พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

การระบาดของ โรคโควิด-19 โรคร้ายที่ทำลายชีวิตมนุษย์ ทุกผู้คน ไม่ว่า ยากดี มี จน หากประมาท ไม่ทำตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มีสิทธิ์ตายได้ทุกเพศทุกวัย เรียกว่า ไม่เลือกปฏิบัติเลยทีเดียว http://winne.ws/n28142

697 ผู้เข้าชม
พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

     จึงต้องหันหน้าเข้าวัด รักษาศีล ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ บริเวณลานวัด ใต้ร่มไม้ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบเย็นสบายและห่างไกลผู้คน ตามคำแนะนำของหน่วยราชการ ที่ว่า เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ ห่างไกลชุมชน ก็จะรอดพ้นจากเหยื่อไวรัสมรณะอย่างปลอดภัย ที่สำคัญทำให้สบายใจ คลาดเครียดอีกด้วย เรียกว่า เข้าวัดแบบชีวิตวิถีใหม่(NEW NORMAL) ก็ว่าได้
    

       สนธยา พาเข้าวัด แบบชีวิตวิถีใหม่ (NEW NORMAL) วันนี้( 18 ก.ย. 64) ไปที่ บ้านคำพระ ตำบลคำพระ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อทำบุญ สร้างกุศล ฟังธรรมเทศนา กับ พระครูถาวร ชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก มีพระสงฆ์ 4 รูป ไม่มีสามเณร มรรคนายก 1 คน สังกัดมหานิกาย บนเนื้อที่ 10 ไร่เศษ ประกอบด้วย กุฏิ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง เมรุ เป็นต้น

พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

         และที่โดดเด่น ดึงดูดใจ พุทธศาสนิกชน มาก ก็คือการเดินทางเข้ามานมัสการ พระโตโคตมะ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เข้ามา สัมผัส ขอโชคลาภ จากต้นยางยักษ์ อายุ 1,000 ปี ขนาดกว้างโดยรอบ 5 คนโอบรอบ ความสูงกว่า 50 เมตร มีความสมบูรณ์ตลอดลำต้น ตั้งอยู่ด้านหลังในพื้นที่ของวัดบ้านคำพระ ใกล้กับเมรุ ว่ากันว่า สมัยก่อน ในช่วงวันพระ กลางดึก จะพบเห็นลูกไฟหลากหลายสี ลอยออกมาจากโคนต้นยางยักษ์ แล้วเข้าไปในอุโบสถวัดบ้านคำพระ

       จากนั้น ใกล้สว่าง ลูกไฟก็จะลอยกลับเข้าไปที่โคนต้นยางยักษ์เหมือนเดิม ซึ่งชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้วัด พบเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้ทุกคน และ ได้มีการเล่าขานติดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนกระทั่งปัจจุบัน  

พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

       พระครูถาวร ชินวงศ์ อายุ 50 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า วัดบ้านคำพระ เป็นวัดขนาดเล็ก มีพระสงฆ์ 4 รูป เนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน จึงต้องมีการทำสิ่งปลูกสร้างที่จะจูงใจ ดึงดูดใจ ให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย เข้ามาวัดมากขึ้น 

        โดยการก่อสร้างพระพุทธรูป นามว่า พระโตโคตมะ ปางมารวิชัย สีทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 5 เมตร 1 องค์ และ พระโตโคตมะปางมารวิชัย สีขาว หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 4 เมตร 2 องค์ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจชาวบ้านคำพระและใกล้เคียง ได้เข้ามาทำกิจกรรมทางศาสนา รวมถึง การทำอุปกรณ์หาปลาขนาดใหญ่ เช่น ไซดักปลา ข้องใส่ปลา เป็ดตกปลา  หรี่ดักปลาฯลฯ เพื่อให้เยาวชน ลูกหลาน ในหมู่บ้าน เข้ามาศึกษา เรียนรู้ เครื่องมือหาปลาในสมัยโบราณ ซึ่งทุกวันนี้เริ่มจะหาดูได้ยาก

 

พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

        พระครู ถาวร ชินวงศ์ พระนักเทศน์เสียงทอง เจ้าอาวาสวัดบ้านคำพระ เทศนาว่า มนุษย์บางจำพวกหวงแหนร่างกายของตน ปรารถนาแต่จะบำรุงชีวิตร่างกายของตนให้เป็นสุขอย่างเดียว ไม่แลเหลียวความทุกข์ของผู้อื่นและสัตว์ทั้งหลายอื่นบ้าง จึงแสวงหาเลี้ยงชีวิตทางไม่ชอบธรรม ฆ่าสัตว์ทั้งหลายโดยไม่เลือกหน้าบ้าง ลักของเขาบ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง กล่าวมุสาวาทาบ้าง ดื่มกินซึ่งสุราเมรัยบ้าง 

        พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ก็เห็นว่าเป็นของรักษายากจนวิสัย รักษาไม่ได้อันกระทำบาปต่างๆ ซึ่งเป็นของยากก็กลับเห็นเป็นของง่าย ข้อนี้อย่างไร การกระทำบาปทั้งปวง ซึ่งบุคคลบางจำพวกเข้าใจว่า  กระทำได้โดยง่ายนั้น เป็นความเข้าใจผิด คือการฆ่ามนุษย์หรือฆ่าสัตว์แม้แต่ละตัวๆก็ต้องไปทนทุกข์อยู่อบายภูมิทั้ง 4 มีตกนรก เป็นต้น 

       เสวยทุกข์เวทนาไม่น้อยเลย มิหนำซ้ำยังเป็นกรรมเป็นเวรติดตัวไปให้เขาฆ่าถึง 500 ชาติ การลักของเอามาเป็นของตนผิดกฎหมายแผ่นดิน ถ้าเจ้าพนักงานจับได้ก็ต้องติดคุกติดตาราง มิหนำซ้ำยังต้องตกลงสู่อบายภูมิทั้ง 4 ต่อไปอีก การประพฤติผิดในกาม และกล่าวมุสาวาทา ตลอดดื่มสุราเมลัย ก็ล้วนแต่เป็นโทษติดตามตน ทำให้ตกทุกข์ได้ยากทุกประการ ล้วนเป็นของยากทั้งนั้นและเข้าใจว่าเป็นของง่ายอย่างไร
    

         ความจริงการทำบุญกุศล การรักษาศีล เจริญภาวนา เป็นของทำได้ง่ายกว่าทำบาปหลายพันเท่าพันทวี สบายทั้งเวลาทำ สบายทั้งเวลาได้รับผล ก็เป็นสุขสบายด้วย กล่าวคือ การรักษาศีล ไม่ต้องทำการบาปอกุศลทุกอย่าง ฆ่าสัตว์ไม่ต้องฆ่า ลักของไม่ลัก ประพฤติผิดในกามเราก็ไม่ต้องประพฤติ กล่าววาจามุสาวาทาเราก็ไม่กล่าว ดื่มกินซึ่งสุราเมรัยเราก็ไม่ดื่มกิน รักษากาย วาจา และจิตใจให้ตั้งอยู่ในความเป็นปกติปราศจากโทษน้อย โทษใหญ่ทั้งปวง กระทำกายบริสุทธิ์ วาจาบริสุทธิ์ น้ำใจบริสุทธิ์ เท่านี้เป็นศีลอยู่ดีๆแล้ว ไม่ต้องลำบาก รำคาญ เดือนร้อนในอะไรสักอย่าง ของทำเอาง่าย ๆ จะเห็นเป็นของยากอย่างไร

 

พาเข้าวัดฟังธรรม ให้ยึดคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ คาถา “ปราบไวรัสมรณะ”

       ถึงกระนั้นยังไม่อยากทำบุญ ไม่อยากทำทาน ไม่อยากรักษาศีล ไม่อยากภาวนา ไม่อยากประพฤติปฏิบัติพระพุทธศาสนาสืบไป จีงกลายเป็นของยาก ถ้าหากสละชีวิตตั้งใจประพฤติปฏิบัติกันจริงๆแล้ว พระพุทธศาสนาก็ไม่เป็นของอยากลำบากอะไรเลย ทำได้จนเต็มความสามารถของตนเองทีเดียว
    

       โดยเฉพาะ ช่วงนี้ หลายคนวิตกกังวลใจ ไม่เป็นอันทำมาหากิน เกรงจะติดโรคระบาด ที่ ชื่อ โควิด 19 มาก ทำให้เกิดความเครียด ไม่สบายใจ  ที่ถูกต้องควรมีสติ อย่าวิตกกังวลมากนัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยราชการอย่างเคร่งครัด ถ้าจะให้ดี ยึดคำสอนขององค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ด้วยการรักษาศีล สมาธิ ภาวนา  ปฏิบัติธรรม เป็นที่ตั้ง  

        จงคิดเสมอกว่า มีเกิด ก็ต้องมีดับ ทุกคนหนีไม่พ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายก็ไม่ใช่ของเรา ในไม่ช้า ก็จะถูกเขาเอาไป นั่น คือความตาย ทุกคนจึงหนีความตายไม่พ้น ยากดี มี จน ก็ต้องตายทั้งนั้น ซึ่งสังขาร ร่างกายจึงเป็นสิ่งไม่เที่ยงไม่จีรัง ยั่งยืน  เป็นอนิจจัง ถ้าเข้าถึงหลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จะไม่ทำให้หวาดกลัว ต่ออันตรายใดๆ แม้กระทั้ง โรคร้าย โควิด 19  ก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้ และ ไม่ทำให้หวาดกลัวอีกต่อไป และถือว่า เป็น คาถา ป้องกัน โรค โควิด 19 อีกด้วย ...

ที่มา https://www.banmuang.co.th/

แชร์