อไป หากแต่คือการกระทำความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงผ่านภาษา ที่ถูกกลบเกลื่อนทำให้เป็นเรื่องขำขันผ่านการเล่นคำผวนที่หยาบโลน ผู้ที่ลากอวัยวะเพศของเธอมาเสียบประจานในที่สาธารณะ ชี้ชวนให้ผู้คนเข้ามากลุ้มรุม จ้องมอง เชิญชวนให้ลิ้มลอง ทั้งรุมปู้ยี่ปู้ยำอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ มีทั้งผู้ที่ถูกเรียกว่า กวีซีไรต์ และศิลปินดีเด่น พร้อมทั้งเหล่าเพื่อนพ้องที่เป็นชายของพวกเขา ที่เปลี่ยนให้ลานกวี กลายเป็นลานสังเวยทางเพศอันน่าสนุกสนาน บันเทิงใจ

รศ.ดร.ปินแก้ว ระบุอีกว่า “น่าแปลกที่นักข่มขืนทางภาษาเหล่านี้ ยังสามารถเชิดหน้าชูตาอยู่ได้ในแวดวงวรรณกรรม อีกทั้งมหกรรมการกระทำรุนแรงทางเพศของพวกเขา ยังได้รับการสรรเสริญ เผยแพร่ และเวียนกันอ่านอย่างขบขันกันถ้วนหน้าในหมู่เพื่อนพ้อง ทั้งชายและหญิง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก การใช้อุปลักษณ์ทางเพศเพื่อข่มขืนเพศหญิงที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเรื่องทั้งปกติ ทั้งตลกโปกฮา ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่น่าสลด และหดหู่ใจอย่างยิ่ง ไม่เชื่อ ก็ลองถอดคำผวนลวงตาเหล่านั้นออกไป แล้วลองดูว่าเห็นอะไรบ้าง อยากรู้จริงๆว่า ภาพของหญิงที่ถูกบังคับให้นำอวัยวะเพศมาประจานและหยอกล้อ ยังจะน่าขบขันอยู่อีกไหม?”


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

 https://www.matichon.co.th/news/642565

www.google.co.th

แชร์