ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเหนือมนุษย์

Elon Musk CEO ของบริษัท SpaceX และ Tesla และผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 คน คาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเหนือมนุษย์ http://winne.ws/n20902

303 ผู้เข้าชม
share
ขอบคุณภาพจาก : Forbes

Elon Musk CEO ของบริษัท SpaceX และ Tesla และผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 คน คาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความฉลาดเหนือมนุษย์

เมื่อพิจารณาถึงความรวดเร็วที่นักวิจัยกำลังพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่าเมื่อใดที่ AI จะฉลาดเกินกว่ามนุษย์ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ซึ่งทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Yale และสถาบันว่าด้วยอนาคตกาลของมนุษยชาติแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford Future of Humanity Institute) ได้เริ่มต้นจากการสำรวจนักธุรกิจและนักวิชาการหลายร้อยคน ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2016 เพื่อคาดการณ์ว่าเมื่อใดที่ AI จะฉลาดเกินกว่ามนุษย์

ผลการวิจัยดังกล่าวที่ทีมงานได้ตีพิมพ์ขึ้น ระบุว่า AI จะสามารถปฏิบัติงานใดๆได้ดีหรือดีกว่ามนุษย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “เครื่องจักรอัจฉริยะระดับสูง (high-level machine intelligence)” ภายในปี 2060 และจะแย่งงานจากมนุษย์ไปได้ทั้งหมดภายในปี 2136 ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้มาจากผู้เชี่ยวชาญ 352 ราย

Elon Musk CEO ของบริษัท SpaceX และ Tesla อีกทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ซึ่งเป็นองค์กรไม่หวังผลกำไร โดยเขาได้วิเคราะห์ถึง AI ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่าสถานการณ์การพัฒนา AI อย่างรวดเร็วไปในทางเลวร้ายนี้จะทำให้ AI กลายเป็นอาวุธ หรือการที่ AI ฉลาดกว่ามนุษย์อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ในที่สุด

บริษัท Tesla ของ Musk เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่กำลังจะสร้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง ทำให้ชาวอเมริกันประมาณ 2 ล้านคน ในอุตสาหกรรมรถบรรทุกและรถแท็กซี่ ต่างมีความเห็นพ้องตรงกันว่างานของพวกเขาจะถูกแทนที่ด้วยยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า AI อาจจะขับรถได้ดีกว่ามนุษย์ในปี 2027 แต่อย่างไรก็ตามการสำรวจนี้ได้เสร็จสิ้นก่อนที่หุ่นยนต์ Otto จะประสบความสำเร็จในการนำรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง 120 ไมล์ในเดือนตุลาคม 2016 ซึ่งนั้นหมายความว่าสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์ไว้อาจเกิดขึ้นจริงในเวลาที่เร็วกว่าที่คาดไว้

ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า AI จะมีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ในหลายเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การแปลภาษา (2024) การเขียนบทความระดับสูง (2026) และการทำศัลยกรรม (2053) โดยคาดว่าหุ่นยนต์อาจจะสามารถเขียนหนังสือ New York Times ที่ขายดีที่สุด ในปี 2049

เมื่อเร็วๆนี้ เครื่อง AlphaGo ของ Google ที่พัฒนาให้สามารถชนะแชมป์ในระดับโลกอย่าง Ke Jie ที่ถือว่าเป็นมือหนึ่งของวงการโกะโลกได้ (ก่อนหน้านี้ เมื่อปีก่อน AlphaGo ก็สามารถเอาชนะ Lee Sedol ได้) และระบบ AI ที่สร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon สามารถแข่งขันเอาชนะผู้เล่น Poker มืออาชีพได้เงินรางวัลไป 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เป็นที่น่าสังเกตว่าระยะเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนได้คาดการณ์ไว้ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ และอีกหนึ่งตัวแปรที่ไม่สัมพันธ์กับการคาดการณ์คือตำแหน่งที่อยู่ของพวกเขา อย่างเช่น ผู้เชี่ยวชาญในอเมริกาเหนือคิดว่า AI จะทำงานทุกอย่างได้ดีกว่ามนุษย์ภายใน 74 ปี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญในเอเชียคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 30 ปีเท่านั้น ซึ่งนักวิจัยที่ตีพิมพ์ผลการศึกษานี้ยังไม่ได้ให้คำอธิบายถึงความแตกต่างนี้

แต่อย่างไรก็ตามประเทศจีนได้ประกาศเป็นยุทธศาสตร์แล้วว่า จีนจะเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดในด้าน AI ภายในปี 2030 และความจริงในวันนี้ที่มหาวิทยาลัย Harvard โดย Harvard Business Review ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศจีนได้ตีพิมพ์ผลงานวิชาการด้าน AI มากที่สุดในโลก และมีจำนวนมากกว่าสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว

ขอบคุณภาพจาก :NVIDIA Blog

ขอบคุณเนื้อหาข่าจาก : https://www.it24hrs.com/2017/ai-clever-than-human/ai-clever-than-human-p01/

แชร์